ดินคือรากฐานของทุกชีวิต และเป็นแหล่งผลิตอาหารกว่า 95% ของโลก แต่ในวันนี้ ดินทั่วโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนจากสภาพของที่เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าธรรมชาติจะฟื้นฟูได้ทัน โดยมีต้นตอมาจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพภูมิอากาศแปรปรวน การตัดไม้ทำลายป่า และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือการทำเกษตรกรรมที่พึ่งพาสารเคมีมายาวนาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้ส่งผลถึงเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศ และความไม่มั่นคงทางอาหารของคนทั้งโลก
หนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาดินเสื่อมโทรม คือการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้สภาพดินเปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบ ทั้งดินเป็นกรดจัด เค็มจัด ขาดธาตุอาหาร และมีโครงสร้างอัดแน่นจนรากพืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ ขณะเดียวกัน การใช้สารเคมียังมีส่วนก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาโลกร้อน การลด ละ หรือเลิกใช้สารเคมี จึงเป็นอีกทางเลือกสำคัญในการฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง และสำหรับเกษตรกรไทย ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ นั่นคือ “น้ำกากส่า” สารปรับปรุงดินที่อุดมไปด้วยธาตุอาหารจำเป็นต่อพืช
“น้ำกากส่า” คือผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตแอลกอฮอล์ ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์เป็นสารปรับปรุงดินแทนปุ๋ยเคมีได้ เนื่องจากมีธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการ ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม อีกทั้งยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยหมัก หรือใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย โรงงานสุรารวงข้าว มองเห็นคุณค่าของทรัพยากรดังกล่าว และไม่ปล่อยให้น้ำกากส่ากลายเป็นของเสียที่สูญเปล่า จึงได้ริเริ่มโครงการ “น้ำกากส่าเพื่อชุมชน” เพื่อส่งต่อทรัพยากรให้เกษตรกรนำไปใช้ปรับปรุงดิน ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้น โดยตลอดระยะที่ผ่านมา โรงงานสุรารวงข้าวทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ ได้ส่งมอบน้ำกากส่าให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
• โรงงานสุรารวงข้าว อธิมาตร จ.บุรีรัมย์ นำน้ำกากส่าไปใช้เป็นสารปรับปรุงดินสำหรับปลูกหญ้าเนเปียร์ เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้ช้าง ช่วยสนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากร และสร้างแหล่งอาหารคุณภาพให้กับช้างไทย
• โรงงานสุรารวงข้าว เอส เอส การสุรา จ.อุบลราชธานี ส่งเสริมเกษตรกร 72 ราย ให้นำน้ำกากส่าไปใช้เป็นสารปรับปรุงดินแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ครอบคลุมพื้นที่เกษตร 1,400.50 ไร่ รวมปริมาณน้ำกากส่า 120,000 ลูกบาศก์เมตร
• โรงงานสุรารวงข้าว แก่นขวัญ จ.ขอนแก่น ส่งต่อน้ำกากส่าให้เกษตรกร 47 ราย จำนวน 140,160 ลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1,642 ไร่ และสามารถช่วยลดต้นทุนปุ๋ยเคมีได้ถึง 50%
• โรงงานสุรารวงข้าว เทพอรุโณทัย จ.หนองคาย ติดตั้งระบบปั๊มและท่อส่งน้ำระยะทางกว่า 4,700 เมตร เพื่อส่งต่อน้ำกากส่า 4,500 ลูกบาศก์เมตร ให้เกษตรกรและชุมชนรอบโรงงาน เกษตรกร 4 ราย นำไปใช้ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ พื้นที่ 40 ไร่
• โรงงานสุรารวงข้าว สีมาธุรกิจ จ. นครสวรรค์ ส่งมอบน้ำกากส่า 14,403 ลูกบาศก์เมตร ให้แก่เกษตรกร 19 ราย นำไปใช้ในพื้นที่เกษตรรวม 419 ไร่
ในบริบทของความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาพลังงานและปุ๋ยเคมีในตลาดโลกโครงการน้ำกากส่าเพื่อชุมชน โดยโรงงานสุรารวงข้าว จึงยิ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นทางเลือก ไม่เพียงสร้างคุณค่าต่อยอดผลพลอยได้จากการผลิตแอลกอฮอล์ให้เป็นสารปรับปรุงดินชั้นดี แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาสารเคมี ฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ลดต้นทุนการผลิต พร้อมสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


