xs
xsm
sm
md
lg

สปส.แจงขยายอายุรับเงิน “ชราภาพ” 60 ปี ช่วยเพิ่มแรงงานในระบบ-ผู้สูงอายุทำงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สปส. เร่งศึกษารูปแบบขยายอายุรับบำนาญชราภาพจาก 55 ปี เป็น 60 ปี ยันช่วงเปลี่ยนถ่าย คนอายุไม่ถึง 60 ปี มีสิทธิได้รับเงินจำนวนหนึ่งก่อนแน่นอน แจงขยายอายุช่วยมีแรงงานในระบบมากขึ้น เพิ่มโอกาสการทำงานผู้สูงอายุ

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีเตรียมแก้ไข พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 เพื่อขยายอายุการรับเงินบำนาญชราภาพจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปี ว่า สปส. มีการเตรียมขยายอายุผู้มีสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพจากอายุ 55 เป็น 60 ปี อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อเป็นการขยายโอกาสทำงานสำหรับผู้สูงอายุ สนับสนุนให้มีการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกันตนที่สูงอายุพึ่งตนเองได้ และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ และคาดว่า ในปี 2568 ประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายการใช้เกณฑ์อายุใหม่ ผู้ประกันตนที่มีอายุไม่ถึง 60 ปี จะมีสิทธิได้รับชดเชยจำนวนหนึ่ง

นพ.สุรเดช กล่าวว่า สปส. ได้มีการวิเคราะห์รูปแบบระบบการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น แนวทางที่ใช้ในการแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ เพื่อเตรียมการวางแผนการบริหารกำลังแรงงานในอนาคต เช่น การขยายอายุมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ การขยายฐานค่าจ้างและการปรับวิธีคำนวณเงินบำนาญ เป็นต้น จะใช้เป็นคำถามในการสัมมนาประชาพิจารณ์ 4 ภาคเป็นอย่างน้อย (เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2560) โดยเชิญผู้ประกันตน ตัวแทนสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย สภาองค์การนายจ้าง สภาองค์การลูกจ้าง ให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยชี้แจงให้คณะอนุกรรมการประกันสังคมจังหวัดทราบแนวทางเบื้องต้นก่อน ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวอนุกรรมการกลั่นกรอง พิจารณาว่าจะขยายอายุอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือไม่ หากมีมติแล้ว จึงจะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการประกันสังคมพิจารณาต่อไป

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สปส. ได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์ และให้ความคุ้มครองต่างๆ กับผู้ประกันตน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการดำเนินงาน ที่ต้องทุ่มเท มุ่งมั่น และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ไม่แสวงหาผลประโยชน์ อันจะนำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืน” นพ.สุรเดช กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...