xs
xsm
sm
md
lg

“โยงใยที่ซ้อนเร้น” รวมคน-สิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งเดียว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อย่างที่ทราบกันดีว่ายิ่งวิทยาการก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ สิ่งแวดล้อมก็ยิ่งเสื่อมโทรมลง และท้ายที่สุดมนุษย์ผู้สร้างกิจกรรมทำลายสิ่งรอบตัวก็กลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบนั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หรือว่าธรรมชาติจะซ้อนเร้นสายใยที่เชื่อมโยงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

วานนี้ (11 ต.ค.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและสำนักพิมพ์สวนเงินมีมาได้จัดเสวนาเปิดตัวหนังสือ “โยงใยที่ซ่อนเร้น” (The Hidden Connections) งานเขียนของ ฟริตจ๊อฟ คาปร้า (Fritjof Capra) นักฟิสิกส์ผู้มีงานเขียนปรัชญาหลายเล่ม อาทิ เต๋าแห่งฟิสิกส์และจุดเปลี่ยนแห่งศตวรรษ ณ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 10 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หนังสือเล่มดังกล่าวเป็นการผสมผสานมิติทางสังคม การรับรู้และชีววิทยาของชีวิตที่นำไปสู่วิทยาศาสตร์ที่ยั่งยืน ทั้งนี้ได้นักวิชาการที่มีความคิดไม่ต่างจากคาปร้านักมาร่วมเสวนากันในหัวข้อ “วิทยาศาสตร์ใหม่กับสุขภาพ-โยงใยที่ซับซ้อน” ได้แก่ ศ.นพ.ประสาน ต่างใจ นักวิชาการอาวุโส และ นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ จากสถาบันวิจัยสังคมและสุขภาพ

“การแพทย์ก็คือการเอาสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์มาเข้าใจสุขภาพและชีวิต วิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์แบบเก่า นำไปเราสู่ความรู้แบบหนึ่งซึ่งก็มีประโยชน์แต่ก็มีข้อจำกัด วิทยาศาสตร์ใหม่ก็นำเสนอให้เราเข้าใจชีวิตอีกแบบหนึ่ง ซึ่งการบรรลุจะต่างไปจากแบบเก่า จะมีความเป็นองค์รวมมากขึ้น ความรู้ใหม่ๆ ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนพียงชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลา” นพ.โกมาตรกล่าว

ในความเป็นโยงใยที่ซับซ้อนนั้น นพ.โกมาตรกล่าวว่าสรรพสิ่งเป็นหนึ่งเดียว การทำลายสิ่งหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งหนึ่ง กระบวนทัศน์วิทยาศาสตร์เก่าๆ นั้น แยกออกเป็นส่วนๆ เราแก้ปัญหาเป็นส่วนๆ ในขณะที่วิทยาศาสตร์ใหม่นั้นทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เมื่อเราทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายแม่น้ำ สุดท้ายผลเสียก็กลับมากระทบกับเราเอง

“การศึกษาในระยะหลังทำให้เส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับสัตว์หายไป” นพ.โกมาตรกล่าวถึงแนวคิดของคาปร้าที่เขียนไว้ในหนังสือบทแรกซึ่งเมื่อพิจารณากันที่ระดับเซลล์แล้ว ไม่ว่าสัตว์ พืช มนุษย์หรือจุลินทรีย์ล้วนประกอบไปด้วยเซลล์ จึงทำให้เราทราบว่าชีวิตระดับเบื้องต้นที่สุดคือเซลล์ เมื่อพิจารณาดังนี้ทุกชีวิตก็ไม่ต่างกัน

ด้านนายแพทย์อาวุโสอย่าง นพ.ประสานกล่าวว่าการมองชีวิตในแง่ชีววิทยาของตน ทำให้รู้สึกเสียใจเมื่อสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามถูกทำร้าย เพราะไม่สามารถแยกชีวิตเหล่านั้นออกจากชีวิตของคนได้ เนื่องจากเมื่อพิจารณาถึงที่สุดแล้วไม่ว่าสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ทั้ง ดิน น้ำหรือต้นไม้ล้วนไม่มีความแตกต่าง

“พอเราลงไปรายละเอียดจริงๆ แล้ว สสารกับพลังงานแยกจากกันไม่ได้ มันเป็นหนึ่งเดียวกัน ก่อนหน้านี้เราเห็นอะไรแยกจากกันหมด เห็นคนเป็นคนๆ เห็นตึกเป็นตึกๆ แยกจากกัน แต่ความจริงแล้ว พอลงไปในรายละเอียดที่ละเอียด ตึกก็ต้องประกอบไปด้วยหิน คนก็เหมือนกันประกอบไปด้วยเซลล์ ทั้งหมดพอถึงระดับที่ละเอียดที่สุดแล้วแยกไม่ได้ มันเป็นหนึ่งเดียวกัน วิทยาศาสตร์ใหม่คือการให้บูรณาการของความเป็นหนึ่งเดียวกันของสรรพสิ่ง”

“สุขภาพของเราขึ้นกับสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมกับเราแยกจากกันไม่ได้ ถ้าเราจะอยู่อย่างมีสุขภาพที่ดีเราก็ต้องอยู่อย่างเชื่อมโยงกัน ที่เรามีสุขภาพไม่ดีเพราะอะไร เพราะผิดไปจากกระบวนการธรรมชาติ กระบวนการธรรมชาตินั้นเป็นบูรณาการ แยกจากกันไม่ได้” นพ.ประสานสรุป