xs
sm
md
lg

ผู้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลห่วง ชายรักชายไทยไม่รู้ตัวติดเอดส์ จี้เข้าถึงการคัดกรอง

เผยแพร่:

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จแทนพระองค์พระราชทานรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล วันที่ 28 ม.ค. ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พบคนทำงานด้านเอดส์ซิวทั้ง 4 รางวัล ตัวแทนผู้รับรางวัลชมไทยลดการติดเชื้อได้ดี แต่ยังห่วงผู้ติดเชื้อแต่ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มชายรักชาย และกลุ่มชายขอบต้องเข้าถึงการคัดกรอง ชี้รู้ตัวเร็ว รักษาแต่ต้น ช่วยรักษาชีวิตและป้องกันแพร่ระบาดได้

วันนี้ (27 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประกอบด้วย ศ.นพ.เดวิด ดี.โฮ ผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหารศูนย์วิจัยโรคเอดส์ แอรอนไดมอนด์ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นพ.แอนโทนี เอส.ฟอซี ผอ.สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา และบารอน ปีเตอร์ ปิย็อต ผอ.วิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน ม.ลอนดอน สหราชอาณาจักร และอดีตผู้อำนวยการบริหารโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ ราชอาณาจักรเบลเยียม เดินทางมายัง รพ.ศิริราช พร้อมวางพวงมาลาถวายบังคมพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และวางพวงมาลัยถวายบังคมสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากนั้นจึงเยี่ยมชมห้องสมเด็จพระบรมราชชนก ณ ตึกสยามินทร์ ชั้น 2

ทั้งนี้ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล มีทั้งหมด 4 คน โดย นพ.จิม ยอง คิม อดีตผู้อำนวยการแผนกเอชไอวี/เอดส์ องค์การอนามัยโลก สหรัฐอเมริกา จะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 28 ม.ค. โดยพิธีพระราชทานรางวัลนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2556 ในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 17.30 น. ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำในเวลา 19.30 น. ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และ ผอ.ร.ร.แพทย์ศิริราช ในฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษาวิชาการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล กล่าวว่า ในปีนี้คณะกรรมการฯได้พิจารณาผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลจำนวน 4 คนด้วยกัน แบ่งเป็นสาขาการแพทย์ 2 คน คือ ศ.นพ.เดวิด ดี.โฮ และ นพ.แอนโทนี เอส.ฟอซี และสาขาการสาธารณสุข 2 คน คือ บารอน ปีเตอร์ ปิย็อต และ นพ.จิม ยอง คิม ซึ่งหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผู้ได้รับรางวัลมี 3 ประเด็นคือ 1.ผลงานมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน 2.เป็นเรื่องที่กระทบคนทั่วโลก และ 3.ผลการศึกษามีระยะเวลานานพอสมควร

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปีนี้ผู้ได้รับรางวัลจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเอชไอวีและเอดส์ทั้งหมด ซึ่งประเด็นเรื่องเอชไอวี เราได้ติดตามข้อมูลมาไม่น้อยกว่า 6 ปี จะเห็นได้ว่าการมอบรางวัลทั้งสาขาการแพทย์และสาขาการสาธารณสุขมีความเชื่อมโยงกัน คือทั้งการวิจัยในตอนต้นเกี่ยวกับมาตรฐานการใช้ยาต้านไวรัสและการนำไปใช้ โดย ศ.นพ.เดวิด และ นพ.แอนโทนี ได้ร่วมกันศึกษาเชื้อเอชไอวีว่าเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเกิดผลอย่างไรกับร่างกาย ก็พบว่า เมื่อแรกเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายเหมือนจะลดลง แต่แท้จริงแล้วมีการแบ่งตัวตลอดเวลา จนทำให้เกิดโรคฉวยโอกาสขึ้นในภายหลัง ซึ่งการรักษาจำเป็นต้องรักษาขณะยังไม่มีอาการ ซึ่ง ศ.นพ.เดวิด เป็นบุคคลแรกที่ผลักดันให้ใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีชนิดผสมหลายตัวในการรักษา หรือที่เรียกว่า ฮาร์ท (HARRT) คือยาต้านไวรัสที่ออกฤทธิ์ต่างกันอย่างน้อย 3 ชนิดมาใช้รักษา ขณะที่ นพ.แอนโทนี ได้ทำการวิจัยต่อจนพบว่า เชื้อเอชไอวีจะไปฝังที่ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นแหล่งเก็บเม็ดเลือดขาวที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทาน เมื่อเชื้อไวรัสแบ่งตัวเพิ่มขึ้นจึงทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับบารอน ปีเตอร์ เล็งเห็นว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีจะก่อให้เกิดปัญหาด้านสาธารณสุขขึ้น ก็ได้เคลื่อนไหวรณรงค์ให้ประชาคมโลกตระหนักถึงภัยเอดส์ โดยผลักดันนักการเมือง นักธุรกิจ นักวิทยาศาสตร์ยอมรับเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมถึงต่อรองกับบริษัทยาเพื่อให้ปรับลดราคายาต้านไวรัส เพื่อให้ผู้ป่วยในประเทศยากจนเข้าถึงยามากขึ้น เช่นเดียวกับ นพ.จิม ก็ริเริ่มเป็นผู้นำในการผลักดันผู้ป่วยเข้าถึงยา โดยใช้แผนริเริ่ม 3 ใน 5 คือให้ผู้รับเชื้อเอชไอวีในกลุ่มประเทศรายได้น้อยและปานกลางได้รับยาต้านไวรัส HAART จำนวน 3 ล้านคน ภายในปี 2005 ซึ่งแนวคิดของ ศ.นพ.เดวิด และ นพ.แอนโทนี ได้กลายเป็นมาตรฐานการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบัน และ การดำเนินงานของบารอนปีเตอร์ และ นพ.จิม ได้ช่วยให้ผู้ติดเชื้อหลายสิบล้านทั่วโลก

ศ.นพ.เดวิด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับการได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคน นพ.แอนโทนี ที่ทำการวิจัยในเชิงลึกต่อ และบารอน ปีเตอร์ที่นำยา HARRT เข้าไปถึงตัวผู้ป่วย

นพ.แอนโทนี กล่าวว่า ขอบคุณทีมงาน ศ.นพ.เดวิด และ บารอน ปีเตอร์ จะเห็นได้ว่านี่เป็นรางวัลที่มีความเชื่อมโยงทั้งการวิจัยพื้นฐานข้างต้น และนำไปสู่การประยุกต์ใช้

บารอน ปีเตอร์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถลดการติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับการให้ยาต้านไวรัส และรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยที่ประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับการณรงค์เพื่อลดการตีตราผู้ติดเชื้อเอชไอวี แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะทำให้การต่อสู้กับโรคเอดส์ ยังคงเป็นหนทางที่ยาวไกลเพราะโรคเอดส์ยังคงไม่หมดไป แม้กระทั่งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และกลุ่มชายขอบอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไอชไอวี ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความพยายาม ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี ให้มากเป็น 2 เท่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการพัฒนายารักษาเอชไอวีในอนาคตต่อไปอย่างไร นพ.แอนโทนี กล่าวว่า แม้ปี 2557 จะมีข่าวดีเกี่ยวกับตัวยาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี และทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป แต่การรณรงค์ให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษา ก่อนที่พวกเขาจะป่วยด้วยโรคฉวยโอกาสยังเป็นสิ่งจำเป็น รวมทั้งการได้รับการตรวจคัดกรองเชื้อเอชไอวี เพราะอย่างในสหรัฐอเมริกา พบว่า 18% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ติดเชื้อ และ 55% การติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด มาจากคนที่ไม่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ติดเชื้อ ดังนั้น การทำให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงการตรวจคัดกรอง และได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะต้น ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาชีวิต แต่ยังช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคด้วย

อนึ่ง รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 22 ประจำปี 2556 เป็นรางวัลระดับโลกที่พระบาทสมเด็จพะรเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 มกราคม 2535 ดำเนินโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานมอบรางวัลให่แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลจะได้รับเหรียญรางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัลมูลค่า 100,000 เหรียญสหรัฐ

กำลังโหลดความคิดเห็น...