ปลัด สธ. เผย 30 บาท รักษาทุกที่เฟสแรกราบรื่น รพ.สังกัด สป.สธ. เชื่อมโยงประวัติสุขภาพแล้ว 99.1% พบ 4 จังหวัดนำร่องมี Health rider 29 แห่ง พบปัญหาเชิงเทคนิคเล็กน้อย พื้นที่เร่งแก้ไขแล้ว เดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลเพิ่ม เตรียมประชุมขับเคลื่อนเฟส 2 อีก 8 จังหวัด 1-2 ก.พ.นี้ พร้อมอัปเกรด Hardware Software รองรับ
เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ว่า หลังมีการคิกออฟตามนโยบายของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2567 ในระยะแรก 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส ล่าสุด ข้อมูลณ วันที่ 19 มกราคม 2567 มีบริษัทที่พัฒนาระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ (PHR) ได้ 29 บริษัท อยู่ระหว่างดำเนินการ 5 บริษัท ทั้ง 4 จังหวัดสามารถเชื่อมโยงข้อมูล PHR และข้อมูลเบิกจ่ายกับกองทุนสุขภาพได้ครบทุกแห่ง บุคลากรทางการแพทย์ 4 วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และเทคนิคการแพทย์ ยืนยันตัวตน (Provider ID) ทั้งประเทศ 26,276 คน และมีลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) 7,549 คน
นพ.โอภาสกล่าวว่า ในภาพรวมหน่วยบริการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ผ่านเกณฑ์ประเมินโรงพยาบาลอัจฉริยะแล้ว 828 แห่ง (91.8%) มีการเชื่อมโยงข้อมูล PHR 894 แห่ง (99.1%) ออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล 761,673 ใบ ให้บริการระบบการแพทย์ทางไกล/เภสัชกรรมทางไกลผ่านหมอพร้อมสเตชั่น 53,201 ครั้ง เปิดบริการนัดหมายออนไลน์ผ่านหมอพร้อมสเตชั่น 331 แห่ง (36.7%) โดยแพร่เปิดครบ 100% เพชรบุรี 75% ร้อยเอ็ด 80% และนราธิวาส 69.2%
ให้บริการส่งยาและเวชภัณฑ์ผ่าน Health rider 44 แห่ง ใน 13 จังหวัด เฉพาะ 4 จังหวัดนำร่อง มี 29 แห่ง (59.2%) ส่งยาด้วยไรเดอร์ อสม. 1,257 รอบวิ่ง ขณะที่การเบิกจ่ายผ่านระบบศูนย์กลางข้อมูลด้านการเงิน (Financial Data Hub) มีการรับข้อมูลจากหน่วยบริการในสังกัด สป.สธ. 902 แห่ง รวม 154 ล้านรายการ เฉพาะ 4 จังหวัดนำร่องมี 44 แห่ง รวม 117,109 รายการ
"จากการตั้งคณะทำงานติดตามปัญหาอุปสรรคต่างๆ พบว่า เรื่องระบบบริการยังไม่มีปัญหาที่ชัดเจน โดย จ.แพร่ ได้รับเสียงชื่นชมค่อนข้างดีจากประชาชนในพื้นที่ ด้านอุปกรณ์ Hardware และ software ที่บางแห่งยังไม่ได้อัปเกรด เช่น รพ.สต. พื้นที่กำลังดำเนินการแก้ไขให้สามารถรองรับการบริการได้ รวมทั้งปัญหาเชิงเทคนิคที่พบในบางจุดของบางพื้นที่ ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขเช่นกัน" นพ.โอภาสกล่าว
นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ คือ 1.เชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุขหน่วยงานภาครัฐ ทั้งสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐอื่น และภาคเอกชน บน Digital Health Platform ของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งจัดให้มี พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล และการเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุข เพื่อให้มีกฎหมายที่รับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุข และมีกลไกในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาความลับและความปลอดภัย ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
2.ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนระยะที่ 2 ใน 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ นครราชสีมา สิงห์บุรี สระแก้ว และพังงา วันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่โรงแรม รามาการ์เด้นส์ 3.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน เพื่อบูรณาการจัดทำแนวทางเชื่อมโยงระบบข้อมูล กำกับ ติดตาม และแก้ไขปัญหาอุปสรรค และ 4.เร่งอัปเกรด Hardware และ software ให้รองรับการบริการในหน่วยบริการสาธารณสุขได้อย่างเพียงพอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สปสช. ได้รวบรวมตัวเลขการจ่ายชดเชย 30 บาทรักษาทุกที่ใน 4 จังหวัดนำร่อง (แพร่ เพชรบุรี น้อยเอ็ด นราธิวาส) ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 10 - 18 ม.ค. 2567 พบว่า มีการจ่ายรวม 16,105,728 บาท แบ่งรายจังหวัด รายโรงพยาบาล และรายนวัตกรรม คือ คลินิกเอกชนต่างๆ ทั้งคลินิกกายภาพบำบัด คลินิกเทคนิคการแพทย์ คลินิกพยาบาล ร้านยา เป็นต้น ดังนี้
1.ร้อยเอ็ด จ่ายรวมทั้งหมด 3,826,343 บาท แบ่งเป็น รพ. 54 แห่ง จ่ายชดเชย 8,159,764 บาท และหน่วยนวัตกรรม 132 แห่ง จ่ายชดเชย 3,826,343 บาท
2.เพชรบุรี จ่ายรวมทั้งหมด 618,786 บาท แบ่งเป็ รพ. 8 แห่ง จ่ายชดเชย 538,561 บาท และหน่วยนวัตกรรม 11 แห่ง จ่ายชดเชย 80,225 บาท
3.นราธิวาส จ่ายรวมทั้งหมด 3,333,458 บาท แบ่งเป็น รพ.จำนวน 68 แห่ง จ่ายชดเชย 3,061,803 บาท หน่วยนวัตกรรม 17 แห่ง จ่ายชดเชย 271,655 บาท
4.แพร่ จ่ายรวมทั้งหมด 167,377 บาท แบ่งเป็น รพ. 20 แห่ง จ่ายชดเชย 80,537 บาท หน่วยนวัตกรรม 15 แห่ง จ่ายชดเชย 86,840 บาท


