กมธ.ไฟป่าฯ เตรียมชงรัฐบาลปฏิรูประบบจัดการไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 ทั้งประเทศ ดันกระทรวง อว.เป็นกลไกหลักด้านวิจัยและนวัตกรรม หนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด พร้อมเสนอปรับการจัดสรรงบตามผลงาน เพิ่มอำนาจท้องถิ่น และใช้ AI-ดาวเทียม ยกระดับการบริหารจัดการ
วันนี้ (4 ส.ค.) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่าและติดตามปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นประธาน ได้เตรียมสรุปผลการศึกษาหลังดำเนินงานต่อเนื่องหลายเดือน เพื่อเสนอรัฐบาลปฏิรูประบบบริหารจัดการไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 ควบคู่กับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด
น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ต่อยอดจากข้อมูลของกรรมาธิการชุดก่อน โดยเน้นแก้ปัญหาเชิงระบบและข้อจำกัดของหน่วยงานภาคปฏิบัติ เพื่อให้ข้อเสนอสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยกรรมาธิการเสนอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหา ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เต็มศักยภาพ
นอกจากนี้ ยังเสนอปรับระบบจัดสรรงบประมาณให้ยึดผลสัมฤทธิ์ของการแก้ปัญหา เพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบริหารจัดการในพื้นที่ได้คล่องตัวมากขึ้น รวมถึงผลักดันความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน ครอบคลุมการปรับตัวชี้วัดจากการนับจุดความร้อน เป็นการประเมินพื้นที่เผาไหม้จริง พร้อมส่งเสริมการใช้ดาวเทียม AI เซ็นเซอร์ โดรน และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
น.ส.พิมพ์ภัทรา ระบุว่า ผลการศึกษาทั้งหมดจะถูกรวบรวมเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล เพื่อปฏิรูประบบบริหารจัดการไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ของประเทศให้เชื่อมโยงทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี งบประมาณ และความร่วมมือระหว่างประเทศในระยะยาว


