xs
xsm
sm
md
lg

ปลัดกระทรวงวิทย์ฯ คว้ารางวัลอินเตอร์ "ผู้นำการจัดการเทคโนโลยี"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับวงการวิทยาศาสตร์บ้านเรา ที่สถาบันการจัดการเทคโนโลยีระดับนานาชาติ (PICMET) ได้คัดเลือกให้ ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับรางวัล “ผู้นำการจัดการเทคโนโลยี” (LTM) เป็นครั้งแรกจากประเทศไทย โดยในวันที่ 2 ส.ค.นี้ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ไทยได้เดินทางไปรับรางวัลดังกล่าว ณ เมืองพอร์ตแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

นับเป็นข้อยืนยันได้ว่าประเทศไทยยังมีบุคลากรที่เปี่ยมความสามารถในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งหากมองในแง่คุณภาพถือว่าไม่แพ้ต่างชาติ เพียงแต่ในแง่ปริมาณอาจจะยังไล่ไม่ทันก็เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอัตราการเพิ่มจำนวนบุคลากรคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์จะย่ำอยู่กับที่ เพราะหากได้รับการผลักดันที่มากพอจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะภาครัฐฯ เชื่อว่าจะมีคนเก่งมีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์มาช่วยพัฒนาประเทศได้อีกมากทีเดียว

จากนักเรียนนอกสู่นักวิทย์ฯ ดีเด่นปี 43 และรางวัลระดับสากล

ศ.ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 ปัจจุบันอายุ 60 ปี การศึกษาจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยลอนดอน (University of London ) ต่อมาได้เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาโทควบปริญญาเอกในด้านอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University) ประเทศอังกฤษ

“ผมเริ่มงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ในช่วง 10 ปีแรกหลังจากเรียนจบจากเมืองนอก ผมสอนหนังสือกับทำวิจัยอยู่ที่ลาดกระบัง ช่วงนั้นก็เขียนรายงานวิจัยในวารสารนานาชาติไปกว่า 30 เรื่อง แล้วเขียนเรื่องสุดท้ายในปี พ.ศ. 2535 หลังจากนั้นก็ไม่มีเวลาเขียนอีก” ศ.ดร.ไพรัชเผย

“ตำแหน่งศาสตราจารย์ได้มาตอนอายุ 39 ปีซึ่งตอนนั้น ผมยังอยู่คณะวิศวะฯ ลาดกระบัง กำลังพยายามตั้งแล็บวิจัยอิเล็กทรอนิกส์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งสำนักบริการวิจัยคอมพิวเตอร์ ซึ่งระหว่างนั้นกระทรวงวิทย์ฯ ก็ขอให้ผมตั้งเนคเทค (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ) ไปด้วย ช่วงที่เป็นอธิการบดี ผมใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ทำได้ก็เพราะมีแล็บของเนคเทค ผมสร้างหลักสูตรปริญญาโท ปริญญาเอก และได้ทำวิทยาเขตชุมพรขึ้นมา”

หลังจากนั้น ถึงได้มาเป็น ผอ.เนคเทคในปี 41 ช่วงนั้นการใช้คอมภาครัฐในเมืองไทยยังลำบาก เมื่อไอทีโตขึ้น บ้านเรายังตามไม่ทัน ก็ต้องแก้กันไป ซึ่ง พรบ.พิเศษทำให้เนคเทครับคนเก่ง เงินเดือนอัตราเอกชนได้ โดยมีสัญญา 3 ปี เมื่อเนคเทคโต อินเทอร์เน็ตโตขึ้น School Net ก็โตตาม เรียกได้ว่าช่วงนั้นเราโตในอัตราเติบโตของเมืองนอกเลย ต่อมาพอได้เป็น ผอ. สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) ก็เจอปัญหาเศรษฐกิจอีก ก็แก้ปัญหาไปจนอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นรูปเป็นร่าง สมัยก่อนไม่มีตึกหรอก มีแต่ทุ่งนาร้าง” ศ.ดร.ไพรัช ย้อนเล่าประสบการณ์การทำงานอันยาวนานอย่างย่นย่อ

กว่า 30 ปีกับการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมาโดยตลอด โดยในปีพ.ศ.2543 ได้รับเลือกให้เป็น “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์” จากผลงานการค้นพบวิธีออกแบบวงจรกรองดิจิตัลชนิดรีเคอร์ซีพโดยการใช้โปรแกรมเชิงเส้น ทำให้เกิดความหลากหลายของรูปแบบและคุณลักษณะการตอบสนองความถี่ขนาดของวงจร ผลงานชิ้นนั้นถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของประเทศเลยทีเดียว

ทั้งนี้เพราะการออกแบบวงจรกรองชนิดรีเคอร์ซีฟสามารถให้คุณสมบัติการตอบสนองความถี่เฟสมีลักษณะเชิงเส้นออกแบบวงจรของความถี่ชนิดนันรีเคอร์ซีฟขนาดเรียบที่สุดและกำหนดจุดตัดความถี่ได้ นอกจากนี้ยังค้นพบวงจรที่สามารถวัดทิศทางและระยะทางได้ รวมทั้งค้นพบวงจรกรองอานาล็อกที่สามารถประหยัดชิ้นส่วนในการผลิตและมีความคงทนต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าชิ้นส่วนดังกล่าวอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็มีปรากฏอยู่สม่ำเสมอ ตัวอย่างบางผลงานเช่น ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้พัฒนาระบบโครงสร้างการศึกษาให้สามารถรองรับการศึกษาระดับปริญญาเอก ควบคู่ไปกับการบริหารเนคเทคจนสามารถดำรงอยู่ได้ นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันให้ “อุทยานวิทยาศาสตร์” (Science Park) ที่รังสิต กำเนิดขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

รางวัล “LTM” จากองค์กรสากล PICMET

ผลงานมากมายที่ ศ.ดร.ไพรัชสร้างไว้ ในที่สุดจึงได้สะดุดตากรรมการผู้เสนอชื่อให้เข้ารับรางวัล “LTM” แม้ในประเทศไทยทั้งคำว่า “PICMET” และรางวัล “LTM” อาจยังไม่เป็นที่คุ้นหูนัก แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เพราะเมื่อตรวจสอบชื่อบรรดาคณะที่ปรึกษา ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อของผู้บริหาร หรือซีอีโอของธุรกิจชื่อดังระดับโลกกันแทบทั้งนั้น สำหรับผู้ที่เคยได้รับรางวัลดังกล่าวที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย คือ นาย Andrew Grove จาก Intel, Jack Welch จาก GE เป็นต้น

ทั้งนี้ PICMET (Portland International Center for Management of Engineering and Technology) เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรที่ได้รับการก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยี ซึ่งการดำเนินงานของ PICMET ดำเนินการด้วยการแสดงทัศนะด้านการจัดการเทคโนโลยีผ่านการประชุมของคณะที่ปรึกษา ภายใต้ประเด็นที่เป็นปัญหาระดับโลก

“ศ.ดันดาร์ เอฟ โกคลาโอกลู ประธานซีอีโอของ PICMET ติดต่อผ่านเมลมาบอกว่าผมได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยรู้จัก ไม่ได้ติดต่ออะไรกับ PICMET มาก่อนเลย ยังไม่แน่ชัดด้วยว่าถ้าได้รางวัลแล้วจะต้องไปทำอะไรบ้าง ก็ได้ดำเนินการสอบถามเงื่อนไขต่างๆ อยู่ว่าจะต้องทำอะไร แต่เบื้องต้นทางโน้นแจ้งว่าให้ไปร่วมงานในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม โรงแรมฮิลตัล พอร์ตแลนด์ ที่อเมริกา” ศ.ดร.ไพรัช กล่าวก่อนที่จะเดินทางไปรับรางวัล

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัล LTM นั้นจะต้องเป็นผู้นำทางด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยี มีวิสัยทัศน์และมีความเด่นในด้านกำหนดกลยุทธ์ทิศทาง และช่วยดำเนินการให้แผนกลยุทธ์หรือวิสัยทัศน์ดังกล่าวสำเร็จผล โดยรางวัลดังกล่าวจะมอบให้สำหรับ 3 สาขา คือ ภาครัฐ ภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม

สำหรับผลงานของปลัดกระทรวงวิทย์ฯ ที่โดดเด่นจนเข้าตาคณะกรรมการคัดเลือกผู้รับรางวัล LTM ได้แก่ การบริหารงานตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้อำนวยการเนคเทค และผู้อำนวยการ สวทช. ตามลำดับ

“วิทยาศาสตร์ไทยทำจากเล็กไปหาใหญ่”

สำหรับมุมมองที่มีต่อภาพรวมวิทยาศาสตร์ไทยนั้น ปลัดกระทรวงวิทย์ กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ไทยทำจากเล็กไปหาใหญ่ นักวิจัยคนอื่นๆ ที่เขาประสบความสำเร็จ เขาทำกันทีละโปรเจกต์ คือมุ่งทำเป็นงานๆ ไป ซึ่งในภาพรวมเราจะต้องเชื่อมโยงโปรเจกต์เหล่านั้นให้ได้

"อย่างผลงานของกระทรวงวิทย์ฯ ที่ออกมาในแง่คุณภาพถือว่าใช้ได้เลย แต่ปริมาณยังไม่ได้ อย่างการส่งนักเรียนไทยไปเรียนต่างประเทศจนจบปริญญาเอกมาทำงานระดับสากลได้เลย ติดตรงปริมาณน้อยกว่าต่างชาติ 20-25 เท่า ยิ่งถ้าเทียบกับฟินแลนด์ ถ้าของเขามีนักวิจัย 100 คน ของเราจะมีแค่ 3.88 เท่านั้นเอง ส่วนงบวิจัยของเราก็อยู่แค่ร้อยละ 0.26 จากจีดีพี ในขณะที่ของคนอื่นเขาได้กันเกือบร้อยละ 10”

และเมื่อถามถึงความสำคัญที่ภาครัฐมีให้กับวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ศ.ดร.ไพรัช กล่าวต่อไปว่า ทุนวิจัยรัฐบาลก็คงเต็มใจให้ เพียงแต่ปัญหาคือจะเอางบไปเพิ่มตรงส่วนไหน ส่วนตัวผมเห็นว่าถ้าเงินส่วนนี้สามารถใช้ไปดึงคนเก่งคนมีความสามารถให้มาทำงานได้ก็จะดี

"เพราะงานด้านวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องไว ต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ งานวิจัยต่างๆที่ออกมาก็เร็ว ผมว่านายกฯ ก็เข้าใจนะ อย่างถ้าพูดเรื่องนาโนเทคฯ ไบโอเทคฯ นายกฯ เข้าใจว่ามันสำคัญ แต่คนในรัฐฯ ระดับล่างยังตามไม่ทัน นี่ก็เป็นปัญหา เพราะการที่จะปรับองค์กรเพื่อดึงคนเก่งๆ มาทำมันเป็นเรื่องที่ต้องแก้ทั้งระบบ"

“การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทุกระดับของสังคมจะต้องวางแผนอย่างรอบคอบภายใต้การนำและการดำเนินการที่เข้มแข็ง และจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนด้านการเงินเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญต้องเป็นการสนับสนุนอย่างจริงใจและเต็มที่จากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าถึงประชาชนในประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งองค์กรระดับรากหญ้าต่างๆ เป็นส่วนที่มีบทบาทมากในการทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยีง่ายขึ้น” ศ.ดร.ไพรัชกล่าวทิ้งท้าย

แม้ว่า ศ.ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ จะเกษียณจากตำแหน่งปลัดกระทรวงวิทย์ฯ ภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ หากแต่ความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ยังคงอยู่มิได้เสื่อมคลาย โดยหลังพ้นตำแหน่งก็จะกลับไปทำแล็บวิจัยที่เนคเทคอีกครั้ง

รางวัล LTM นับเป็นอีกสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบุคลากรไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นเครื่องยืนยันว่า ประเทศเราก็มีคนเก่งที่มีความสามารถในการดูแลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าได้ต่อไป