xs
xsm
sm
md
lg

จิตแพทย์ เตือน! รู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันตนเอง ป้องกันเหตุรุนแรงทางการเมือง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จิตแพทย์เตือนระวังร่วมชุมนุมม็อบเสื้อแดง ถูกจิตวิทยาหมู่ครอบ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง ยิ่งอยู่ร่วมกันมากยิ่งกระตุ้นสร้างความรุนแรงได้ ห่วงส่งผลกระทบเด็กเล็กพ่อแม่ไม่ควรปลูกฝังความเกลียดชัง แต่อธิบายเหตุผล สร้างความฉลาดทางอารมณ์

นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงจากสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่อาจเกิดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นว่า ประชาชนคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหยุดรับข่าวสารการเมืองที่เกิดขึ้นได้ แต่จำเป็นต้องรู้เท่าทันสื่อและรู้เท่าทันตนเอง ซึ่งควรพิจารณาว่า ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับเป็นความจริงหรือข่าวลือ โดยรับข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน ข้อมูลข่าวสารใด ถ้าทำให้เกิดความโกรธแค้นรุนแรงจนตนเองเกิดอคติ แสดงว่า ข้อมูลข่าวสารนั้นอาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรดูแลอารมณ์ของเราให้ดี ที่สำคัญ คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา ทั้งกับตัวเอง ครอบครัว หรือคนที่เรารัก ว่าจะเป็นเช่นไรถ้าเราวู่วามหรือร่วมทำกิจกรรมใดๆ ด้วยความโกรธแค้น ขอให้เตือนตัวเองเสมอว่า ปรากฏการณ์ทางการเมืองมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครคิดเหมือนกันทั้งหมด ผู้ที่มีความเห็นต่างไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะ

" สื่อ เป็นเหมือนดาบ 2 คม อาจช่วยกระตุ้นให้คนรักชาติได้ แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้คนในชาติเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันได้เช่นกัน สื่อ จึงจำเป็นต้องนำเสนอข่าวสารข้อมูลที่เป็นจริงรอบด้าน อย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรมและไม่ชี้นำ เพราะสื่อมีพลังในการชักจูงมวลชนได้มาก ทั้งนี้ ครอบครัวจำเป็นต้องช่วยเตือนกัน ในการรับข้อมูลข่าวสารหรือจัดการความไม่ลงรอยในครอบครัวเนื่องจากความเห็นต่าง ไม่ใช่ทะเลาะหรือเอาชนะกัน ที่สำคัญ ต้องสอนและอธิบายสภาพบ้านเมืองให้เด็กเข้าใจ ยิ่งเป็นเด็กเล็ก ยังไม่โตพอที่จะเรียนรู้เรื่องนี้ ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร พ่อแม่จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและไม่ควรปลูกฝังความเกลียดให้กับเด็ก แต่ควรอธิบายเหตุผลเพื่อสร้างความฉลาดทางอารมณ์ นอกจากนี้ ยิ่งผู้ใหญ่กังวล ผลกระทบก็จะยิ่งส่งผ่านถึงตัวเด็กเพิ่มขึ้น เนื่องจากเด็กมีสัมผัสการรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์มากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งจะยิ่งทำให้เด็กเครียดและกังวลมากขึ้นได้"นพ.ม.ล.สมชาย กล่าว

เมื่อถามถึงหลักจิตวิทยาการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้อย่างไรนั้น นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดการรวมกลุ่มกัน ย่อมเกิดหลักจิตวิทยาที่เรียกว่า จิตวิทยาหมู่ (Mob Psychology) ซึ่งจะทำให้ขาดการเป็นตัวของตัวเอง ผู้เข้าร่วมจะถูกชักจูงโดยผู้นำกลุ่มได้ง่าย ซึ่งทุกคนจะคิดเหมือนกันหมด ทำเหมือนกันหมด ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งการที่คนขาดลักษณะหรือบุคลิกภาพของตัวเองไปเมื่อเกิดการรวมกลุ่ม เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้นอย่างไรก็ตามคงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง

นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การคาดการณ์ถึงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นจะยิ่งทำให้เราวิตกกังวลและเครียด อาจส่งผลให้เกิดโรคเครียดทางการเมืองได้ (Political Stress Syndrome หรือ PSS) อาการที่สังเกตได้ทางกาย คือปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ตึงบริเวณขมับ ต้นคอ หรือตามแขนขา นอนไม่หลับ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจไม่ทั่วท้อง แน่นช่องท้อง และปวดท้อง ส่วนอาการทางใจจะมีความวิตกกังวล ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา หงุดหงิดง่าย โมโหฉุนเฉียว ก้าวร้าว ท้อแท้หมดหวัง ไม่มีสมาธิ และฟุ้งซ่านเมื่ออาการทั้งทางกายและทางใจปรากฏ ย่อมส่งผลต่อพฤติกรรมและความสัมพันธ์กับผู้อื่น เริ่มใช้อารมณ์ในการพูดคุย มีความคิดที่จะตอบโต้ นำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังและความรุนแรงในที่สุด

“ ขอเพียงมีสติ รู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง ทำหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ด้วยดี ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ย่อมเป็นเกราะป้องกันตัวเราไม่ให้ถูกชักจูงหรือถูกกระตุ้นให้ทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงได้”นพ.ม.ล.สมชาย กล่าว