xs
xsm
sm
md
lg

วัคซีนไข้หวัดนก อภ.คว้านวัตกรรมชาติ กระตุ้น 2 ภูมิคุ้มกัน ป้องกันไวรัสต่างสายพันธุ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


วัคซีนไข้หวัดนก อภ. รับรางวัลรองชนะเลิศนวัตกรรมแห่งชาติ เผยเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ตัวแรกที่อนุญาตให้ใช้เมื่อเกิดการระบาด ใช้ง่ายด้วยการพ่นเข้าจมูก ช่วยกระตุ้น 2 ระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันไข้หวัดนกต่างสายพันธุ์ดีกว่าชนิดเชื้อตาย

วันนี้ (5 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว   นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวภายหลังรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ด้านสังคม จากผลงานพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก (Fluvac H5) Development of Avian Influenza Vaccine ซึ่งจัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมองรางวัล ว่า นวัตกรรมวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกชนิดเชื้อเป็น สายพันธุ์ H5N2 เป็นนวัตกรรมระดับโลก โดยเป็นวัคซีนที่ผลิตจากเทคโนโลยีการใช้ไข่ไก่ฟักที่มีความปลอดเชื้อจำเพาะ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ให้ผลผลิตสูง เป็นวัคซีนรูปแบบของเหลวที่ต้องเก็บโดยการแช่แข็ง -20 องศาเซลเซียส และมีความคงตัวนานถึง 1 ปี ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพจนได้รับใบอนุญาตการผลิต เพื่อใช้ในผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 - 49 ปี เมื่อมีการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2558

วัคซีนดังกล่าว อภ.ได้นำหัวเชื้อมาจาก The Institute of Experimental Medicine (IEM) ประเทศรัสเซีย โดยถือเป็นวัคซีนไข้หวัดนกชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ตัวแรกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในกรณีมีการระบาด โดยใช้วิธีการพ่นเข้าจมูก สะดวกต่อการใช้งานเมื่อเกิดการระบาด และมีข้อดีในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันถึง 2 ระบบ ต่างจากวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ใช้อยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นเชื้อตายที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันระบบเดียว นอกจากนี้ ยังสามารถป้องกันไวรัสไข้หวัดนกที่มีสายพันธุ์ต่าง ได้ดีกว่าวัคซีนชนิดเชื้อตายที่มีใช้อยู่เดิม ซึ่งป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์ที่ตรงกับสายพันธุ์วัคซีนเท่านั้น ” ผอ.อภ. กล่าว

นพ.นพพร กล่าวว่า การพัฒนาวัคซีนดังกล่าวจะส่งผลประโยชน์ต่อสังคมไทย สามารถควบคุมการระบาดของไข้หวัดนกได้ มีอัตราการป่วยและตายจากไข้หวัดนกน้อยลง ค่าใช้จ่ายของประเทศก็จะลดลงด้วย เกิดความมั่นคงด้านวัคซีนในประเทศ ประชาชนมีวัคซีนใช้เมื่อเกิดการระบาด ทั้งยังเป็นที่พึ่งแก่ประเทศเพื่อนบ้าน เอเชีย และประเทศที่เกิดการระบาดไม่ว่าแห่งใดในโลก หากมีวัคซีนสำรองและเพียงพอ ทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในฐานะประเทศผู้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจากองค์การอนามัยโลก และศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา และมีการสร้างเครือข่ายกับประเทศผู้ผลิตวัคซีนกำลังพัฒนาจากประเทศอื่น ๆ ที่สำคัญยังเป็นการสร้างงานในประเทศให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ และงานวิจัยที่มีความท้าทายอีกด้วย

ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


กำลังโหลดความคิดเห็น