“สมศักดิ์” วางศิลาฤกษ์สร้างอาคารเสริม รพ.พหลฯ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้จว.ชายแดน เชื่อปีหน้าปัญหารพ.ไม่พอต่อคนไข้จะเบาบางหลังสธ.เร่งสร้างเพิ่ม-รณรงค์ป้องกันป่วย NCDs ปลื้มร่างกม.อสม.เดินหน้า ก.คลังยอมให้มีกองทุนบางส่วนแล้ว
วันนี้ (28 ก.พ. 2568 )นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว. สาธารณสุข เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสนับสนุนบริการ 8 ชั้น อาคารจอดรถ 10 ชั้น อาคารพักแพทย์ 40 ยูนิต และบ้านพักข้าราชการระดับสูงโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี โดยกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายที่จะพัฒนาโรงพยาบาลของรัฐ ให้ทันสมัย มีคุณภาพ ให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี สะดวกและปลอดภัย รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคง สร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตนจึงมีความยินดี ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารสนับสนุนบริการ 8 ชั้น อาคารจอดรถ 10 ชั้น อาคารพักแพทย์ 40 ยูนิต และบ้านพักข้าราชการระดับสูง โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ในวันนี้ เพราะอาคารสนับสนุนบริการและอาคารจอดรถ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนผู้รับบริการ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ เป็นการพัฒนาโครงสร้าง เพื่อตอบสนองการปรับโรงพยาบาล ให้เป็นระดับ P ซึ่งเทียบเท่ากับโรงพยาบาลศูนย์
“สำหรับอาคารที่พักแพทย์และข้าราชการ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องบุคลากรผู้ให้บริการ ช่วยลดระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มขวัญและกำลังใจ ในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ผมขอขอบคุณ ผู้นำชุมชน องค์กรภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง กลุ่มอาคารสนับสนุนบริการทั้ง 4 อาคาร ผมเชื่อว่าอาคารเหล่านี้ จะช่วยยกระดับโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ให้เป็นเสาหลักในการให้บริการสุขภาพ แก่ประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป” รมว.สาธารณสุข กล่าว
จากนั้นนายสมศักดิ์พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเปิดโครงการคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เป็นปัญหาทางสุขภาพที่สำคัญ กระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบาย ที่จะทำให้คนไทยห่างไกล NCDs โดยมีพี่น้อง อสม. เป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ผ่านการส่งเสริมสุขภาพ ให้พี่น้องประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพ ทั้งการกิน การนอน และการออกกำลังกาย ปัจจุบันพี่น้อง อสม.ได้ถ่ายทอดความรู้ เรื่องการนับคาร์บ หรือ คาร์โบไฮเดรต ให้กับพี่น้องประชาชนแล้วกว่า 16 ล้านคน ตนจึงขอให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน ให้ได้ตามเป้าหมายคนไทยนับคาร์บได้ ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคน ภายในปีงบประมาณนี้
“ผมยินดีที่ได้ทราบว่าที่อำเภอเลาขวัญ มีศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs จำนวน 2 แห่ง และมีคลินิกเบาหวานระยะสงบ ที่โรงพยาบาลเลาขวัญ ซึ่งสามารถปรับลดยา และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ของพี่น้องประชาชนได้ อย่างเป็นรูปธรรม ผมขอขอบพระคุณ และขอร่วมอนุโมทนาบุญกับ พระอาจารย์สมุห์สุรศักดิ์ ปสฺนโน เจ้าอาวาสวัดโบสถ์สระจิกด่าน ที่เมตตาบริจาคที่ดินจำนวน 10 ไร่ ให้กับโรงพยาบาลเลาขวัญ และขอขอบคุณทีมบุคลากรทางการแพทย์ พี่น้อง อสม. และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายคนไทยห่างไกล NCDs และขอให้พวกเรามุ่งมั่นทำงาน เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ เพื่อประชาชนต่อไป“
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สส.มีความห่วงใย เรื่องร่างพ.ร.บ.อสม. จึงติดตามกับตนอย่างใกล้ชิด ซึ่งล่าสุด กรณีการจัดตั้งกองทุน อสม. กระทรวงการคลังได้ยินยอมให้มีกองทุน อสม. บางส่วนแล้ว เพราะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ช่วยติดตามให้ แต่กระทรวงสาธารณสุข ก็ยังรอหนังสือยืนยันส่วนที่เหลือด้วย ก่อนจะรวบรวมเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณา โดยเมื่อมีการขับเคลื่อน พ.ร.บ.อสม. ก็มีเครดิตสามารถกู้เงินได้ 1 แสนบาท โดยในจังหวัดกาญจนบุรี ก็กู้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวนหลายราย ทั้งนี้ ตนอยากให้ พ.ร.บ.อสม.เข้าสภาฯทันปิดสมัยประชุมนี้ จะได้ออกเป็นกฎหมายได้เร็ว ซึ่งตนจะช่วยผลักดันอย่างเต็มที่ แต่ อสม.ก็ต้องช่วยรณรงค์เรื่อง NCDs เพราะหากสามารถประหยัดงบประมาณได้ ก็จะมาเป็นรางวัล และช่วยตรวจสุขภาพฟรีให้กับ อสม.ได้ โดยอสม.ต้องช่วยสอนประชาชนนับคาร์บให้ได้ 50 ล้านคน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วย
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าตนมองว่า จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดชายแดน ต้องเสริมศักยภาพให้แข็งแกร่ง ตามแนวนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องพัฒนาจังหวัดชายแดน รวมถึงต้องป้องกันโรคด้วย ส่วนกรณีโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อคนไข้ ตนมองว่า ในปีหน้าจะเบาบางลง เพราะจะมีทั้งสร้างเพิ่ม และการรณงค์ป้องกันโรค ตามนโยบายกินเป็นไม่ป่วย โดยให้ อสม.ช่วยกันรณรงค์ อย่าบริโภคเกินความจำเป็นของร่างกาย เพราะหากบริโภคมาก ก็จะป่วย
เมื่อถามถึงการยกระดับ อสม. นายสมศักดิ์ กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยเสนอ ร่างพ.ร.บ.อสม.เข้าสภาฯเรียบร้อยแล้ว ตนก็ต้องทำหน้าที่เสนอ ร่างพ.ร.บ.อสม.เข้าครม. เมื่อผ่านความเห็นชอบ ก็จะไปเจอไปสภาฯ ซึ่งกฎหมาย อสม.ยังติดขัดการจัดตั้งกองทุน เพราะ อสม. ทำงานและต้องมีรายได้ โดยเฉพาะการเดินหน้าขับเคลื่อนลดค่าใช้จ่ายคนป่วย NCDs ที่ใช้เงิน 1 ปี กว่า 7.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็จะใช้งบประมาณแบบนี้อีก 2 ปี ตัวเลขถึงจะลดลง ดังนั้น อสม.จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดงบประมาณในส่วนนี้