xs
xsm
sm
md
lg

ฟอสซิลจระเข้บราซิล ย้ำรอยต่ออเมริกาใต้-แอฟริกา-ขั้วโลกใต้ เป็นผืนเดียวกัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รอยเตอร์ – พบฟอสซิลโครงกระดูกที่เกือบสมบูรณ์ของจระเข้ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบราซิล ทำให้ทฤษฎีมหาทวีปที่เชื่อว่าขั้วโลกใต้รวมทั้งอเมริกาใต้ แอฟริกา และออสเตรเลียเคยเป็นแผ่นดินผืนเดียวกันมาก่อนเมื่อ 70 ล้านปีที่แล้วน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

การนำเสนอการค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่เมื่อวันพุธ (16 ก.พ.) ที่ผ่านมา ของ ศ.อีสมาร์ เดอ เซาซา คาร์วาลโฮ (Prof. Ismar de Souza Carvalho) จากมหาวิทยาลัยกลาง เมืองริโอ เดอ จาเนโร (Rio de Janeiro Federal University) เปิดเผยว่า เขาได้ค้นพบ “อุเบราบาซูคัส เทอร์ริฟิคัส” (Uberabasuchus terrificus) หรือ จระเข้ที่แสนจะดุร้ายแห่งเมืองอูเบราบา (Uberaba) ทางตะวันออกของบราซิล

การค้นพบครั้งนี้ ส่งผลให้แนวคิดที่ว่ามีทวีปแผ่นใหญ่ในสมัยโบราณกาลที่ชื่อว่า “กอนด์วานา” (Gondwana) อยู่ทางขั้วโลกใต้ นั้นมีร่องรอยแห่งความเป็นจริงมากขึ้น โดยข้อสันนิษฐานจากนักโบราณวิทยาหลายสายระบุว่าเมื่อ 200 ล้านปีที่ผ่านมาแต่เดิมออสเตรเลียมีพื้นที่เชื่อมติดกับอเมริกาใต้ แอฟริกา อินเดีย และแอนตาร์กติกา ซึ่งรวมกันเป็นทวีปกอนด์วานา

”เช่นเดียวกันกับจระเข้ที่ค้นพบเช่นกันก่อนหน้านี้ในปาทาโกเนีย อาร์เจนตินา และมาดากัสการ์ ดังนั้นพวกเราจึงนำมาเป็นข้อสันนิษฐานว่าดินแดนที่เป็นรอยเชื่อมต่อระหว่างมหาทวีปเก่าคืออเมริกาใต้ แอนตาร์กติกา และมาดากัสการ์” ศ.คาร์วาลโฮ เผยระหว่างการนำเสนอจระเข้พันธุ์ดึกดำบรรพ์

หากข้อสันนิษฐานเรื่องมหาทวีปเป็นจริง นั่นหมายความว่าบริเวณแอนตาร์กติกาก่อนหน้านี้จะต้องอบอุ่นกว่าในปัจจุบันซึ่งปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง จึงทำให้สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างๆ อพยพหนีพื้นที่ที่เคยอบอุ่นไปหาแหล่งอบอุ่นแหล่งใหม่

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าผืนทวีปแอฟริกาในปัจจุบันแตกออกจากมหาทวีปกอนด์วานา เมื่อ 100 ล้านปีก่อน แต่ก็ยังมีร่องรอยการเชื่อมต่ออยู่แถวๆ อเมริกาใต้ แอนตาร์กติกา อินเดีย และเชื่อว่ามีร่องรอยแถวออสเตรเลียอีกด้วย จนกระทั่งเมื่อ 70 ล้านปีที่แล้ว ร่องรอยดังกล่าวก็ลดน้อยถอยลง

ดูเหมือนว่าจระเข้ยุคก่อนประวัติศาสตร์จะมีลักษณะตรงข้ามกับจระเข้ยุคใหม่ เพราะซากของ “อุเบราบาซูคัส เทอร์ริฟิคัส” ที่ค้นพบนี้มีลักษณะเหมือนสัตว์บกมากกว่า เพราะมีขาที่ยาวและแข็งแรง ลำตัวยาวกว่า 10 ฟุต (ประมาณ 3 เมตร) และน้ำหนัก 660 ปอนด์ (ประมาณ 300 กิโลกรัม) และแม้ว่า“อุเบราบาซูคัส เทอร์ริฟิคัส” จะมีขนาดเล็กกว่าจระเข้ที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็มีสัญชาติญาณการล่ามากกว่าจระเข้โลกใหม่มากนัก

”มันเป็นสุดยอดนักล่า พวกเราเชื่อว่าไดโนเสาร์ทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่เจ้ายักษ์ไททาโนซอรัสก็อาจจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของจระเข้ดึกดำบรรพ์ตัวนี้ได้แน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตบนผืนโลกน่าจะกลายเป็นอาหารจานเด็ดได้เลย” ลีโอนาโด ดอส ซานโตส เอวิลลา (Leonardo dos Santos Avilla) นักวิจัยผู้ร่วมทีมอีกคนเผย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าฟันของเจ้าสิ่งมีชีวิตก่อนยุคประวัติศาสตร์ตัวนี้แข็งแรงมากพอที่จะเจาะกระดองเต่าที่หนามากได้

ซากฟอสซิลที่สมบูรณ์ทำให้เกิดความเป็นไปได้ในการศึกษาถึงวิถีชีวิตของ “อุเบราบาซูคัส เทอร์ริฟิคัส” ซึ่งเชื่อว่าไม่มีความเชื่อมโยงโดยตรงถึงจระเข้ในโลกยุคใหม่ โดยเจ้าจระเข้ดึกดำบรรพ์ตัวนี้เคลื่อนที่และล่าเหยื่อไปทั่วอาณาบริเวณในยุคไดโนเสาร์ยังครองโลก

”นี่เป็นหนึ่งในฟอสซิลที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา และถือว่าเป็นความสมบูรณ์ในการศึกษาสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายจระเข้ในช่วงสมัยแห่งมหาทวีปกอนด์วานา” เอวิลลาอธิบายถึงความสำคัญของการค้นพบครั้งนี้ ซึ่งเขาได้ระบุว่าซากฟอสซิลที่ค้นพบคือ “อุเบราบาซูคัส เทอร์ริฟิคัส” หลังจากค้นพบซากเมื่อ 5 ปีก่อน (2543)