ไม่นานมานี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางไป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามความคืบหน้าการบูรณะมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะโบราณสถานสำคัญๆ ซึ่งได้รับความเสียหายเมื่อครั้งเกิดมหาอุทกภัย ปี 2554 ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจวัดไชยวัฒนาราม ประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ ณ วันนี้ การบูรณะเสร็จสมบูรณ์ กลับมางดงามดั่งเดิม พร้อมต้อนรับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ตลอดจนนักเที่ยวมายลความงามและยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติ
แม้ว่าวันนี้โบราณสถานสำคัญๆ หลายแห่งซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับปีนี้มีฝนตกน้อย สิ่งที่ภาครัฐวิตกกังวลเกี่ยวกับน้ำท่วม เป็นอันรอดไป ถามว่าในปีถัดๆ ไป ถ้ามีฝนตกในปริมาณมากแล้วมีน้ำเหนือไหลหลาก มีแผนป้องกันน้ำท่วมไว้อย่างไร นายวีระ เล่าว่า วัดไชยวัฒนาราม ได้มีการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ส่วนกำแพงที่พังเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ก็ซ่อมเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมควรมีระบบป้องกันและการบริหารจัดการน้ำแบบถาวร เพื่อป้องกันโบราณสถานอันเป็นมรดกโลกไม่ให้เสียหาย ขณะเดียวกันถ้ามีระบบจัดการน้ำที่ดีบ้านเรือนประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ซึ่งปัญหานี้จะต้องมีการวางแผนร่วมกันหลายหน่วยงาน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในอดีตได้มีการวางผังเมืองไว้เป็นอย่างดี มีระบบคูคลองอยู่รอบเกาะเมือง แต่ปัจจุบันถูกถมไปหลายจุด ดังนั้น เมื่อฝนตกหรือช่วงน้ำหลาก น้ำจะไหลไม่สะดวกเพราะมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพราะฉะนั้น จึงควรให้มีการขุดฟื้นฟูระบบคูคลองเดิมกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้การไหลเวียนของน้ำไหลได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าว จะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.พระนครศรีอยุธยาอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้มีการถมคูคลอง หรือมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเพิ่มเติมอีก
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าการขุดลอกคูคลองรอบเกาะ พูดกันมาหลายปี ยังไม่เห็นหน่วยงานไหนลงมือขุดลอก รึจะรอให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย “น้ำท่วม” อีกครั้ง จนเกิดความเสียหายซะก่อน ถึงจะลงมือลอกคูคลอง หากถึงวันนั้นอาจไม่เหลือ มรดกโลก มรดกชาติ ไว้ให้ลูกหลาน
จากนั้นตาม นายวีระ เดินทางมาศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา ทั้งนี้ จากการเดินชมนิทรรศการ พบว่ามีลักษณะที่พิเศษ ก็คือ ผู้จัดทำนิทรรศการพยายามเรียบเรียงถ่ายทอดประวัติความเป็นมาสมัยอยุธยาแต่ละยุคสมัยให้เข้าใจง่าย โดยแบ่งเป็นโซนๆ อย่างช่วงรุ่งเรืองมีเรือสำเภาหลากหลายรูปแบบมีทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ มีเมืองท่าแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวอยุธยากับต่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังมีการจำลองผังเมือง โดยมีวัด โบราณสถานต่างๆ มากมาย และบ้านเรือนปลูกอยู่รอบๆ อีกทั้งยังจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ในสังคม ประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นและเรียนรู้ ผ่านเรือนทรงไทย เครื่องมือทำมาหากิน การคลอดลูกโดยหมอตำแย มีมุมตำหรับยาสมุนไพร ซึ่งสมัยก่อนการแพทย์ยังไม่เจริญเหมือนทุกวันนี้ ใครเจ็บป่วยจะรักษาด้วยยาสมุนไพร
และที่พลาดไม่ได้ เมื่อมาเยือนศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา “อโยธยาเธียเตอร์” นำเสนอภาพยนตร์ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ในระบบจอ 360 องศา ความยาว 12 นาที มีบรรยายทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น โดยเนื้อหาของภาพยนตร์ ฉายถึงความยิ่งใหญ่ ความเจริญรุ่งเรืองในสมัยอยุธยาเป็นราชธานี
นี่คือแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติ ซึ่งมีหลากหลายแง่มุมไม่ได้มีการบันทึกไว้ในตำราเรียน ทว่าหลายคนมองข้ามแหล่งเรียนรู้ใกล้ตัวจากสถานที่จริง จึงอยากให้ สถานศึกษา ผู้ปกครอง พานักเรียน ลูกหลาน มาศึกษานอกห้องเรียน อีกอย่างสถานที่แต่ละแห่งจะมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้ พร้อมซักถามสิ่งที่อยากรู้ได้ด้วย



