xs
xsm
sm
md
lg

สธ.เชิงรุกคัดกรองโควิด 19 ชายแดน อ.แม่สอด พบพนักงานขับรถชาวพม่าติดเชื้อ 3 ราย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมควบคุมโรคตรวจคัดกรองเชิงรุกโรคโควิด-19 ฟรี บริเวณชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรวจพบพนักงานขับรถชาวพม่า 3 ราย ส่งตัวรักษาโรงพยาบาลเมียวดี เร่งติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งฝั่งไทยและพม่า พร้อมส่งรถตรวจเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน 3 คัน ทีมสอบสวนโรค ชุดตรวจน้ำยา PCR และชุดตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันจากส่วนกลางสนับสนุน

วันนี้ (11 ต.ค.) ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยกองโรคติดต่อทั่วไป ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชาวพม่าบริเวณชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการหน่วยงานในสังกัดยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า เตรียมพร้อมยา-เวชภัณฑ์-ห้องปฏิบัติการ โดยพื้นที่ชายแดนแม่สอดสามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ 20-30 คน นอกจากนี้ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษด้านสาธารณสุข พร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินทันที และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรค เครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ช่วยสื่อสารข้อมูลกับประชาชนทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน

สำหรับการตรวจพบพนักงานขับรถขนส่งสินค้าชาวพม่าติดเชื้อโควิด 19 นั้น กรมควบคุมโรคสามารถดำเนินการติดตามได้ภายใน 24 ชั่วโมง ถือว่าทันเหตุการณ์ และมีความเสี่ยงน้อย เนื่องจากปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ขอความร่วมมือประชาชนการ์ดอย่าตก คงมาตรการสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง โดยเฉพาะช่วงประเพณีทอดกฐินและลอยกระทง สามารถจัดงานได้ แต่ขอให้รักษามาตรการป้องกัน ตระหนักแต่ไม่ตระหนกขอให้รับฟังข่าวสารทางการจากกระทรวงสาธารณสุขและจังหวัด

ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การตรวจพบพนักงานขับรถชาวเมียนมาติดโควิด-19 ในครั้งนี้ เกิดจากการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-พม่า ซึ่งจากการคาดการณ์เหตุการณ์การระบาดที่อาจเกิดขึ้นใน 3 รูปแบบ เหตุการณ์นี้ถือว่าอยู่ในรูปแบบที่ 1 คือ พบผู้ติดเชื้อ สามารถตรวจจับและควบคุมได้ สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ การเฝ้าระวังเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ส่งทีมสอบสวนโรคจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าไปสนับสนุนการดำเนินงาน รวมถึงจัดรถตรวจเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน 3 คัน ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างผู้สัมผัสในฝั่งไทยที่โกดังอาลี และโกดังสิงห์รุ่งเรือง ส่วนอีกคันพื้นที่จะเป็นผู้เลือกจุดให้บริการ สนับสนุนชุดตรวจน้ำยา PCR จำนวน 1,000 ชุด และชุดตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันหรือ Rapid Test จำนวน 2,000 ชุด เพื่อให้มีวัสดุอุปกรณ์ใช้อย่างเพียงพอ ควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด

“กรณีนี้คล้ายกับกรณีทหารอียิปต์ที่ จ.ระยอง ปัจจัยที่ทำให้ควบคุมสถานการณ์ได้เร็ว คือ การตรวจเชิงรุก และความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น หากพบการเข้าประเทศผิดกฎหมายขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งการนำชาวต่างชาติผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ทั้งผิดกฎหมายและเสี่ยงนำเชื้อโรคเข้าประเทศไทย สำหรับประชาชนที่สงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง สามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย” นพ.โอภาส กล่าว

ในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในพื้นที่อำเภอแม่สอดในครั้งนี้ ดำเนินการในกลุ่มพนักงานขับรถขาเข้าไทยและพม่า ระหว่างวันที่ 8-9 ตุลาคม 2563 จำนวน 115 ราย ใช้การตรวจด้วยวิธี RT-PCR พบผลเป็นบวก 2 ราย เป็นชาวพม่า ไม่มีอาการ ทั้งสองรายเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเมียวดี โดยผลการตรวจยืนยันให้ผลบวกตรงกันกับประเทศไทย จากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ติดเชื้อทั้งสองรายเดินทางมาจากเมืองเมียวดี โดยรายที่ 1 เดินทางเข้าไทย รอบเช้า 10.00 น. รอบบ่าย 15.00 น.ไปที่โกดังอาลี แยกขายปลาตลาดพาเจริญ และโกดังสิงห์รุ่งเรือง รายที่ 2 เดินทางเข้า 10.00 น. ออกจากด่าน 16.00 น.ไปยังโกดังสิงห์รุ่งเรืองแห่งเดียว อยู่ในประเทศไทยไม่เกิน 7 ชั่วโมงตามมาตรการที่กำหนด ทั้งนี้ ในฝั่งของเมียวดีมีผู้สัมผัสที่ทำงานในโรงงานเดียวกัน 100 คน ทั้งหมดได้ถูกส่งเข้า state quarantine ของเมียนมา

สำหรับวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ได้เชิงรุกคัดกรองแรงงานพม่าและคนไทยในชุมชนฝั่งไทยจำนวน 74 คน ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธี RT-PCR พบผลเป็นลบแล้ว 60 ราย ผลเป็นบวก 1 ราย เป็นพนักงานขับรถชาวเมียนมาเช่นกัน นับเป็นรายที่ 3 สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดพนักงานขับรถชาวพม่าทั้ง 3 ราย ในฝั่งไทยพื้นที่จะดำเนินการสอบสวนโรคให้ได้ข้อมูลต่อไป เบื้องต้นคาดว่ามีประมาณหลักร้อยคน ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อยู่ระหว่างหารือมาตรการควบคุมพื้นที่เสี่ยงที่พบผู้ติดเชื้อ เพื่อการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มแข็ง และดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบสวนและมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด มีการประสานงานและมีความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นอย่างดีในการป้องการแพร่เชื้อข้ามพรมแดนด้วยระบบเฝ้าระวังกักกันที่มีประสิทธิภาพ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคที่มีความเข้มแข็งและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422














กำลังโหลดความคิดเห็น...