“ยศชนัน” ผนึกเครือข่าย ดันโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” เปลี่ยนเศษวัสดุเกษตรเป็นรายได้ หวังแก้ปัญหาฝุ่นภาคเหนืออย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบนวัตกรรมสู้ PM2.5 และบริหารจัดการน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน 8 จังหวัดภาคเหนือ
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบาย “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” ภายใต้โครงการ “Zero Burn to Earn เลิกเผา เป๋าตุง” ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และภาคีเครือข่าย เพื่อสานต่อโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” อย่างยั่งยืน
จากนั้นได้เยี่ยมชมนวัตกรรมและงานวิจัยที่พร้อมใช้ อาทิ การอบรมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มือสอง แอปพลิเคชันบริหารจัดการชีวมวล และผลงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ รวมถึงศูนย์วิจัยข้าวล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การแก้ปัญหาการเผาวัสดุทางการเกษตรต้องขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยกระทรวง อว. จะนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาช่วยภาคเอกชนแปรรูปวัสดุเหลือทิ้งให้เกิดมูลค่าและกำไร พร้อมผลักดันตลาดสินค้า Green Product เพื่อสร้างระบบที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน และตั้งเป้าเห็นผลภายใน 8-9 เดือน เพื่อลดปัญหาฝุ่นในปีหน้า
“หัวใจสำคัญคือการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเห็นว่าการนำวัสดุเหลือทิ้งมาแปรรูปสามารถสร้างรายได้ที่คุ้มค่า เมื่อเกิดผลสำเร็จในพื้นที่นำร่อง ก็จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ต่อไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ต่อมา ศ.ดร.ยศชนัน ได้แถลงนโยบาย “การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในการจัดการ PM2.5 และวิกฤตน้ำแบบครบวงจร” และส่งมอบนวัตกรรม “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวก” และ “Flood Boy1” ให้แก่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และแม่ฮ่องสอน ที่อาคาร SMC Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยกล่าวว่า ปัญหา PM2.5 และวิกฤตสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ รัฐบาลและกระทรวง อว. จึงเร่งนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาสนับสนุนการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคเอกชน และประชาชน
รองนายกฯ และ รมว.อว.กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. พร้อมผลักดันเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งระบบติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ระบบคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นควัน รวมถึงนวัตกรรมห้องลดฝุ่นระดับชุมชน และระบบ Flood Boy เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้มี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และปฏิบัติหน้าที่ ผู้อํานวยการสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อํานวยการ บพข. สํานักงานเร่งรัดการวิจัยและ นวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนภาคีเครือข่าย เข้าร่วม


