อนุกมธ.พาณิชย์ฯ เดินหน้าปราบ “นอมินีต่างชาติ” เสนอจัดตั้ง “นอมินีบูโร” เป็นศูนย์กลางบูรณาการข้อมูล พร้อมผลักดันเลขผู้เสียภาษีต่างด้าว 13 หลัก เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงานรัฐ หวังยกระดับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การถือหุ้น และธุรกิจสีเทาอย่างเป็นระบบ
ในการประชุมครั้งที่ 22/2569 ซึ่งมีนายเอกชัย เรืองรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทาง “ยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด” จากการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ Nominee โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมมากถึง 25 หน่วยงาน ครอบคลุมทั้งฝ่ายความมั่นคง การเงิน ภาษี การลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลเศรษฐกิจ
นายเอกชัย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า หนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ การผลักดันให้บุคคลต่างด้าวมี “เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก” เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การถือครองทรัพย์สิน และการดำเนินธุรกิจที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอจัดตั้งหน่วยงานกลางในลักษณะ “นอมินีบูโร“ เพื่อทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลและประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการตรวจสอบและปราบปรามขบวนการนอมินีอย่างเป็นระบบ
สำหรับโครงสร้างการทำงาน แบ่งหน่วยงานออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม A “นโยบาย–พื้นที่–บังคับใช้กฎหมาย” ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ เส้นทางธุรกิจ และบังคับใช้กฎหมายกับเครือข่ายต้องสงสัย
ส่วนกลุ่ม B “ข้อมูลธุรกิจ–ภาษี–การเงิน” ประกอบด้วย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมบัญชีกลาง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยเน้นตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน การเสียภาษี และโครงสร้างการถือหุ้นที่ผิดปกติ
ขณะที่กลุ่ม C เป็นหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะด้าน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการจัดหางาน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อเฝ้าระวังธุรกิจที่อาจถูกต่างชาติใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเข้ามาครอบงำ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เตรียมรวบรวมข้อเสนอและความคืบหน้าทั้งหมด บรรจุเพิ่มเติมในรายงานการศึกษาว่าด้วย “การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมายและนอมินี” ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาในลำดับต่อไป


