xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนเส้นทางจากดาวรุ่งสู่ดาวร่วงของ “หวาง วู-ซก”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"หวาง วู-ซก" สำหรับคนที่ติดตามข่าวคราวในวงการวิทยาศาสตร์คงจะได้ยินชื่อนี้บ่อยครั้ง เริ่มตั้งแต่ข่าวดีที่เขาสามารถบุกเบิกวงการสเต็มเซลล์และโคลนนิงด้วยการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้าใกล้กับการนำสเต็มเซลล์ไปรักษากับมนุษย์ได้จริงขึ้นทุกขณะ ถึงกับได้ขึ้นแท่นเป็นนักวิทยาศาสตร์แห่งปี

แต่ทว่ากลับมาตกม้าตายตอนที่ยังไม่ทันจบ เมื่อเขาถูกกล่าวหาว่างานวิจัยของเขาล้วนลวงโลก ขณะที่เจ้าตัวยืนยันชัดว่าทำได้จริง...ก่อนสถานการณ์จะเดินหน้าไปจนกลายเป็นนิยายเรื่องยาว ทีมงานวิทยาศาสตร์ขอประมวลเส้นทางของ ดร.หวาง จากแท่นดาวรุ่งจนพุ่งลงสู่ดาวร่วง


12 กุมภาพันธ์ 2004 :- หวาง วู-ซก (Hwang Woo-suk) ศาสตราจารย์ทางด้านสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University) เกาหลีใต้ ประกาศว่าเขาและเพื่อนร่วมทีมโคลนตัวอ่อนมนุษย์ 30 ชิ้นและสามารถเก็บเกี่ยวสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนดังกล่าวได้ 1 ชิ้นสำเร็จ โดยลงตีพิมพ์ผลงานในวารสารไซน์ (Science) สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ในความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการใช้สเต็มเซลล์บำบัดโรคร้ายต่างๆ

ความสำเร็จครั้งนี้ ทำให้เหล่านักชีววิทยา แพทย์ และนักวิจัยทางด้านสเต็มเซลล์ หันมาสนใจปฏิบัติงานวิจัยในเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ เพราะนับว่ามีเสรีภาพในการวิจัย ขณะที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปบางประเทศยังมีปัญหาในประเด็นทางด้านศีลธรรมอยู่

พฤษภาคม 2004 :- วารสาร “เนเจอร์” ตั้งคำถามถึงจริยธรรมในการวิจัยของ ดร.หวาง โดยรายงานนักวิทยาศาสตร์หญิง 2 รายในห้องแล็บของ ดร.หวางว่าเป็นผู้สละไข่ให้ทดลอง แต่ ดร.หวางปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น

1 มกราคม 2005 :- กฎหมายทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพของเกาหลีใต้มีผลบังคับใช้ โดยประเด็นการซื้อขายไข่นับว่าผิดกฎหมาย

13 มกราคม 2005 :- รัฐบาลเกาหลีใต้รับรองงานวิจัยสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ของ ดร.หวาง นับเป็นการรับรองงานวิจัยชิ้นแรกภายใต้กฎหมายเทคโนโลยีชีวภาพของเกาหลีใต้ (อ่าน : เกาหลีใต้ “ไฟเขียวโคลนนิง” หวังพาประเทศสู่อุตสาหกรรมไบโอเทค)

19 พฤษภาคม 2005 :- ห้องแล็บของดร.หวางรายงานว่าได้สร้างสายสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์จากเซลล์ผิวหนังขึ้น 11 ไลน์ และสามารถตัดจำเพาะเข้าใช้กับคนไข้ได้ โดยไม่มีการปฏิเสธทางพันธุกรรม โดยรายงานผ่านวารสารไซน์ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวนับเป็นก้าวใหญ่ยิ่งถึงความเป็นไปได้ที่ให้มีการนำสเต็มเซลล์ไปปลูกถ่ายกับคนไข้ อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดจากงานวิจัยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2004 (อ่าน : "แล็บกิมจิ" สร้างความฮือฮาอีกรอบ พัฒนา “สเต็มเซลล์” เข้าคู่กับ “พันธุกรรม” คนไข้)

มิถุนายน 2005 :- รัฐบาลเกาหลีใต้ยกย่องให้ ดร.หวางเป็นสุดยอดนักวิทยาศาสตร์ของประเทศ พร้อมทั้งสัญญาว่าจะให้ทุนวิจัยปีละ 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเนื่องไปอีก 5 ปี

สิงหาคม 2005 :- ดร.หวางโชว์สุนัขโคลนนิงตัวแรกของโลก ชื่อ "สนัปปี้" ณ มหาวิทยาลัยโซล พร้อมทั้งรายงานการพัฒนาหมาตัวนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ (อ่าน : ฮือฮา “หมาโคลนนิง” ตัวแรกของโลก)

19 ตุลาคม 2005 :- ดร.หวางและทีมนักวิทยาศาสตร์ประกาศเปิด “เวิร์ลด สเต็มเซลล์ ฮับ” (World Stem Cell Hub) ใช้เป็นแหล่งรวบรวมและแลกเปลี่ยนสเต็มเซลล์ระดับสากลในโซล และเตรียมการจะเปิดสาขาในสหรัฐฯ และอังกฤษ

12 พฤศจิกายน 2005 :- ดร.เจอรัลด์ ชัตเท็นต์ (Gerald Schatten) นักชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยพิตต์เบิร์ก ขอยกเลิกความร่วมมือกับ ดร.หวาง อีกทั้งตั้งคำถามเชิงจริยธรรมต่อที่มาของไข่ที่นำมาใช้ในงานวิจัย

21 พฤศจิกายน 2005 :- โนห์ ซุง-อิล (Roh Sung-il) หัวหน้าคลินิกปฏิสนธิของโรงพยาบาลหญิงมิซเมดิ (Mizmedi Women's Hospital) หนึ่งในทีมวิจัยของ ดร.หวางออกมายอมรับว่า เขาเป็นผู้ซื้อไข่จากผู้หญิงจำนวน 20 คนในราคาคนละ 1.5 ล้านวอน (58,000 บาท) เพื่อแลกกับไข่ โดยการกระทำดังกล่าวไม่ได้ปรึกษา ดร.หวางก่อน

22 พฤศจิกายน 2005 :- สถานีโทรทัศน์เอ็มบีซี (Munhwa Broadcasting Corporation) ของเกาหลีใต้ รายงานเรื่องราวอื้อฉาวของ ดร.หวาง จนสร้างควาไม่พอใจให้แก่ประชาชน มีการชุมนุมหน้าที่ทำการสถานี ขณะเดียวกันทั้งเว็บโซต์และสายโทรศัพท์ของสถานีก็ร้อนเป็นไฟ เมื่อมีผู้สนับสนุน ดร.หวางจำนนวนมากโพสต์และโทรศัพท์ต่อว่า

24 พฤศจิกายน 2005 :- ดร.หวางได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนที่โกหกเรื่องที่มาของไข่ที่ใช้ในการทดลอง โดยยอมรับว่าไข่นั้นนำมาจากเพื่อนร่วมทีมและยังมีการซื้อขายไข่เพื่อทดลองอีกด้วย จากนั้นหวางก็ลาออกจากเวิร์ลด สเต็มเซลล์ ฮับ (อ่าน : ยอดนักโคลนนิงแดนโสมลาออก หลังยอมรับลูกทีมทำผิดจริยธรรม “ไข่สเต็มเซลล์”)

ธันวาคม 2005 :- ชัตเท็นต์ขอให้วารสารไซน์ (Science) ถอนชื่อเขาออกจากรายงานฉบับเดือนพฤษภาคม 2005 ที่เขียนร่วมกับ ดร.หวางในฐานะนักวิจัยอาวุโสผู้เขียนร่วม โดยให้เหตุผลว่ามีวัสดุในงานวิจัยบ้างชิ้นสร้างขึ้นมาเอง พร้อมทั้งยังระบุว่าสายสเต็มเซลล์ที่สร้างขึ้น 11 สายนั้นเป็นของปลอมไปเสีย 9 สาย

จากนั้นทางมหาวิทยาลัยโซลก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ขณะที่วารสารไซน์ก็สืบสวนข้อเท็จจริงตามรายงานการวิจัยที่ ดร.หวางเสนอไว้เมื่อปี 2004 ส่วนวารสารเนเจอร์ก็ตรวจสอบรายงานเรื่องสุนัขโคลนนิงที่ลงตีพิมพ์เช่นกัน

4 ธันวาคม 2005 :- สถานีโทรทัศน์เอ็มบีซีออกอากาศขออภัยที่นำเสนอเรื่องกล่าวหา ดร.หวาง

15 ธันวาคม 2005 :- วารสารไซแอนทิฟิก อเมริกัน (Scientific American) ถอนชื่อหวางออกจากตำแหน่งสุดยอดนักวิจัยชั้นนำแห่งปี 2005

16 ธันวาคม 2005 :- หวางยอมรับว่าห้องแล็บของเขามีสายเซลล์เพียงแค่ 8 สาย ขณะที่ส่งรายงานวิจัยให้วารสารวิทยาศาสตร์ลงตีพิมพ์ จึงยินยอมให้ไซน์ถอนรายงานการวิจัยของเขา โดยเขาอ้างว่าสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนของเขามีการเปลี่ยนแปลง

23 ธันวาคม 2005 :- มหาวิทยาลัยโซลเปิดเผยว่าสายสเต็มเซลล์อย่างน้อย 9 ใน 11 สายของหวางที่รายงานในไซน์นั้นเป็นของปลอม แถมยังเตรียมการตรวจสอบรายงานชิ้นอื่นๆ ของ ดร.หวางเพิ่มเติม จากนั้น ดร.หวางก็ลาออกจากตำแหน่งศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย (อ่าน : “หวาง วู-ซก” ลาออกจากมหา’ลัย แทนคำ "ขอโทษ" ฐานแหกตาชาวโลก)

29 ธันวาคม 2005 :- คณะกรรมการสอบสวนของมหาวิทยาลัยเปิดเผยว่า สายสเต็มเซลล์ที่เหลืออีก 2 สายก็เป็นของปลอมเช่นกัน (อ่าน : ฉาวต่อ "หวาง" สร้างสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนโคลนจริง แต่ยังใช้กับคนไข้ไม่ได้ตามที่อ้าง , ผล DNA สเต็มเซลล์หวาง ยิ่งสาวยิ่งย้ำชัด “ฮีโร่จอมลวงโลก”)

3 มกราคม 2006 :- สถานีโทรทัศน์เอ็มบีซีของเกาหลีใต้ รายงานว่านักวิจัย 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่าสละไข่ตัวเองทดลองนั้นออกมาแฉว่าแท้จริงแล้วที่ทำลงไปนั้นเป็นเพราะถูก ดร.หวางบีบบังคับ (อ่าน : ทีวีเกาหลีแฉต่อ “หวาง” บังคับลูกทีมใช้ไข่ตัวเองทำสเต็มเซลล์)


10 มกราคม 2006 :- มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เปิดเผยว่า ดร.หวางปลอมรายงานการวิจัยฉบับปี 2004 ที่อ้างว่าสามารถผลิตสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์ที่โคลนนิงมา ส่งผลให้หวางได้นำมาใช้ในการสร้างสุนัขโคลนนิงตัวแรกของโลก (อ่าน : ม.โซลสรุป “หวาง” ปลอมงานวิจัยช็อกโลก แต่หมาโคลนนิงทำขึ้นจริง)

12 มกราคม 2006 :- ดร.หวางปรากฎตัวสู่สาธารณะ แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์ขอโทษประชาชนอีกครั้ง โดยยอมรับผิดข้อหาเดียวคือมีลูกทีมนำไข่ที่ใช้ทดลองมาอย่างผิดจริยธรรม แต่งานวิจัยอื่นๆ สร้างขึ้นจริง พร้อมพิสูจน์ และอ้างว่ามีความพยายามใส่ร้ายเขา เพื่อดิสเครดิต (อ่าน : "ผมถูกกลั่นแกล้ง" หวางพร้อมพิสูจน์สร้างสเต็มเซลล์ตัดจำเพาะได้จริง)





กำลังโหลดความคิดเห็น