xs
xsm
sm
md
lg

จัดสวนสมุนไพรดูแล 12 กลุ่มโรค ชู “แก้งขี้พระร่วง” ต้านซึมเศร้า-อนุมูลอิสระ เพิ่มความจำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สธ. จัดงานแพทย์แผนไทย เทิดไท้เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร เปิดบริการตรวจรักษาโรคด้วยแพทย์แผนไทยแจกคู่มือการใช้สมุนไพร จัดสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรค ชู “แก้งขี้พระร่วง” ช่วยต้านซึมเศร้า อนุมูลอิสระ เพิ่มความจำ

วันนี้ (24 พ.ย.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวการจัดงาน “แพทย์แผนไทย เทิดไท้เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 10 ธ.ค. 2559 ณ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร พิษณุโลก ว่า สธ. ได้จัดบริการการแพทย์แผนไทยในระบบบริการสุขภาพของภาครัฐ คนไทยทุกสิทธิการรักษาเข้าถึงบริการได้ เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเป็นหนึ่งงานในโครงการ “ทำดีที่สุด ถวายเป็นพระราชกุศล” โดยการน้อมนำการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมาสู่การปฏิบัติ นำไปสู่การพึ่งตนเองทั้งในระดับประเทศ ชุมชนและตนเอง อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนคนไทยมาโดยตลอด และพระราชกรณียกิจที่ทรงถือเป็นพระธุระเอาพระราชหฤทัยใส่นับตั้งแต่ต้นรัชกาล คือพระราชกรณียกิจด้านแพทย์แผนไทย ได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จฯทรงปลูกต้นโพศรีมหาโพธิ ณ สวนป่าสมุนไพรเขาหินซ้อน เมื่อวันที่ 21กรกฎาคม 2523 ความว่า “ต้นไม้เป็นสมุนไพรทั้งสิ้น การเพาะชำ การปลูก และดูแลรักษา กรมป่าไม้ทราบดี รีบไปดำเนินการแทนกรรมการโครงการฯ พื้นที่ที่จะปลูกสมุนไพรตัวอย่างที่เพาะชำสมุนไพร ที่สร้างหลักศิลาจารึก และที่สร้างอาคารสำหรับศึกษาวิจัย จัดนิทรรศการ จัดการศึกษา ฝึกสอนอบรม นั้นให้มีพร้อมด้วย” นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ในการริเริ่มการพัฒนาสวนสมุนไพรในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันสามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้” ปลัด สธ. กล่าว

สำหรับการจัดงาน “แพทย์แผนไทย เทิดไท้เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมายุครบ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ รวมทั้งพระกรุณาธิคุณพระราชทานพระนาม “สิรินธร” ให้มาตั้งเป็นชื่อวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร รวมทั้งเพื่อประกาศเจตนารมณ์ของกระทรวงสาธารณสุขที่จะพัฒนางานการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมีความก้าวหน้าเกิดประโยชน์ต่อประชาชนแล้ว ทั้งนี้ กิจกรรมในงานประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรค บริการหัตถการทางการแพทย์แผนไทย จากแพทย์แผนไทยจากทั่วประเทศกว่า 3,000 คน เป็นครั้งแรกที่รวมตัวกันมากที่สุดเพื่อทำความดี ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีการจัดแสดงสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรคที่พบบ่อย ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ มีการแจกคู่มือการใช้สมุนไพร ชมสมุนไพรหายาก เช่น ชองระอา และแก้งขี้พระร่วง การจัดนิทรรศการความก้าวหน้าด้านการเรียนการสอนของแพทย์แผนไทย มีเวทีนำเสนอผลงานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รวมทั้งนำนักศึกษาแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางการรักษาโรคตามหลักการแพทย์แผนไทย จากแพทย์พื้นบ้านรุ่นพ่อ รุ่นแม่ที่มีความเชี่ยวชาญ

นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองประธานมูลนิธิสถาบันพระบรมราชชนก กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเป็นองค์ประธานในการเปิดสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรค เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคตา โรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น โดยในสวนสมุนไพรนอกจากจะมีต้นไม้ มีป้ายชื่อพฤกษศาสตร์ พร้อมป้ายสรรพคุณที่ถูกต้องแล้ว ยังมีการเรียนรู้และการใช้สมุนไพร เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป นำสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ภายในงาน มีการนำองค์ความรู้ด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มาเผยแพร่ ผ่านครู และนักศึกษาของวิทยาลัยต่างๆ ในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งผลิตบุคลากรทางด้านแพทย์แผนไทยในวิทยาลัย 5 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก ยะลา และชลบุรี วิทยาลัยเทคโนโลยีกาญจนาภิเษก และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการ และเรียนรู้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพในอนาคต โดยมีการเตรียมงานมากว่า 2 ปี เพื่อนำศาสตร์ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะในรูปแบบที่เข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย

ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ภายในสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรค จะมีไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ แก้งขี้พระร่วง ซึ่งจัดเป็นพืชตระกูลกัญชา แต่สามารถนำมาใช้ได้ ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด เพราะมีฤทธิ์ทางระบบประสาท ในการนำมารักษาบำบัดอาการป่วยได้ อย่างการต้านอาการซึมเศร้า เพิ่มความจำ ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทางรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ต้นนี้มา และจะมีการศึกษาวิจัยเพื่อหาสารออกฤทธิ์ในการรักษาโรค นอกจากนี้ ยังมีดอกบานไม่รู้โรยป่า ซึ่งคนโบราณจะนำมาต้มน้ำดื่ม เพื่อขับปัสสาวะ และรักษาโรคทางเพศสัมพันธ์ ทางหนองใน หรือแม้แต่ตกขาว โดยดื่มแทนน้ำประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ ก็จะดีขึ้น โดยต้องเป็นดอนบานไม่รู้โรยป่าสีขาว ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นตามป่า และตามโรงเรียน สนามหญ้า ซึ่งจะแตกต่างจากดอกบานไม่รู้โรยทั่วไป

กำลังโหลดความคิดเห็น...