“เสริมศักดิ์” สั่งผู้บริหารอาชีวะวางแผนเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพ สั่งเพิ่มจำนวนสถาบันอาชีวศึกษาในอำเภอเล็กๆ หรือในที่ไม่มีสถาบันหวังให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็ก ย้ำ ควรให้ความสำคัญเรื่องภาษาและไอซีที
วันนี้ (16 พ.ย.) ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย จ.เชียงราย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวระหว่างมอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า การพัฒนากำลังคนนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งกระทรวงศึกษาฯ จะมีบทบาทสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อประเทศกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ความต้องการของภาคแรงงานจะยิ่งสูงเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ปัจจุบันการผลิตบุคลากรของอาชีวศึกษายังมีจำนวนน้อย ทั้งนี้ อยากให้ทุกฝ่ายยึดนโยบายของนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้แถลงไว้ คือ 16+9 เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้สถานศึกษาทุกแห่งให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนด้านภาษาต่างประเทศ และรวมถึงพัฒนาไอซีทีให้กับผู้เรียน เพราะทั้ง 2 เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน นอกจากนี้ขอให้ไปวางแผนการเพิ่มจำนวนผู้เรียนด้านอาชีวศึกษา เพราะปัจจุบันมีนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนมากแต่สถานศึกษารองรับมีจำนวนน้อย ดังนั้น ขอให้ไปเพิ่มสถาบันอาชีวศึกษาในอำเภอเล็กๆ หรือในพื้นที่ที่ไม่มีสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ผู้เรียนเพิ่มขึ้น โดยให้คัดเลือกสถาบันอาชีวศึกษาที่มีความโดดเด่นร่วมกันเป็นศูนย์อบรมอาชีวศึกษา และเร่งดำเนินการให้มีสถาบันอาชีวศึกษา ครบ 19 แห่งเพื่อรองรับผู้จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เพื่อเรียนต่อปริญญาตรีในสายปฏิบัติการด้วย
วันนี้ (16 พ.ย.) ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย จ.เชียงราย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวระหว่างมอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า การพัฒนากำลังคนนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งกระทรวงศึกษาฯ จะมีบทบาทสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อประเทศกำลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ความต้องการของภาคแรงงานจะยิ่งสูงเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ปัจจุบันการผลิตบุคลากรของอาชีวศึกษายังมีจำนวนน้อย ทั้งนี้ อยากให้ทุกฝ่ายยึดนโยบายของนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้แถลงไว้ คือ 16+9 เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้สถานศึกษาทุกแห่งให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนด้านภาษาต่างประเทศ และรวมถึงพัฒนาไอซีทีให้กับผู้เรียน เพราะทั้ง 2 เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน นอกจากนี้ขอให้ไปวางแผนการเพิ่มจำนวนผู้เรียนด้านอาชีวศึกษา เพราะปัจจุบันมีนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวนมากแต่สถานศึกษารองรับมีจำนวนน้อย ดังนั้น ขอให้ไปเพิ่มสถาบันอาชีวศึกษาในอำเภอเล็กๆ หรือในพื้นที่ที่ไม่มีสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ผู้เรียนเพิ่มขึ้น โดยให้คัดเลือกสถาบันอาชีวศึกษาที่มีความโดดเด่นร่วมกันเป็นศูนย์อบรมอาชีวศึกษา และเร่งดำเนินการให้มีสถาบันอาชีวศึกษา ครบ 19 แห่งเพื่อรองรับผู้จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เพื่อเรียนต่อปริญญาตรีในสายปฏิบัติการด้วย


