ราชบัณฑิตเตรียมจัดสัมมนารวมคนใช้เครื่องมือวิทย์ราคาแพง แจงเครื่องมือวิทย์ใช้หรือไม่ก็เสื่อมอยู่วันยังค่ำ บางองค์กรมีเครื่องมือแต่ไม่แบ่งให้คนอื่นใช้ หรือมีงบซ่อมแต่ไม่มีงบดูแล ขณะเดียวกันมองว่าคณะวิศวะในสถานศึกษาสามารถดูและเครื่องมือได้ในราคาถูกกว่าส่งไปซ่อมยังบริษัทแม่
สืบเนื่องจากปัญหาการดูแลเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนในหน่วยงานต่างๆ ของไทย ทางราชบัณฑิตยสถานจึงจะจัดการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “การใช้และดูแลเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนราคาแพง” ขึ้นในวันที่ 17-18 ส.ค. ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ศ.นพ.ยงยุทธ วัชรดุลย์ ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์แห่งราชบัณฑิตยสถานกล่าวว่าปัญหาเรื่องการดูแลเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่มีราคาแพงนั้นมีมานานแล้วแต่ไม่มีใครเข้ามาดูแล ไม่ว่าจะเป็นการไม่เปิดโอกาสให้หน่วยงานอื่นได้ใช้เครื่องที่ตนมีอยู่ ไม่มีงบประมาณในการดูแลแต่มีแค่งบประมาณในการซ่อมหรือการใช้เครื่องมือไม่คุ้มกับที่ลงทุน
“ยกตัวอย่างเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) ที่ใช้ในทางการแพทย์ ราคา 160-140 ล้านบาทต่อเครื่อง แต่ใช้จริงแค่วันละ 6 ชั่วโมง เครื่องมือพวกนี้ถึงจะใช้ไม่ใช้ก็ต้องเสื่อม น่าจะเปิดให้มีการใช้นอกเวลา หรือเครื่องมือวิจัยราคา 80 ล้าน สั่งซื้อมาเพื่อทำงานวิจัยเรื่องเดียวซึ่งก็ไม่คุ้ม” ศ.นพ.ยงยุทธกล่าวพร้อมทั้งให้นิยามของเครื่องมือวิทยาศาสตร์ราคาแพงว่าเป็นเครื่องมือที่มีราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้น และปัจจุบันไทยมีเครื่องมือประเภทดังกล่าวกว่า 100 เครื่องซึ่งคิดเป็นเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท
จากนั้น ศ.นพ.ยงยุทธได้ให้ความเห็นว่าหน่วยงานทางการศึกษาอย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็มีความสามารถที่จะดูแลรักษาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ราคาแพงได้ โดยเล่าถึงประสบการณ์ที่เคยเจอว่าเครื่องฉายรังสีโคบอลต์-60 ของ รพ.ศิริราชนั้นเสีย แต่ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์นิวเคลียร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถซ่อมได้ด้วยเงินเพียง 5,000 บาท แต่หากส่งไปซ่อมยังประเทศที่สั่งซื้อเข้ามาจะต้องใช้เงินหลายแสนบาท
สำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนานั้น ศ.นพ.ยงยุทธกล่าวว่าได้เชิญผู้ที่มีเกี่ยวข้องกับเครื่องมือวิทยาสาสตร์ราคาแพงทั้งผู้ที่มีเครื่องมือดังกล่าวทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ตัวแทนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะมีส่วนช่วยเหลือในการดูและรักษาเครื่องมือ ตัวแทนจากคณะแพทยศาสตร์ทั่วประเทศซึ่งเป็นหน่วยงานที่เครื่องมือดังกล่าวมากรวมไปถึงตัวแทนขายรวมทั้งสิ้นกว่า 200 คน ซึ่งจะได้มีการรวบรวมปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์อีกครั้ง
ทั้งนี้ ศ.นพ.ยงยุทธได้คาดผลคร่าวๆ ว่าการสัมมนาที่จะเกิดนี้จะทำให้การใช้และดูแลเครื่องมือที่มีอยู่ได้คุ้มค่า และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีเครื่องมือได้ใช้ อีกทั้งยังทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจอย่างถูกต้องว่าควรจะมาตรการในการใช้เครื่องมือร่วมกัน และเมื่อมีการทำความรู้จักแล้วคาดว่าจะทำให้เกิดความร่วมมือในการทำวิจัยมากขึ้น ส่วนจะมีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาดูแลการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เลยหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าเห็นอย่างไร พร้อมกันนี้ทางราชบัณฑิตยสถานยังได้จัดตั้งเครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตยสถานขึ้น โดยหวังว่าจะเกิดการรวมกลุ่มและแลกเปลี่ยนความรู้รวมถึงร่วมกันทำวิจัยขึ้น
ทางด้าน ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติกล่าวว่าการสัมมนาครั้งนี้จะทำให้บุคคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันดูแล แก้ไข ซ่อมแซมเครื่องมือวิทยาศาสตร์ราคาแพง รวบรวมปัญหา อุปสรรคและวิธีการจัดการที่ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และในการนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารีจะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดการสัมมนาในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 16.00 – 17.00 น. และจะทรงบรรยายพิเศษเรื่อง “เครื่องมือวิทยาศาสตร์กับงานวิจัยด้วย”