xs
xsm
sm
md
lg

หญิง 44 ปี จ.เพชรบุรี สังเวยหวัด 09!! พบมีโรคประจำตัว ปอดติดเชื้อ ยาต้านเอาไม่อยู่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ยืนยันหญิงวัย 44 จ.เพชรบุรี สังเวยหวัด 2009 พบมีโรคประจำตัวทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อ้วน น้ำหนักถึง 114 กก. มีปอดอักเสบติดเชื้อทั้ง 2 ข้าง แม้ได้รับยาต้านแต่เอาไม่อยู่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ด้านกรมการแพทย์เผยยอดคนป่วยแห่เข้าโรงพยาบาลลดลง เผยโดนไอ จามใส่หน้ากัน เชื้อไวรัสเข้าร่างกายอย่างจัง อาจทำโรครุนแรงได้

นพ.วัฒนา โรจนวิจิตรกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เป็นหญิงวัย 44 ปี จ.เพชรบุรี มีโรคประจำตัวเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะอ้วน น้ำหนัก 114 กิโลกรัม เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่ง เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ด้วยอาการไข้ต่ำๆ หายใจเร็วกว่าปกติ และพบว่า ปอดอับเสบ โดยแพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัส โอเซลทามิเวียร์ทันที แต่อาการไม่ดีขึ้นพบว่า ปอดติดเชื้อทั้ง 2 ข้าง และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ก.ค. โดยได้รายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และปลัด สธ.เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เฉพาะจ.เพชรบุรี จำนวน 43 ราย เสียชีวิตรวม 2 ราย

“ข้อมูลการเสียชีวิตรายนี้เปิดเผยได้ ไม่มีการปิดบัง เพราะไม่ว่าวันใดก็ต้องมีการเปิดเผยข้อมูล ซึ่ง สธ.ไม่ได้ตำหนิที่มีการรายงานข้อมูลและได้แจ้งกับ สธ.แล้ว โดยข้อมูลนี้ สธ.จะนำไปรวมในการแถลงจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต ที่จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบในทุกวันพุธ”นพ.วัฒนากล่าว

กรมการแพทย์เผยยอดคนป่วยแห่เข้า รพ.ในสังกัดลดลง
นพ.เรวัต วิศรุตเวช
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากข้อมูลการใช้บริการของสถานพยาบาลภาครัฐในสังกัดกรมการแพทย์ในขณะนี้พบว่า อย่างโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี มีผู้ป่วยเข้ามารับการตรวจวินิจฉัยจำนวน 500 คนต่อวัน และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีจำนวน 300 รายต่อวัน จากที่ก่อนหน้านี้มีประชาชนจำนวนมากแห่งเข้ารับการตรวจโรคเพราะเกิดความตื่นตระหนก

“เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของผู้ป่วยและคนไข้มาหาหมอโดยไม่ล้นโรงพยาบาล กรมการแพทย์ต้องการสื่อสารกับประชาชนว่า หากป่วยเป็นไข้ 48 ชั่วโมงวันแล้วทานยาไม่หาย ไข้ยังไม่ลดค่อยเดินทางมาพบแพทย์ ส่วนผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหากมีอาการไข้ให้เดินทางมาพบแพทย์ทันทีไม่ต้องรอ เนื่องจากคนไข้กว่า 90% อาการไข้จะหายเองภายใน 48 ชั่วโมง แต่ 10% ที่เหลือรายที่มีอาการรุนแรงต้องมาพบแพทย์”นพ.เรวัต กล่าว

เผยโดนเชื้อจังๆ ปริมาณไวรัสมากโรครุนแรงได้
นพ.เรวัต กล่าวว่า ข้อมูลของนักวิชาการพบว่า ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 รายที่มีอาการรุนแรง พบว่า อาการรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อไวรัสที่แต่ละบุคคลได้รับ อาทิ การที่มือสัมผัสกับเชื้อโรคตามลูกบิดประตู หรือสถานที่ต่างๆ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่าผู้ป่วยไอจามใส่หน้าโดยตรง และแรงๆ ซึ่งไวรัสมีโอกาสเข้าสู่ร่างกายได้มากเป็นล้านๆ ตัว ซึ่งจากข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงที่พบในไทย พบว่าปอดมีเชื้อโรคจำนวนมาก และเชื้อโรคลงในปอดส่วนล่างทำให้เกิดอาการปอดบวมรุนแรง

“ละอองฝอยของเชื้อโรคจากการไอ จาม จากผู้ป่วยเข้าสู่หน้าโดยตรงทำให้ได้รับเชื้อปริมาณมาก คำแนะนำทางการแพทย์ คือ ควรไปล้างหน้าเท่านั้น เพราะการนำผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดก็ไม่ช่วยให้เชื้อโรคหายไป ซึ่งหากเผลอนำมือมาแคะจมูก ขยี้ตา โอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายก็มีมากขึ้น”นพ.เรวัต กล่าว

นพ.เรวัต กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การออกกำลังกายระหว่างช่วงที่ป่วยเป็นไข้หวัดก็ยิ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนลงไปส่วนล่างและทำให้โรคมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตแลกเปลี่ยนออกซิเจนไปทั่วร่างกาย การสูดอากาศหายใจลึกในช่วงออกกำลังกายนี้จะทำให้เชื้อโรคที่อยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงลึกไปอยู่ในส่วนล่างมากขึ้นด้วย

สธ.เตรียมประชุมหารือความรุนแรงของโรค
นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ก.ค. คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติ ที่มีศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษา ไข้หวัดใหญ่ฯ จะมีการหารือถึงข้อมูลทางวิชาการล่าสุดเกี่ยวกับความรุนแรงของโรคล่าสุด โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวมาประเมินสถานการณ์ของเชื้อโรคให้ทันสถานการณ์ เพราะเนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นเชื้อใหม่ที่ทั่วโลกต้องเรียนรู้ร่วมกันไป ข้อมูลที่ได้เสนอต่อปลัด สธ.และรมว.สธ.ต่อไป

“โรคนี้เป็นโรคใหม่ ที่นักวิชาการและนักวิจัยทั่วโลกได้องค์ความรู้ไปพร้อมๆกัน จึงทำให้ข้อมูลบางครั้งเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามข้อมูลที่ได้รับใหม่ขึ้น จึงอาจทำให้ประชาชนสับสนบ้าง” นพ.ไพจิตร์ กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...