xs
xsm
sm
md
lg

เด็กสตูลพัฒนา “ระบบข้ามถนนสำหรับผู้พิการทางสายตา”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายธนาคาร และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ส่วนหนึ่งของระบบช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาข้ามถนน
เด็กเจเอสทีพีรุ่น 8 พัฒนาโมเดลระบบการจราจรและอุปกรณ์เสียงเตือน ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย หลังพบที่ผ่านมามีอุปสรรคมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สุนัขนำทางหรือการใช้ความคุ้นเคย-ทักษะส่วนตัว ด้านเจ้าตัวเผยหากได้โอกาส ก็หวังต่อยอดผลงานให้ใช้งานได้จริง

ว่ากันว่า การยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง ถือเป็นก้าวแรกๆ ของการแก้ไขความผิดพลาด เช่นเดียวกันกับสังคมไทยในทุกวันนี้ ที่ผู้พิการยังถูกละเลยและถูกละเมิดสิทธิอยู่มาก ทั้งด้านสิทธิการอยู่ร่วมกันกับคนปกติในที่สาธารณะ หรือแม้แต่การขาดตกบกพร่องในเรื่องข้าวของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ โดยในบางครั้ง ผู้พิการเหล่านี้ยังถูกทำร้ายจิตใจโดยคนในสังคมอย่างไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่งอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ และของทุกคนในสังคมที่จะไม่เพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของเพื่อนร่วมสังคมกลุ่มนี้ !!!

นายธนาคาร สุระกำแหง ซึ่งจบชั้น ม.6 จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล จึงถือเป็นคลื่นลูกใหม่ของสังคม ที่ไม่เพิกเฉยต่อสิทธิที่พึงมีพึงได้ของกลุ่มผู้พิการผู้ร่วมสังคม และปฏิวัติความเชื่อผิดๆ ของสังคมที่มีต่อผู้พิการให้หมดสิ้นไป โดยความพยายามหนึ่งของเขาคือการจัดทำโครงการ “ระบบช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาข้ามถนน” ตามโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กและเยาวชน (เจเอสทีพี) รุ่น 8 ประจำปี 2548 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมี ดร.ภราดร ภักดีวานิช จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นนักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง

นายธนาคาร เล่าถึงแรงบันดาลใจว่า โครงการดังกล่าวเกิดจากความสงสัยส่วนตัวว่าผู้พิการทางสายตาจะสามารถข้ามถนนให้ปลอดภัยได้อย่างไร จึงได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองจนพบว่า การข้ามถนนของผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยมีปัญหาอยู่มาก ทำให้เกิดความไม่สะดวกขึ้น เช่น การใช้สุนัขนำทางก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก อีกทั้งต้องฝึกสุนัขนำทางให้มีความชำนาญมากเพียงพอ หรือหากผู้พิการทางสายตาต้องการข้ามถนนด้วยตัวเอง ก็จะต้องอาศัยความเคยชินในสถานที่และทักษะการฟังรถบนท้องถนน ซึ่งอาจพลาดพลั้งได้

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบระบบช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาให้ข้ามถนนบริเวณทางร่วมทางแยกจราจรได้อย่างปลอดภัย โดยได้ศึกษารวบรวมข้อมูลจากสภาพแวดล้อมโดยรวมในการข้ามถนนของผู้พิการทางสายตา ทั้งอุปกรณ์การช่วยเหลือ ลักษณะการจราจรบนท้องถนน และวิธีการที่ผู้พิการทางสายตาใช้ในการข้ามถนน จากนั้นจึงนำข้อมูลจากการศึกษามาออกแบบและสร้างเป็นระบบช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาข้ามถนนในที่สุด โดยยึดหลักการว่าผู้พิการทางสายตาเป็นกลุ่มประชากรที่ต้องให้ความดูแลเป็นพิเศษต่างจากบุคคลทั่วไป”

ทั้งนี้ ระบบช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาข้ามถนนประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1. โปรแกรมจำลองเส้นทางการข้ามถนนและการเดินรถ ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นเพื่อจำลองเหตุการณ์การข้ามถนน โดยโปรแกรมจะแสดงผลการควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อกำหนดทิศทางการเดินรถและการข้ามถนนอย่างปลอดภัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความคล่องตัวของการจราจรในบริเวณทางร่วมทางแยก กล่าวคือเมื่อผู้พิการทางสายตาจะข้ามถนน สัญญาณไฟจราจร ณ จุดนั้นจะไม่อนุญาตให้ยานพาหนะใดๆ แล่นบนช่องทางที่ผู้พิการทางสายตาจะข้ามถนนได้เลย เช่นในกรณีของสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ซึ่งก็ต้องรอให้ผู้พิการทางสายตาได้ข้ามถนนก่อน เป็นต้น

และ 2. สัญญาณเสียงเตือนคนข้าม เป็นสัญญาณเสียงที่ติดตั้งอยู่ ณ ทางข้ามต่างๆ ซึ่งสัญญาณเสียงนี้จะมีความแตกต่างกันทั้งความถี่ของเสียงและจังหวะของเสียงตามสัญญาณไฟจราจร และจะทำงานสัมพันธ์กับสัญญาณไฟจราจร ณ ทางข้ามนั้นๆ เพื่อบอกให้ผู้พิการทางสายตาทราบว่าจะข้ามถนนได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อทดลองใช้กับอาสาสมัครจากสมาคมคนตาบอดจังหวัดสงขลาแล้ว พบว่า เสียงสัญญาณอาจเบาเกินไปจนเสียงยานพาหนะต่างๆ กลบเสียงไปหมด หรือบางทีหากมีเสียงดังเกินไปก็เป็นการรบกวนคนเดินเท้าอื่นๆ ได้ จึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาเป็นสายรัดข้อมือที่มีระบบการสั่นสะเทือนแทนหรือให้ทำงานร่วมกับระบบเสียงสัญญาณต่อไป

“จากการนำระบบมาทดสอบกับอาสาสมัครผู้พิการทางสายตา สรุปได้ว่า ผู้พิการทางสายตาเข้าใจลักษณะสัญญาณเสียง และสามารถข้ามถนนด้วยสัญญาณเสียงได้อย่างปลอดภัยขึ้น โดยไม่ต้องฟังเสียงรถ เนื่องจากระบบจะกำหนดเวลาข้ามให้กับผู้ข้าม และกำหนดทิศทางการวิ่งของรถบนท้องถนนไม่ให้ใช้เส้นทางที่ผู้ข้ามกำลังข้ามอยู่ ทำให้ผู้ข้ามสามารถข้ามถนนได้อย่างปลอดภัย”

อย่างไรก็ตาม นายธนาคาร ยอมรับว่า โครงการนี้ยังติดปัญหาอยู่บ้าง โดยในส่วนของการจัดการจราจรในสภาพจริงให้เหมือนกับการประมวลผลของโปรแกรมจำลองเส้นทางการข้ามถนนและการเดินรถ ยังเป็นจุดที่ไม่สามารถทำได้จริง จึงทำให้ผลการทดลองไม่ได้แปรผันตามระบบที่วางไว้ทั้งหมด แต่ก็เชื่อว่าหากนำการจัดการจราจรแบบใหม่มาใช้จริงก็ทำได้ไม่ยุ่งยาก เพราะยังยึดหลักการเดินรถแบบเดิมอยู่ ซึ่งหากได้รับโอกาสทำโครงการต่อก็จะพยายามพัฒนาจนระบบดังกล่าวมีความสมบูรณ์และสามารถนำมาใช้งานได้จริงต่อไป

“ระบบช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาข้ามถนน” จึงถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจผู้พิการในสังคมมากขึ้น และสรรค์สร้างนวัตกรรมเพื่อให้คนเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แม้ว่าวันนี้ สิ่งที่นายธนาคาร ทำอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ และยังเป็นเพียงโมเดลของระบบเท่านั้น แต่ก็เชื่อว่าหากสังคมให้โอกาส “โอเอซิส” น้อยๆ สำหรับผู้พิการในประเทศไทย ก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน