“ศรีสุวรรณ” ร้องศาลปกครอง เอาผิดนายกฯ – รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าฯ กทม.แก้ฝุ่น PM2.5 ล้มเหลว ทำฝุ่นพิษล้นเมือง พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราว มองรัฐไม่จริงใจแก้ฝุ่น เหน็บคำพูดนักการเมืองแค่ลมปาก มุ่งผลักดันกาสิโน
วันนี้(28มี.ค.)นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมด้วยชาวกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อฟ้องนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย รมว.เกษตรฯ รมว.อุตสาหกรรม รมว.พาณิชย์ รมว.ทรัพย์ฯ และผู้ว่าฯ กทม. ฐานละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นPM2.5 เกินค่ามาตรฐานมาเข้าสู่วันที่ 8 หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงกลับเพิกเฉย ปล่อยให้มลพิษเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และก่อนหน้านี้ก็เกิดค่ามาตรฐานมาโดยตลอด ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 5 -6 เดือน มีบางวันที่มีฝนตกทำให้ปริมาณฝุ่นลดลง เมื่อหมดฝน ฝุ่นก็กลับมาเกินมาตรฐาน ภาครัฐกลับไม่ดำเนินการอะไรมา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจังหวัด ท้องถิ่น ซึ่งไม่มีศักยภาพ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญกระทบต่อสุขภาพอนามัยประชาชน
นายศรีสุวรรณระบุว่าวันนี้มาร้องศาลปกครองของคุ้มครองชั่วคราว ให้ศาลมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 9 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในการสั่งการให้หน่วยงานทุกกระทรวง ทบวง กรมที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังเข้าไประงับ แก้ไขปัญหาฝุ่นเกินค่ามาตรฐานให้แล้วเสร็จโดยพลัน และรายงานต่อศาลทุกเดือนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น รวมถึงอาจจะสั่งให้กระทรวงเกษตรฯสั่งให้นำเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงขึ้นบินโปรยน้ำ ลดอุณหภูมิลดฝุ่น แต่เนื่องจากกรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรฯมีงบประมาณจำกัด เพราะได้รับการจัดสรร จึงไม่สามารถขึ้นบินได้ทุกพื้นที่ แต่หากมีคำสั่งศาลปกครองเชื่อว่านายกฯ รมว.เกษตรฯ จะสามารถสั่งการ ตั้งงบประมาณ หรือนำงบกลางมาช่วยได้โดยตรง และยังขอให้ผู้ว่าฯ จังหวัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขณะเดียวกันปัญหาการเผารอบพื้นที่ประเทศไทยนั้นกระทรวงพาณิชย์ ต้องไปเจรจา หรือมีมาตรการห้ามนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรประเทศเพื่อนบ้านหากมีการเผาเกิดขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการที่ขอให้ศาลมีคำสั่งรวมถึงการขอคุ้มครองชั่วคราวด้วย เพื่อทำให้อากาศในประเทศได้ลดน้อยลง ให้สุขภาพประชาชนกลับมาดีดังเดิม และหวังว่าศาลจะพิจารณาเห็นว่าสภาพเกินค่ามาตรฐานมา 6 -7 วัน ศาลเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติและอาเซียน แต่ผ่านมา 1 เดือนสถานการณ์ฝุ่นก็ยังคงหนักเหมือนเดิม นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าตนก็ได้ยินคำพูดของนายกฯเช่นเดียวกับประชาชนทั้งประเทศ แต่คำพูดก็เป็นเหมือนลมผ่านปาก เพราะไม่ได้มี Action Plan ไม่มีอะไรเกินขึ้น ตลอด 1 เดือนปัญหาฝุ่นเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด มีการเผาในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่อุทยาน เผาตอซังข่าว พืชผลทางการเกษตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ก็ออกมาขู่จะย้ายผู้ว่าฯ จังหวัดหากยังคงมีการเผา แต่ทุกวันเห็นการเผาหลายพื้นที่ กลับไม่มีการย้ายผู้ว่าฯ จึงขอให้ประชาชนอย่าเชื่อถือคำพูดของนักการเมือง ซึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางในใจสภา ก็มีการชี้แจงข้อมูลเยอะแยะ ในทางความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น โดยคำพูดนักการเมืองเต็มร้อย อาจจะให้แค่ 0.1 เท่านั้น ตนจึงมองว่ารัฐบาลแทบไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาฝุ่น ทั้งที่เป็นปัญหาเชิงฤดูกาล ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ โฆษณา หาเสียงจะดำเนินการ แต่ปัญหายังคงซ้ำเดิม
“รัฐบาลไมได้มีความจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เลย แม้แต่การตั้งงบประมาณให้กับกรมการฝนหลวง งบประมาณให้กับท้องถิ่นเข้าไปแก้ไขปัญหาก็ลดน้อยลงไปตามลำดับ แต่รัฐบาลกลับไปสนใจเชิงธุรกิจที่อาจเป็นกลุ่มก้อน พรรคพวก เพื่อนฝูง นอมินีของรัฐบาล เช่นการผลักดันเรื่องกาสิโน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่พวกคุณต่างหากกลับไปยกมือสลอน ให้มีบ่อกาสิโนในประเทศ แต่ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นกับลมหายใจของประชาชน 60 ล้านคน รัฐบาลกลับไม่สนใจ ทุกกระทรวง ทบวง กรม พูดน้อยมาก แต่ไม่มี Action Plan ดังนั้นจะบอกว่ารัฐบาลให้ความสนใจ อย่ามาโม้ให้ประชาชนฟังดีกว่า เอาคำโม้ไปทำให้ฝุ่นไม่เกินค่ามาตรฐานให้ได้ คือรูปธรรมที่รัฐบาลควรให้ความสนใจ ” นายศรีสุวรรณ กล่าว
นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวว่าวันนี้ได้นำเอกสารประกอบการยื่นฟ้องประกอบให้ศาลพิจารณาว่านายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนใหญ่เป็นรายงานคุณภาพอากาศของหน่วยงานราชการ กรมควบคุมมลพิษ จิสด้า ที่รายงานว่าคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานมาโดยตลอด รวมทั้งได้แนบสิ่งที่นายกฯ เคยพูดอะไรไว้บ้าง เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลจริงใจในการแก้ไขฝุ่นละอองมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคนทั้งประเทศเดือดร้อน