xs
xsm
sm
md
lg

การดูแลสุขภาพปอด ในสถานการณ์ COVID-19

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์

โรคปอด ยังเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และยังเป็นหนึ่งในห้าอันดับต้นของโรคสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรสุขภาพ ที่สำคัญคือ ทำให้ประชากรไทยเสียชีวิตก่อนวัยอันควรแต่ละปีนับหมื่นคน โดยสามารถจำแนกโรคปอดในผู้ใหญ่ที่สำคัญในบ้านเรา ดังนี้

1. โรคปอดติดเชื้อ ที่สำคัญ คือ “ปอดอักเสบ” และ “วัณโรค” ส่วนที่กำลังจับตากันอยู่มากขณะนี้ คือ “โรคปอดอักเสบจากเชื้อ COVID-19”

2. โรคปอดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ ที่สำคัญ คือ “โรคถุงลมโป่งพอง” “มะเร็งปอด” และ “โรคหืด” ช่วงวัยที่เสี่ยงกับการเกิดโรคปอด คือ ช่วงวัยเด็กและวัยชรา ในวัยเด็กสมรรถภาพปอดจะยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันก็ยังไม่มีพัฒนาการไปจนสมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่ ทำให้มีโอกาสเกิดโรคปอดได้ง่ายโดยเฉพาะจากการติดเชื้อ

สำหรับในผู้สูงอายุจะมีโอกาสรับสารพิษต่อปอดสะสมมานาน อีกทั้งระบบภูมิคุ้มกันก็เสื่อมถอย จึงมีโอกาสป่วยจากโรคปอดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อได้ง่าย เช่น “มะเร็งปอด” หรือ “โรคถุงลมโป่งพอง” ในอีกด้านหนึ่งก็จะเกิดโรคปอดจากการติดเชื้อได้ง่ายที่สำคัญคือ “ปอดอักเสบธรรมดาและที่เกิดจากการสูดสำลัก” และ “วัณโรคปอด”

สาเหตุของการเกิดโรคปอด


องค์ประกอบในการเกิดโรคปอดก็เช่นเดียวกับโรคในระบบอื่น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากลักษณะทางพันธุกรรม เช่น ความผิดปกติในยีนบางตำแหน่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นวัณโรคปอดหรือโรคถุงลมโป่งพอง เป็นต้น

ปอดที่เป็นถุงลมโป่งพอง


แต่ส่วนที่สำคัญที่เราดัดแปลงได้ คือ พฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การสัมผัสฝุ่น ควัน และก๊าซ โดยเฉพาะตัวการร้ายที่กำลังคุกคามประชากรไทยและประชากรโลกอย่างหนักขณะนี้ คือ ฝุ่น PM2.5

การรักษา


การรักษาโรคปอดที่เป็นหัวใจ คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค หากเป็นโรคปอดที่เกิดจากการติดเชื้อ สิ่งที่สำคัญ คือ การรักษาสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรง ไม่เข้าไปในที่ที่คนอยู่กันอย่างแออัดเป็นเวลานาน และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี และเมื่อมีข้อบ่งชี้ ก็ควรฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัส เพื่อลดโอกาสเกิดปอดอักเสบจากเชื้อนี้ ส่วนโรคปอดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ ที่สำคัญ คือ ระงับพฤติกรรมสุขภาพที่อันตรายโดยเฉพาะการสูบบุหรี่

สำหรับวัณโรคปอด ที่ยังเป็นปัญหาสำคัญของประชากรไทยและประชากรโลก โดยเฉพาะถ้าเกิดร่วมกับการติดเชื้อเอชไอวี ปัจจุบันมีการตรวจวินิจฉัยที่ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ และมียาที่รักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้สั้นกว่า 6 เดือน จึงต้องอาศัยความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหลาย ๆ ส่วน ประกอบด้วย

- ผู้ป่วย และญาติผู้ดูแล จะต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

- กรณีผู้ป่วยอยู่ในวัยทำงาน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา หรือนายจ้าง เพราะการ
รักษาอย่างต่อเนื่องบางครั้งอาจทำให้ขาดงาน ซึ่งหากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเข้าใจและให้กำลังใจ ผู้ป่วยก็จะอาการดีวันดีคืนได้

เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาต่อเนื่องจนหายขาด และกลับมาเป็นสมาชิกครอบครัวที่สมบูรณ์ และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่แข็งแรงในการร่วมพัฒนาชาติไทย

ท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอดควรปฏิบัติตนอย่างไร


ในด้านของผู้มีปัญหาเกี่ยวกับปอด ลำพังสถานการณ์ปกติ ก็ควรระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อยู่แล้ว และยิ่งในสถานการณ์ การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งผู้ป่วยและประชาชนทุกท่านสามารถช่วยกันรับมือได้ โดย

1. ไม่ออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ถ้าจะต้องออกไปให้ใส่หน้ากากอนามัย อยู่ในระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ไม่จับต้องวัตถุในที่สาธารณะ และล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆ

2. ลดการปฏิสัมพันธ์ สังสรรค์ทางสังคมทุกชนิด โดยเฉพาะที่มีคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

3. ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปในสถานที่ที่มีมาตรการผ่อนคลาย ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวง
สาธารณสุข และเข้าร่วมในการรายงานตัวเองด้วยแอปพลิเคชัน พร้อมการรายงานผลการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานประกอบการนั้น ถ้ามีการแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุขว่าท่านมีความเสี่ยงจากการมีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามข้อมูลจากแอปพลิเคชัน ให้รีบไปพบแพทย์

4. หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่หรือได้รับการแจ้งเตือนความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมให้ข้อมูล
ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเปิดเผย

โรคปอดก็ไม่ต่างกับโรคเฉียบพลันหรือโรคเรื้อรังที่สำคัญ ๆ อีกหลายโรค สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันและการลดความเสี่ยง การพบแพทย์เพื่อการตรวจสุขภาพประจำปี และฉีดวัคซีนเป็นเรื่องที่สำคัญในปัจจุบัน แต่ถ้าเริ่มมีอาการทางปอด เช่น ไอนานเกิน 2 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หรือหอบเหนื่อย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์

กิจกรรมดี ๆ ที่ศิริราช


#ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมงานประมูลภาพถ่ายจากแรงบันดาลใจ ครั้งที่ 4 “ศิริราชและผองเพื่อนสู้ภัยโควิด-19 ตั้งแต่บัดนี้ - 15 มิถุนายน 2563 สามารถดูรายละเอียดการประมูลได้ทาง www.si.mahidol.ac.th/th/prproject/siphoto/ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนำเข้าศิริราชมูลนิธิ สอบถามเพิ่มเติมที่ สำนักงานสภาอาจารย์ศิริราช โทร. 0 2419 7667, 08 6362 4424


กำลังโหลดความคิดเห็น...