บีบีซีนิวส์ – สัตว์จำพวกลิงที่นับวันเริ่มลดน้อยลงทั่วโลก ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ขาดแคลนสัตว์ทดลอง ส่งผลกระทบให้การค้นคว้าวิจัยตัวยาชนิดใหม่และการศึกษาพันธุกรรมเกิดความล่าช้า โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยที่มุ่งพัฒนายารักษาโรคจากการติดเชื้อเอชไอวี และโรคทางประสาทวิทยา
นักวิจัยชาวสวีเดน มหาวิทยาลัยอัพพซาลา (Uppsala University) ได้ค้นคว้างานวิจัยกว่า 3,000 ชิ้นเพื่อประเมินจำนวนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้ในการทดลองในปี 2001 การสำรวจพบว่ามีการใช้สัตว์ทดลองถึง 41,000 สายพันธุ์ไปกับการค้นคว้าวิจัย 4,411 รายการ โดยคาดว่ามีการใช้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตระกูลไพรเมทซึ่งเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการกลุ่มเดียวกับมนุษย์ถึง 200,000 ตัว
สำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในแต่ละปีมี ความต้องการสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพื่อการทดลองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความจำเป็นต้องใช้สัตว์สายพันธุ์ใกล้เคียงกับมนุษย์เพื่อการค้นคว้าเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ ขณะที่นักวิจัยบางท่านกล่าวว่าการขาดแคลนนี้จะส่งผลให้งานวิจัยที่มีอยู่เกิดความล่าช้าและชะลอการพัฒนางานวิจัยใหม่ๆ
นอกจากนี้ การขาดแคลนสัตว์ทดลองยังหมายถึงงานวิจัยอีกหลายๆ งานที่ยื่นเสนอจะต้องมีอันล้มเลิกไป เพราะมีสัตว์ไม่เพียงพอสำรับการทดลอง ซึ่งศาสตราจารย์ คอลิน เบลกมอร์ (Professor Colin Blakemore) แห่งสถาบันค้นคว้าตัวยาแห่งอังกฤษ (UK’s Medical Research Council-MRC) กล่าวว่า เป็นความจริงที่มีการให้สัตว์ซึ่งกำลังขาดแคลนแก่นักวิจัยไปทดลอง โดยเบลอกมอร์ได้กล่าวย้ำว่าการทดลองกับลิงเป็นทางเลือกเดียวในการค้นคว้าวิจัยแม้ว่าจะมีความกดดันอย่างมากให้หยุดทำการทดลองในสัตว์
สำหรับการใช้สัตว์ทดลองนั้น โดยเฉพาะลิงประเภท "ไพรเมท" แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ลิงโลกเก่า (old world monkey) ซึ่งหางจะสั้นหรือยาวก็ได้ แต่ไม่สามารถใช้เกาะเกี่ยวสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวมันได้ และลิงโลกใหม่ (new world monkey) หางยาว แข็งแรงใช้แทนขาและแขนได้อย่างดี ส่วนลิงอีกประเภทคือ "เอป" (ape) หรือลิงไม่มีหางมีอยู่ 4 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ชะนี (gibbon), อุรังอุตัง (urang-utang), กอลิลลา (gorilla) และชิมแปนซี (chimpanzee) ลิงของไทย จัดอยู่ในประเภท ลิงโลกเก่า ในขณะที่ลิงแถบแอฟริกาใต้ ถือเป็นลิงโลกใหม่
ทั้งนี้ ในการสำรวจรายงานว่าในการทดลองมีการใช้ลิงโลกเก่าถึง 65 % มากที่สุดในการใช้สัตว์ตระกูลไพรเมท ส่วนลิงโลกใหม่ถูกใช้ไป 15 % และลิงไม่มีหางอย่างชิมแปนซีถูกใช้ต่ำกว่า 9 % การสำรวจยังเน้นให้เห็นว่าบ่อยครั้งที่รายงานการวิจัยไม่ระบุสภาวะของสัตว์ทดลองที่ถูกกักขัง และไม่มีการรายงานผลกระทบที่เกิดกับสัตว์เหล่านั้นจากการทดลอง ทำให้ยากที่จะประเมินความมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของการทดลองและยากสำหรับนักวิทยาศาสตร์เองที่จะว่ารู้พวกเขากำลังเร่งผลิตผลงานที่ซ้ำกับคนอื่นหรือไม่
ส่วนในอังกฤษนั้น จากการสำรวจไม่การใช้ชิมแปนซีในการทดลอง ส่วนการทดลองอื่นๆ ที่ต้องใช้สัตว์ในตระกูลไพรเมทมีเพียง 0.1% โดยทดลองกับลิงมาร์มะเซท (marmosets) และลิงมะคาค(macaques)


