xs
xsm
sm
md
lg

ชัชชาติ แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่กทม. เร่งกู้ภัย-ตรวจสอบอาคาร พร้อมออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวสถานการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกาศเขตประสบสาธารณภัย หลังแผ่นดินไหวส่งผลให้อาคาร สตง. ทรุดตัว มีผู้ติดค้าง เร่งช่วยเหลือด่วน ขณะเดียวกัน รถไฟฟ้าหยุดให้บริการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย กทม. ย้ำประชาชนอย่าตื่นตระหนก แนะสำรวจอาคารก่อนกลับเข้าใช้งาน


วันนี้ (28 มี.ค. 68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวสถานการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร ว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับอาคารที่กําลังก่อสร้าง อาคารที่มีความเสียหาย รุนแรงมากที่สุด คืออาคาร สตง. ที่อยู่ในเขตจตุจักร ที่กําลังก่อสร้าง เป็นอาคารความสูง 33 ชั้น มีการทรุดตัวลง มี พนักงานก่อสร้างติดอยู่ภายในประมาณ 83 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ช่วยชีวิตออกมาได้จำนวนหนึ่ง น่าจะเป็นความเสียหายมากที่สุดที่เราได้รับรายงานมา มีจุดที่2 คือตัวเครนที่เป็นการก่อสร้างคอนโดแถวดินแดงถล่มลงมา ก็เป็นอาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างเช่นกัน ส่วนของเครนก็ไปกระทบกับทางด่วนดินแดง จึงต้องปิดการจราจรชั่วคราว ตอนนี้การจราจรได้เปิดกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว ส่วนอาคารที่แตกร้าว ก็ต้องมีการตรวจสอบถึงความมั่นคงแข็งแรง พวกโครงสร้างพื้นฐานหลักสะพานต่าง ๆ ที่มีข่าวว่ามีสลิงขาด จากการตรวจสอบไม่พบว่าสลิงขาด สะพานต่าง ๆ อาจ จะมีรอยแตกร้าวบ้าง แต่ไม่อยู่ในสภาพวิกฤติ ที่ถึงขนาดเกิดการวิบัติ เพราะฉะนั้น ตอนนี้ขอให้ฟังข่าวด้วยความ ระมัดระวัง สถานการณ์จริงแล้วก็ต้องประเมินความเสียหายอยู่ในวงจํากัด ก็คือจะเป็นอาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อ สร้างเป็นหลัก ส่วนอาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้วที่ถล่มยังไม่มีรายงานเข้ามา

สถานการณ์ตอนนี้ ปภ. ได้ให้ข้อมูลว่าประชาชนสามารถกลับเข้าสู่อาคารได้ แต่ขอให้สํารวจอาคารก่อนในเบื้องต้น ว่ามีรอยแตกร้าวที่บริเวณคานหรือเสาอย่างรุนแรงหรือไม่ ถ้าไม่มีความเสียหายอย่างรุนแรง สามารถกลับเข้าสู่ในพื้นที่ ได้ ส่วนอาฟเตอร์ช็อกยังไม่มีการยืนยัน เพราะว่าการเกิดอาฟเตอร์ช็อก เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่การเกิดมันจะมีขนาดที่เล็กกว่า เนื่องจากว่าแผ่นดินไหวตัวแรก มันได้ปล่อยพลังงานที่เก็บสะสมไว้ออกมาเป็นจำนวนมากแล้ว ความเสียหายก็จะมีขนาดที่ลดลงอีก ส่วนหนึ่งก็คือต้องบอกว่าอาคารในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอาคารใหม่ที่มีการก่อสร้างต้องสามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้ อาคารที่กําลังก่อสร้างจะเป็นอาคารที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว อาคารที่ก่อสร้างไม่เสร็จระบบต่าง ๆ ยังไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นอาจจะมีความอ่อนแอกว่าอาคารอื่น ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก ตอนนี้ที่เราต้องกังวลก็คือเรื่องโรงพยาบาล เพราะว่าโรงพยาบาล จะมีการอพยพผู้ป่วยต่าง ๆ ออกมา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ห้องฉุกเฉิน ซึ่งโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ได้ให้แนวในการปฏิบัติ โดยแต่ละเขตลงไปช่วยดูแล คือให้สํารวจโครงสร้างก่อนว่ามีความเสียหายรุนแรงหรือไม่ ถ้ามีความเสียหายไม่รุนแรง ผู้ป่วยสามารถกลับเข้าสู่อาคารได้ ส่วนผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง สามารถกลับบ้านได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระ ถ้าเกิดมีความต้องการฉุกเฉิน

ปัญหาต่อมา คือเรื่องการจราจร ตอนนี้รถไฟฟ้าสายหลักคือ บีทีเอส เอ็มอาร์ที ยังหยุดให้บริการอยู่ เพื่อประเมินความปลอดภัย แต่เท่าที่ดูตัวโครงสร้างไม่ได้รับความเสียหาย แต่ต้องดูระบบสัญญาณต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงอยู่ว่ามีความพร้อมหรือไม่ โดยเฉพาะระบบควบคุมการเดินรถ ก็ต้องให้มั่นใจจึงจะประกาศเปิดให้บริการตามปกติ ซึ่งทางเอ็มอาร์ทีอาจจะเป็นพรุ่งนี้เช้า แต่บีทีเอสเราต้องตรวจสอบเพราะว่าโครงสร้างคนละแบบกัน แต่คิดว่าอาจจะใกล้เคียงกัน อาจจะเปิดได้พรุ่งนี้เช้า

ตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ. 2550 อาคารใหม่ ๆ สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ สำหรับอาคารที่กทม. 2 (ดินแดง) เราออกแบบไว้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มาก ยังไม่ต้องกังวล เพราะฉะนั้นอย่าตระหนกตกใจ คือสภาพอาคารที่มีคลิปวิดีโอออกไป และมีความเสียหายจนดูน่าตกใจ ต้องบอกว่าเป็นอาคารที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีความอ่อนไหวกว่าอาคารที่สร้างเสร็จแล้ว รวมทั้งพวกเครนที่หักลงมา ก็เป็นโครงสร้างที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างเช่นกัน

ขณะนี้มีการประกาศกรุงเทพมหานครให้เป็นเขตประสบสาธารณภัยแล้ว และตามอำนาจของผู้ว่าฯ กทม. สามารถประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันได้รับการประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงานอย่างเข้มแข็ง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เอไอเอสที่จะเอื้อเฟื้อเครื่องมือตรวจจับสัญญาณมือถือ และบริษัท Chevron Thailand ที่ยินดีช่วยเหลือเรื่องการขุดเจาะในเหตุตึกถล่ม ก็มีความร่วมมือ ร่วมใจกันทุกภาคส่วน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจ กทม. เองก็ประสานกับทาง ปภ. ตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้โทรติดต่อมา ตั้งแต่นาทีแรกของการเกิดแผ่นดินไหว แล้วก็มีการประชุมหารือตลอด และความร่วมมือต่าง ๆ ก็น่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้โดยเร็ว ส่วนผู้อำนวยการเขตทุกเขตก็ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ แล้วแจ้งรายงานมาทางศูนย์บัญชาการอย่างต่อเนื่อง

ส่วนสถานการณ์โดยรอบเท่าที่รายงานเข้ามา ส่วนใหญ่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่มีความเสียหายรุนแรง อาจจะมีรอยร้าวตามอาคารบ้าง แต่หากอาคารไหนที่ไม่แน่ใจก็ให้แจ้งเข้ามาที่แอปพลิเคชัน Traffy Fondue ถ่ายรูปส่งมา เพื่อให้ทีมวิศวกรอาสาเข้าตรวจสอบ ช่องทางการแจ้งเหตุ กทม. มี 2 ช่องทางคือ Traffy Fondue และโทร 1555 ซึ่งขณะนี้มีประชาชนแจ้งปัญหาเข้ามาแล้ว 169 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอาคารร้าว ก็จะให้ส่งรูปเข้ามาพร้อมกับโลเคชั่น แต่เรื่องอาคารที่ร้าว บางทีในส่วนที่ร้าวอาจจะไม่ใช่โครงสร้างหลักที่รับน้ำหนัก อาจจะเป็นในส่วนของกำแพง ซึ่งมีโอกาสร้าวได้ แต่ไม่เป็นอันตราย โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรงอยู่ เพราะฉะนั้นเราเห็นรอยร้าว อย่าเพิ่งสรุปว่าอาคารมันวิบัติมันอาจจะเป็นเรื่องรอยร้าวของส่วนที่ไม่ใช่เป็นส่วนสำคัญของอาคาร

สำหรับพวกอาคารที่มีฝ้าถล่มลงมา เพราะว่าเมื่อแผ่นดินไหวและเกิดการแกว่งตัว ก็อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่มีความเสียหาย และมีเหตุการณ์ไฟไหม้เคสหนึ่ง แต่เกิดจากครอบครัววิ่งหนีแผ่นดินไหวก็เลยทิ้งเตาไว้ จึงเกิดไฟลุกไหม้ ส่วนเรื่องอาฟเตอร์ช็อกไม่ต้องกังวล คือว่ามันอาจจะมีมาบ้าง แต่จุดที่เกิดก็อยู่ห่างไกล เชื่อว่าอาฟเตอร์ช็อกส่วนใหญ่มันจะมีขนาดเล็กกว่าแผ่นดินไหวครั้งแรก ทางกทม. ก็เตรียมพร้อมรับมือทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ รัฐบาลเองก็พร้อมทุกส่วน 








กำลังโหลดความคิดเห็น