xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” แจงดรามา ยันไม่ได้ตำหนิหมอ แค่ติบุคลากรที่ออกไปสังสรรค์จนติดเชื้อ ย้ำทุกคนต้องระวังตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อนุทิน” เตือนแพทย์และบุคลากรที่ยังไม่เฝ้าระวังตนเอง หลังพบบุคลากรเริ่มมีการติดเชื้อโควิด-19 ย้ำ ต้องเข้มข้นทั้งนอกบ้าน-ในบ้าน สุดท้ายถูกวิพากษ์วิจารณ์ด่าหมอ-บุคลากร จนต้องออกโรงย้ำ ไม่ได้เจตนาตำหนิแพทย์ บุคลากรที่ทำงานหนัก แต่ตำหนิบุคลากรที่ยังออกไปสังสรรค์แล้วติดเชื้อมา แล้วมาทำงาน ทำให้บุคลากรอื่นต้องกักตัว เสียคนทำงานด้วย ยันหากทุกคนร่วมกันอยู่กับบ้าน ลดกิจกรรมสังคม จะช่วยให้ผู้ป่วยลดลง มีเตียง รพ. ยาเพียงพอดูแล 

วันนี้ (26 มี.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดโครงการ “CLEAN Together : คนไทยรวมพลังป้องกันโรค” ว่า การติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่มาจากการสัมผัส ดังนั้น การลดการแพร่เชื้อในช่วงนี้ จึงนำมาสู่มาตรการฉุกเฉินที่ต้องการให้หยุดอยู่กับบ้าน และการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อให้ประชาชนอยู่นิ่งกับที่ ไม่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ไม่ออกไปสันทนาการตามร้านอาหาร ถ้าทำได้ ตามทฤษฎีแล้วในระยะเวลา 14 วัน คนอยู่กับที่ได้ เชื้อโรคไม่ไปไหน 14 วัน ทุกคนก็จะคลีน ลดจำนวนผู้ป่วยลง คนที่เป็นโรคอยู่ก็สามารถเจอได้หมด และนำมารักษา แต่ถ้าทำไม่ได้ 14 วัน ก็จะทอดเวลาไปเรื่อยๆ ก็มั่นใจว่า ประชาชนคงต้องการอยากกลับเข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมาสำหรับคนที่ไม่ให้ความร่วมมือ คนที่ไม่หวังดี ไม่ต้องการให้พวกเราทุกคนอยู่อย่างสุขสบาย ซึ่งเป็นคนส่วนน้อย มีกฎหมายมาก็ก่อความเดือดร้อนไม่ได้ หากใครก่อความเดือดร้อน ขอให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล แจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าพนักงานสาธารณสุข เพื่อเข้าไปดูแลช่วยกันดำเนินการ ประเทศไทยก็จะปลอดภัย ประชาชนทุกคนก็จะปลอดจากการติดเชื้อ นี่คือ นัยยะของการออก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน มาบริหารประเทศในช่วงเวลาวิกฤตในการแพร่เชื้อโควิด

นายอนุทิน กล่าวว่า เรามีการวางแผนการบริหารเวชภัณฑ์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สธ.ให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ติดต่อผู้ผลิตเวชภัณฑ์ในการนำมาสู้กับโควิดทั้งหน้ากากอนามัย N95 ชุดป้องกันส่วนบุคคล PPE ถุงมือ เครื่องช่วยหายใจ ทุกอย่างได้สั่งออเดอร์ไปแล้ว หลายอย่างทยอยมาส่งแล้ว การกระจายไปยัง รพ.ในเครือข่ายอยู่ในแผนแล้ว สัญญาณต่างๆ ข้อมูลต่างๆ ข่าวสารได้ส่งไปยังนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผอ.รพ.ทุกแห่ง การที่มีเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ร่วมใจกันมาช่วยตัดชุดป้องกันเชื้อ ช่วยทำอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความปลอดภัย ก็คือ นิมิตหมายที่ดี สิ่งที่เราต้องการคือความมั่นใจของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่เอาตัวเองเข้าไปรักษาคนไข้ใระยะที่ต้องใกล้ชิด เขามีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากที่สุด อะไรก็ตามที่ทำให้เขาเกิดความมั่นใจหรือสบายใจในการไปทุ่มเทงานใกล้ชิดคนไข้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ

นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนกลางก็จะรีบส่งเวชภัณฑ์ที่จำเป็นไปให้เร็วที่สุด แม้กระทั่งข้าวสาร อาหารแห้ง กรมธรรม์ ก็ให้ทุกคนส่งรายชื่อมา หากโชคไม่ดีติดเชื้อ นอกจากรัฐบาลดูแลแล้ว ยังมีส่วนเพิ่มจากภาคเอกชนในการดูแลด้วย เรื่องยาก็เช่นกันที่เราเคยขาดแคลนช่วง 2 เดือนแรก ตอนนี้สถานการณ์หลายประเทศเริ่มคลี่คลาย เจ้าของยาก็เริ่มปล่อยสินค้ามาขายให้ไทย อภ.ซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ช่วยบรรเทาอาการคนไข้โควิด เราซื้อได้เป็นแสนๆ เม็ด ถ้าคนไทยร่วมมือไม่ให้มีการระบาดแบบทวีคูณ เมื่อความร่วมมือเกิดขึ้น เวชภัณฑ์ และยาเพียงพอแน่นอน ทั้งนี้ หลายๆ หน่วยงานพยายามเปิดเตียงให้มีมากขึ้น ซึ่งโรคโควิดคนที่ติดเชื้อมากกว่า 80% ไม่สำแดงอาการที่รุนแรง หรือไม่สำแดงอาการเลย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บไว้ใน รพ. แต่เราต้องเฝ้าระวังเขา ดูแลเขาในช่วงการฟักตัว จริงๆ ต่างประเทศปล่อยกลับบ้านเลย แต่ความพร้อมของเรา เราไปติดต่อเอกชนบางแห่ง ผู้ประกอบการห้องพักหลายแห่ง จนเราได้ห้องพักมา

“ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เราเริ่มมีการทยอยส่งผู้ป่วยที่ไม่สำแดงอาการ และโอกาสแพร่เชื้อน้อยมาก เราต้องการไม่ให้เขาสร้างความตระหนกตกใจแก่สังคม ก็เอาเขาไปอยู่ในห้องพักเหล่านี้เพื่อสังเกตอาการ 7 วัน 10 วัน 14 วัน ก็มีแพทย์มาวินิจฉัย ถ้าหายก็ให้กลับบ้านในที่สุด นี่คือ ความพร้อมของเรา ถ้าไม่พร้อมก็ต้องเก็บคนเหล่านี้ไว้ใน รพ. ก็จะทำให้คนจำนวนเตียงมีน้อยลง จนที่จำเป็นต้องใช้อาจจะไม่พอ แต่ตอนนี้เตียงต้องพอ เพราะคนอาการไม่เยอะ สามารถมีสถานที่นำไปควบคุมป้องกันโรคได้ ยิ่งมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็จะทำให้ภารกิจต่างๆ สะดวกขึ้น การเคลื่อนย้ายคน การควบคุมโรค ตอนนี้แหล่งที่มีคนสามารถแพร่เชื้อได้มากอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ เมืองเล็กๆ เป็นจุดๆ กระจายไป ก็ใช้เครือยข่ายสาธารณสุขในจังหวัด รวมถึง อสม.เข้าไปติดตามดูแลเป็นจุดๆ มีแอปพลิเคชันในการเฝ้า ซึ่งผมเคยทดลองกดเข้าไปดูคนไหนออกจากพื้นที่เกิน 50 เมตร 200 เมตร ว่าไปไหนมา ก็ยอมรับว่าออกไปซื้อของ เรียกว่า สิ่งที่ทำมาเริ่มเข้าที่เข้าทาง” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือ มีระยะห่างทางสังคมต่างคนต่างอยู่ไปสักพักหนึ่ง ห่างกันสองเมตร ให้จำนวนประชากรมากกว่า 80% ก็จะเป็นไปตามที่พูด การติดเชื้อจะลงมาเรี่ยดินจนเป็นศูนย์ไปในที่สุด และเวลาที่ทอดยาวไป ผู้คนก็จะเริ่มมีภูมิคุ้มกัน มีความคุ้นเคยกับเชื้อเหล่านี้ การสำแดงอาการก็น้อยลง เหลือผู้ติดเชื้อที่จำเป็นต้องรับการรักษา แพทย์ก็จะรักษาได้ จำนวนเตียงก็มี จำนวนรพ.เพียงพอ ยาเพียงพอ นี่คือ การต่อสู้กับโรคระบาด เป็นหลักวิชาการที่เราใช้ในการต่อสู้ทุกโรคระบาดรวมถึงอนาคตด้วย

เมื่อถามถึงกรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อมากขึ้น มีการลดความเสี่ยงอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เท่าที่รับรายงานมา การติดเชื้อของแพทย์จากการปฏิบัติหน้าที่ให้การรักษาโควิดยังไม่มี สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เฝ้าระวังตัวเอง และเราควรต้องเป็นบุคคลตัวอย่าง หรือต้อง Alert ตัวเองตลอดเวลาว่า ช่วงนี้มีสถานการณ์ระบาด โรคแบบนี้เราต้องเซฟตัวเองให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นที่ผ่านมา อาจยังไม่เข้มข้น ตอนนี้ก็จะเข้มข้นขึ้น ขอให้ทุกคนรักษาตัวเองอย่างดี เราต้องเป็นตัวอย่าง ต้องเป็นกำลังใจ และเราจะต้องทำตัวเองให้ปลอดภัยที่จะให้การดูแลรักษาคนป่วยให้อย่างสุดความสามารถ บุคลากรทางการแพทย์ที่ป่วยมาได้ให้เขาแยกตัวเอง แต่ยังไม่มีคนไหนแสดงอาการหนักออกมา ก็หวังว่าใน 5-7 วัน เขาจะหายและกลับมาทำงานได้ตามปกติ ส่วนคนรอบข้างได้มีการสอบสวนโรคไปหมดแล้ว ใครอยู่ข้าง ห่างกันกี่เมตร และแนะนำให้แยกตัวเองเช่นกัน นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่ไประวังนอกบ้าน ต้องระวังในบ้านด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่า นายอนุทิน มีการตำหนิแพทย์และบุคลากรที่ไม่เฝ้าระวังตนเอง นายอนุทิน ได้ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว ว่า กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปที่ทำให้เข้าใจว่า สธ.ไม่มีมาตรการคุ้มครอง หรือลดความเสี่ยงให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาล ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของ COVID-19 ว่า เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด ที่ผ่านมา เราสนับสนุนการทำงานของแพทย์เต็มที่ เรามีมาตรการระมัดระวัง ไม่ใช่ไม่มีมาตรการป้องกัน หรือ ไม่มีแนวทาง เพื่อลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์เลย ตนได้เจรจากับสถานทูตจีน ขอการสนับสนุนหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 มาให้บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งขอรับบริจาค และขอซื้อราคาพิเศษ ซึ่งรัฐบาลจีน เพิ่งให้มา ล่าสุด มูลนิธิของแจ็ค หม่า ก็เพิ่งให้มา เวชภัณฑ์ เหล่านี้ได้เอาไปให้แพทย์กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งนั้น นอกจากนี้ ยังมีกรมธรรม์ประกันภัยจาก COVID-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีก 120,000 กรมธรรม์ ที่ตนจัดหามาให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยที่รัฐไม่ต้องเสียเงินงบประมาณ แต่ตนไปขอรับการสนับสนุนจากบริษัทประกันภัยต่างๆ เพราะถ้าให้รัฐจัดหา จะต้องมีขั้นตอนมาก 

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับเรื่องแพทย์ที่ติดเชื้อจากการทำงานนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะตำหนิ หรือ ต่อว่า เพราะรู้ว่าทุกคนทำงานหนัก และเสี่ยงชีวิต อยู่แล้ว แต่ที่ตำหนิ คือ บุคลากรทางการแพทย์ที่ไปติดเชื้อมาจากการไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแล้วติดเชื้อ แต่ยังมาทำงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆ ต้องถูกกักตัว เสียกำลัง ขาดบุคลากรที่จะมาทำงานให้ประชาชนไปด้วย และเตือนบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ว่า ในฐานะที่เป็นข้าราชการสาธารณสุข ต้องปฏิบัติเป็นตัวอย่างแก่ประชาชน เพราะมาตรการที่ออกไปให้ประชาชนปฏิบัตินั้น เป็นมาตรการที่ทาง สธ.เป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น ประเด็นที่ต้องการสื่อสารมีเพียงเท่านี้ ไม่มีเจตนาที่จะตำหนิแพทย์ หรือ บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนัก อยู่ในขณะนี้ มีแต่ให้กำลังใจกันทุกวัน แต่หากการสื่อสารทำให่้เข้าใจผิด ก็ขอชี้แจงให้ทราบตามนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...