xs
xsm
sm
md
lg

“ไฝ” จุดเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม สัญญาณเตือนมะเร็งผิวหนังจากแดดเมืองไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในเมืองท่องเที่ยวริมฝั่งโขงอย่างจังหวัดหนองคาย ที่มีแสงแดดแผดเผาเกือบตลอดทั้งปี และเป็นจุดหมายปลายทางของชาวต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางมาพักผ่อนและใช้ชีวิตวัยเกษียณ ปัญหาเรื่องสุขภาพผิวหนังจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว พญ. พีรวรรณ จังศิริวัฒนธำรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและการรักษาเกี่ยวกับความงาม ประจำเครือโรงพยาบาลวัฒนา(อุดรธานี,หนองคาย, เวียงจันทร์) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า มะเร็งผิวหนังเป็นโรคที่พบได้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนผิวขาวที่มีปริมาณเม็ดสีน้อยกว่าคนไทย

ทำไมต้องระวังมะเร็งผิวหนัง?
คุณหมอพีรวรรณ อธิบายว่า ร่างกายของเรามีกลไกป้องกันแสงแดดผ่านเม็ดสี (Melanin) คนไทยที่มีผิวเข้มจึงมีความเสี่ยงน้อยกว่าชาวต่างชาติที่มีผิวขาว แต่ด้วยสภาพอากาศปัจจุบันที่ค่ารังสี UV สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสะสมของรังสี UV ในชั้นผิวหนังจึงกลายเป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ผิวหนัง จากจุดเล็กๆ ที่เราเรียกว่า "ไฝ" หรือ "ปาน" อาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังร้ายแรงได้หากไม่ได้รับการตรวจรักษาทันเวลา

ทั้งนี้ เทคนิคการสำรวจตัวเองด้วยหลัก "ABCDE" คือ การเฝ้าระวังด้วยตนเองเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คุณหมอแนะนำว่าก่อนอาบน้ำทุกวัน ควรใช้เวลาเพียงเล็กน้อยสำรวจร่างกายตั้งแต่หนังศีรษะ (ซึ่งมักถูกละเลย) ไปจนถึงฝ่าเท้า หากพบไฝหรือตุ่มที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ควรมาพบแพทย์ทันที

A - Asymmetry (ความไม่สมมาตร) ไฝปกติควรเป็นรูปทรงกลมหรือรีที่สม่ำเสมอ หากลองลากเส้นแบ่งครึ่งแล้วทั้งสองข้างดูไม่เหมือนกัน นั่นคือสัญญาณแรกที่ต้องระวัง
B - Border (ขอบ) ขอบของไฝมีความหยัก ขรุขระ หรือไม่เรียบคมชัดเหมือนไฝทั่วไป
C - Color (สี) มีมากกว่าหนึ่งสีในไฝเม็ดเดียว เช่น มีสีน้ำตาลปนดำ หรือมีจุดที่เข้มขึ้นกะทันหัน
D - Diameter (ขนาด) หากไฝมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร (ประมาณยางลบปลายดินสอ) หรือมีการขยายขนาดอย่างรวดเร็ว
E - Evolution (การเปลี่ยนแปลง) ข้อนี้สำคัญที่สุด คือการสังเกตว่ามีการเปลี่ยนแปลงตามเวลาหรือไม่ เช่น จากที่เคยเรียบก็กลับนูนขึ้น มีอาการคัน มีเลือดออก หรือกลายเป็นแผลเรื้อรังที่ไม่ยอมหาย
ประสบการณ์ตรงจากการรักษา: ชาวต่างชาติและความเสี่ยงที่สูงกว่า

ในพื้นที่หนองคาย คุณหมอพีรวรรณได้ตรวจรักษาคนไข้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยพบว่าชาวต่างชาติที่มาใช้ชีวิตกลางแจ้งในไทยมักจะมีรอยโรคที่เกิดจากแดด (Actinic Keratosis) ซึ่งเป็นระยะก่อนมะเร็งสูงกว่าปกติ "มะเร็งผิวหนังมันไม่เคยอยู่นิ่งค่ะ มันจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา" คุณหมอกล่าวเสริม แนะนำให้คนไข้ใช้วิธี "Self-Monitoring" โดยการใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปไฝที่สงสัยไว้ พร้อมเขียนกำวันที่ และตรวจซ้ำทุก 3-4 เดือน หากพบว่าภาพถ่ายล่าสุดต่างจากภาพแรกอย่างชัดเจน นั่นคือข้อบ่งชี้ว่าต้องได้รับการตรวจด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ละเอียดกว่าการมองด้วยตาเปล่า

ทั้งนี้ การวินิจฉัยและทางเลือกในการรักษา ในส่วน โรงพยาบาลวัฒนา หนองคาย มีการใช้เครื่องมือ Dermatoscope ซึ่งเป็นกล้องกำลังขยายสูงที่ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนังได้ลึกกว่าปกติ ช่วยแยกแยะระหว่าง "ตุ่มเนื้อธรรมดา" กับ "มะเร็งผิวหนัง" ได้อย่างแม่นยำ หากพบความผิดปกติ แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการวินิจฉัยมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล

ท้ายสด คำแนะนำทิ้งท้ายจากคุณหมอ การป้องกันดีกว่าการรักษาเสมอ การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงและป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB รวมถึงการเลี่ยงแดดจัดในช่วงกลางวันเป็นสิ่งจำเป็น แต่การหมั่นสำรวจความผิดปกติบนร่างกาย คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคมะเร็งผิวหนังได้อย่างยั่งยืน

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม: ติดต่อแผนกผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลวัฒนา หนองคาย โทร: 042-421-999














กำลังโหลดความคิดเห็น