xs
xsm
sm
md
lg

ขอ สมศ.ปรับรูปแบบประเมิน ร.ร.ชี้ไม่ควรใช้เกณฑ์เดียววัดทุกแห่ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“กมล” ขอ สมศ. ปรับรูปแบบการประเมิน ดูความพร้อมและสมัครใจของร.ร. เป็นอันดับแรก ชี้ ร.ร. มีความแตกต่างไม่เหมาะใช้เกณฑ์เดียวประเมิน ร.ร. ทั้งหมด ยอมรับการโยกย้ายผู้บริหาร ครูมีผลต่อคุณภาพการศึกษาที่ผูกที่ตัวคน แนะปรับเกณฑ์ที่สะท้อนคุณภาพเด็กไม่ใช่โฟกัสไปที่ตัวบุคคล

วันนี้ (21 ม.ค.) นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงผลวิเคราะห์การประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่ระบุว่า ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด ด้วยพบสาเหตุจากการโยกย้ายของผู้บริหาร หรือ ครู ทำให้คุณภาพของสถานศึกษาผูกติดกับตัวบุคคลไม่ใช่ระบบ ว่า ตนพร้อมและยินดีรับฟังผลประเมินของ สมศ. อยู่แล้ว โดยที่ผ่านมา สมศ. จะมีหลักเกณฑ์เดียวที่ใช้ประเมินคุณภาพสถานศึกษาทั้งประเทศ และตนพูดมาตลอดว่า โรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น เกณฑ์ที่ สมศ. จะนำมาใช้ควรประเมินโรงเรียนเพียงบางส่วนมากกว่าใช้หลักเกณฑ์เดียวแล้วประเมินโรงเรียนทั้งหมด

อยากให้ สมศ. มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินใหม่ โดยดูความสมัครใจและความพร้อมของโรงเรียนเป็นอันดับแรก ซึ่งหากโรงเรียนไหนมีความพร้อมก็ให้เข้ารับการประเมินไปก่อน อีกทั้งที่ประชุมสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็อยากให้ สมศ. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินใหม่ โดยเฉพาะการใช้วิธีจ้างบริษัทจากภายนอกเข้ามาทำงานอาจไม่เข้าใจบริบทของโรงเรียนๆ ต่างอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

นายกมล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ระบุว่าการโยกย้ายผู้บริหารและครูบ่อยครั้ง ทำให้คุณภาพสถานศึกษาผูกติดกับตัวบุคคลไม่ใช่ระบบนั้น ตนยอมรับว่าเป็นปัญหาจริง เพราะในระบบการโยกย้ายของ สพฐ. เมื่อถึงเวลาประมาณ 2 ปี ก็ต้องมีการโยกย้ายครู หรือ ผู้บริหารโรงเรียนแล้ว เพื่อเส้นทางการเจริญเติบโตก้าวหน้าของแต่ละคน ซึ่งหากเป็นไปได้ สมศ. น่าจัดทำเกณฑ์การประเมินมุ่งไปที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กมากกว่าไปโฟกัสที่บุคลากร
 
ติดตาม Instagram และ Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


 


กำลังโหลดความคิดเห็น