กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นำเทคโนโลยีดีเอ็นเอช่วยตรวจสอบการปลอมปนพันธุ์ข้าวหอมมะลิไทย สร้างความมั่นใจให้คู่ค้าต่างชาติ หนุนราคาข้าวหอมมะลิให้ดีขึ้น เตรียมย่นเวลาวิเคราะห์ดีเอ็นเอข้าวจาก 1 วันเป็น 6 ชั่วโมง และปรับราคาตรวจตัวอย่างข้าวให้ถูกลง หวังดึงเอกชนเข้าร่วม พร้อมสร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยภาคอีสาน ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดข้าวหอมมะลิ ให้ตรวจสอบเบื้องต้นในแหล่งปลูก ช่วยดันมาตรฐานข้าวไทยให้สูงขึ้น
วันนี้ (7 ธ.ค.) ที่ศูนย์เทคโนโลยีดีเอ็นเอ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ กำแพงแสน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.ประวิช รัตนเพียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวภายหลังเปิดการฝึกอบรมการตรวจสอบการปลอมปนพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิไทย ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดให้ข้าวขาวดอกมะลิเป็นข้าวชั้นหนึ่งของไทย เมื่อส่งไปขายต้องมีความชัดเจนในการให้ตราสัญลักษณ์ จึงต้องมีการตรวจสอบ เพื่อให้ข้าวเป็นของแท้ ไม่มีการปลอมปน โดยกระทรวงพาณิชย์ตั้งเกณฑ์ว่าอาจมีการผสมข้าวพันธุ์อื่นได้ไม่เกิน 8% และเป็นของข้าวขาวดอกมะลิแท้ 92% ซึ่งก็สามารถทำให้ราคาข้าวในตลาดมีระดับสูง
อย่างไรก็ดี ได้เกิดปัญหาว่า ข้าวหลายชนิดที่ออกมาในตลาดข้าวขาวดอกมะลิ ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของประเทศ มีลักษณะภายนอกและกลิ่นใกล้เคียงกันมาก ทำให้อาจเกิดการปลอมปนได้ง่าย ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจึงมีนโยบายในการช่วยเหลือการค้าข้าวขาวดอกมะลิไทย ซึ่งผลประโยชน์จะย้อนกลับไปสู่เกษตรกรของประเทศ โดยห้องห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอ เทคโนโลยี อาคารศูนย์เทคโนโลยีดีเอ็นเอและจีโนมมิคส์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ซึ่งเป็นแล็ปที่ตรวจสอบดีเอ็นเอ
อาทิ ปลากระป๋อง การตรวจสอบ GMOs การตรวจสอบการปนเปื้อนของเนื้อวัวเพื่อป้องกันโรควัวบ้า ที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ให้พัฒนาวิธีการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของข้าวขาวมะลิ 105ทำให้สร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าต่างประเทศ ส่งผลให้มาตรฐานราคาข้าวขาวดอกมะลิไทยมีราคาดีขึ้น ดังเช่นในประเทศอังกฤษที่ได้ออกกฎหมายให้ใช้ดีเอ็นเอ ในการรับรองพันธุ์ข้าวบัสมาติ ทำให้การค้าข้าวบัสมาติมีราคาดีขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะสุ่มตัวอย่างข้าวไปให้ห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอ เทคโนโลยี เพื่อทำการวิเคราะห์ว่าเป็นข้าวหอมมะลิแท้หรือไม่ อย่างไรก็ดี ในการดำเนินการยังต้องปรับปรุงระยะเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์ จากเดิมต้องส่งผลการวิเคราะห์กลับไปกระทรวงพาณิชย์ภายใน 1 วัน ให้ส่งผลการวิเคราะห์ภายในครึ่งวัน ซึ่งเชื่อว่าภายใน 6 เดือน ศูนย์ ดีเอ็นเอ เทคโนโลยี จะสามารถที่ส่งผลการตรวจให้กระทรวงพาณิชย์ได้ภายในไม่เกิน 6 ชั่วโมง และคาดว่าจะเตรียมนักวิทยาศาสตร์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องในการใช้ตรวจสอบดีเอ็นเอข้าวให้เสร็จทันระยะเวลากำหนดได้
“ที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ราคาการตรวจตัวอย่างพันธุ์ข้าวค่อนข้างแพง คือตัวอย่างละประมาณ 2,000 บาท หากเอกชนส่งมาตรวจอาจมีราคาถึง 3,000 บาท แต่ในระบบใหม่ภายใน 6 เดือน ที่กำลังจะดำเนินการปรับปรุง เชื่อว่าจะสามารถลดราคาการตรวจเหลือประมาณ 1,000 บาท หรืออาจต่ำกว่านั้น ซึ่งกำลังดูความเป็นไปได้ เพื่อให้ผู้ส่งออกสามารถนำข้าวมาตรวจได้ทุกถุง
เรื่องนี้เป็นที่พอใจของกระทรวงพาณิชย์และผู้ค้าส่งออกพอสมควร เพราะกระทรวงพาณิชย์ต้องการให้มีการนำตัวอย่างข้าวทั้งหมดมาตรวจดีเอ็นเอ และหากมีการตรวจอย่างรวดเร็วประมาณ 4-6 ชั่วโมง และราคาไม่แพงเกินไป กระทรวงพาณิชย์ก็เตรียมที่จะออกระเบียบให้มีการตรวจดีเอ็นเอในข้าวทุกถุงต่อไป “ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯกล่าว
อย่างไรก็ดี ในตอนแรกที่มีการส่งตัวอย่างข้าวมาตรวจดีเอ็นเอ พบว่ามีข้าวชนิดอื่นปลอมปนเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อกระทรวงพาณิชย์เข้มงวดในเรื่องนี้ก็ทำให้การปลอมปนข้าวลดลง จนใกล้เคียงกับมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ทำให้ราคาข้าวขาวดอกมะลิของไทยอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงขึ้นตามลำดับ
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะสนับสนุนการสร้างเครือข่ายของมหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดข้าวขาวดอกมะลิ ให้เข้ามาร่วมเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ในการตรวจสอบเบื้องต้นในแหล่งปลูก ซึ่งจะทำให้ข้าวขาวดอกมะลิไทยมีมาตรฐานสูงขึ้น


