xs
xsm
sm
md
lg

ยืนยัน!! ตม.สุวรรณภูมิ-เจ้าของร้านอาหารในตึก All Seasons ป่วยโควิด-19 รวมรายใหม่ 6 ราย ชี้ไม่มีแพร่เชื้อต่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สธ.เผย มีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 6 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ ตม.และตรวจค้นสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ราย เจ้าของร้านอาหารในตึก All Seasons Place พนักงานบริษัทวิศวกร ระบุ 4 ราย ทำงานใกล้ชิดนักท่องเที่ยวต่างขาติ หรือไปในที่มีคนต่างชาติ ทำให้เสี่ยงรับเชื้อได้ ส่วนอีก 2 รายกลับจากมาเกาหลีและญี่ปุ่น ตรวจติดตามสัมผัสผู้ใกล้ชิดและสถานที่ที่ไปแล้ว ไม่พบการป่วยในวงกว้างหรือการติดเชื้อ สรุปยอดรวม 59 ราย

วันนี้ (11 มี.ค.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ว่า วันที่ 11 มี.ค. มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้น 6 ราย คือ 1. ชายอายุ 21 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เข้ารับรักษา รพ.รัฐ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ผลตรวจแล็บ 2 แห่ง ยืนยันตรงกันว่าเป็นไวรัสโคโรนา 2019  2. ชายไทยอายุ 40 ปี ทำเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มป่วยวันที่ 7 มี.ค. ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ เข้ารับการตรวจรักษา รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ มีเสมหะ ปวดศีรษะ  3. ชายไทยอายุ 25 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง มีประวัติเริ่มป่วย ด้วยอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อเมื่อวันที่ 25 ก.พ. แล้วไปรักษาที่รพ.เอกชน แพทย์เอกซเรย์พบมีปอดอักเสบ เข้าได้กับนิยามปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ จึงตรวจหาเชื้อทางแล็บ พบว่ามีเชื้อไวรัสสาเหตุก่อโรคโควิด-19 จึงส่งมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร 

4. หญิงไทยอายุ 27 ปี กลับจากเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. และเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 20 ก.พ. เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. วันที่ 28 ก.พ. ด้วยอาการไข้ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดศีรษะ โดยผลแล็บออกวันที่ 8 มี.ค. พบเชื้อสาเหตุการก่อโรค จึงส่งรักษาตัวมาที่ รพ.นพรัตนราชธานี เมื่อวันที่ 10 มี.ค.  5. ชายไทยอายุ 40 ปี กลับมาจากประเทศญี่ปุ่น วันที่ 25 ก.พ. โดยก่อนกลับเกิดอุบัติเหตุล้มมีกระดูกข้อมือแตกเข้ารับการรักษา รพ.ที่ญี่ปุ่น กลับถึงไทยวันที่ 26 ก.พ. และไปรับการรักษาต่อที่ รพ.เอกชนจากกระดูกข้อมือหักวันที่ 27 ก.พ. เนื่องจากมีความเสี่ยงจึงดำเนินการตรวจแล็บ จึงพบเชื้อที่ก่อโรค อยู่ระหว่างการรักษา และ 6. ชายสิงคโปร์อายุ 36 ปี เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งใน กทม. เริ่มป่วยวันที่ 6 มี.ค. ด้วยอาการไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามตัว เข้ารับการตรวจที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ขณะนี้รับการส่งต่อมาสถาบันบำราศนราดูร 

นพ.โสภณ กล่าวว่า สรุปประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 59 ราย รักษาหายเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 ราย เสียชีวิต 1 ราย ยังรักษาตัวอยู่ใน รพ. 24 ราย โดยยังมีอาการหนัก 1 ราย รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 4,848 ราย กลับบ้านแล้ว 2,945 ราย เหลืออยู่ใน รพ. 1,903 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีรายงานผู้ป่วย 115 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ มีผู้ป่วย 116,657 ราย หายแล้ว 56% เสียชีวืต 4,091 ราย สถานการณ์ระบาดในจีนเริ่มดีขึ้น มีผู้ป่วยรายใหม่ 22 ราย เกาหลีใต้ก็ดูเหมือนเริ่มดีขึ้น ส่วนทวีปยุโรปเริ่มมีการระบาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอิตาลี ที่มีการประกาศห้ามการเดินทาง

“ผู้ป่วยที่ทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิทั้ง 2 ราย ถือว่ามีการทำงานที่เกี่ยวข้องกับคนต่างชาติ มีการสัมผัสของสิ่งที่ผ่านมือหลายคน เช่น สัมภาระ หรือ พาสปอร์ต เช่นเดียวกับรายที่ 6 ที่เป็นเจ้าของร้านอาหาร แม้อยู่ในเมืองไทยเกิน 14 วัน แต่มีการไปมาหาสู่คนในชาติเดียวกันและชาติอื่น และให้บริการนักท่องเที่ยวหรือคนต่างชาติ ก็มีโอกาสได้รับเชื้อเช่นกัน ส่วนรายที่ 3 ที่เป็นพนักงานบริษัทเกี่ยวกับวิศวกร แม้จะไม่มีประวัติไปต่างประเทศ แต่พบว่า มีการเดินทางไปมาหลายที่ บางจุดเป็นที่ท่องเที่ยว มีโอกาสเจอคนต่างชาติเช่นกัน ก็ต้องมีการไปติดตามจุดไหนที่ไปแล้วเสี่ยงสูงสุด และจุดนั้นมีผู้ป่วยอาการไอ ทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่จากการตามดูผู้ร่วมงานยังไม่มีใครป่วย และยังไม่พบผู้ป่วยรายต่อมา คาดว่า เป็นการรับเชื้อจากการออกไปในที่มีผู้ป่วยอยู่ ทั้งนี้ ได้มีการติดตามสัมผัสผู้ใกล้ชิดของผู้ป่วยทุกราย เช่น เพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว บุคลากรที่ดูแลรักษา ก็ยังไม่มีใครป่วย และยังไม่พบการติดเชื้อ โดยทุกคนเข้าการรักษาเร็ว ทำให้ตะครุบตัวได้เร็วไม่เกิดการแพร่เชื้อต่อ” นพ.โสภณ กล่าว 

เมื่อถามว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 4 รายที่ไม่ได้ไปต่างประเทศ ถือว่าเป็นการติดเชื้อโดยไม่รู้สาเหตุหรือไม่ และมีแนวโน้มการเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ผู้ป่วยมีการทำงานที่ใกล้ชิดกับคนต่างชาติหรือไปในที่มีคนต่างชาติ จึงน่าจะเป็นการรับเชื้อจากคนต่างชาติ แต่คงยังไม่สามารถระบุเป็นคนชัดๆ ได้ว่าติดเชื้อมาจากคนใดหรือติดจากใคร แต่ลักษณะงานถือว่ามีความเสี่ยง และยังไม่ได้มีการระบาดในระยะที่ 3 คือ มีการแพร่กระจายต่อ เพราะจากการตรวจติดตามสถานการณ์ของสถานที่ที่ไปก็ยังไม่มีการระบาดหรือโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น เหมือนอย่างกรณีคนขับแท็กซี่ที่ติดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ไม่สามารถระบุคนได้ แต่ก็ไม่ได้มีการระบาดในวงกว้างตามมา

เมื่อถามถึงการติดของเจ้าหน้าที่สนามบิน นพ.โสภณ กล่าวว่า คาดว่าเป็นการติดผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งมากกว่า คงไม่ใช่เป็นการสัมผัสจะการไอจามละอองฝอยใส่หน้า เพราะการทำงานมีการจับสิ่งของที่ต้องผ่านมือ เช่น พาสปอร์ต กระเป๋าเดินทาง และอาจมีการนำมาจับใบหน้า อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าอาจต้องทำความสะอาดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยครั้งขึ้น เพราะถือว่าเป็นการทำงานที่มีความเสี่ยงใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนกรณีการทำความสะอาดก่อนออกมายืนยันว่าเป็นผู้ป่วยนั้น ก็เหมือนเป็นการป้องกันไว้ก่อน อย่างกรณีไข้เลือดออก แม้จะยังไม่ยืนยันว่าป่วยไข้เลือดออก ก็มีการเข้าไปพนฆ่ายุงก่อน ถือเป็นการทำเกินไว้ก่อนเพื่อป้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ป่วยรายที่ 6 คือ รายที่เป็นเจ้าของร้านอาหาร Ohana PokE ในตึก All Seasons Place ที่มีการออกมาโพสต์ว่าตนเองป่วยและสั่งปิดร้านเพื่อทำความสะอาดแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...