สภาผู้บริโภค ร่วมกรมรางฯสำรวจการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงหลังเปิดใช้บริการ 5 ปี พบยังมีปัญหาจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า ทางเดินคนพิการไม่สะดวก เสนอตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อแก้ไขเร็ว ด้าน"พิเชฐ" คาด1-2เดือนเสร็จ
วันนี้(25 ก.พ.) สภาผู้บริโภค โดยน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค ร่วมกับกรมการขนส่งทางราง โดยนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ตัวแทนกรมขนส่งทางบก บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการสายสีแดง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พร้อมเครือข่ายผู้บริโภค ผู้พิการ ร่วมเดินทางสำรวจเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ตัวอย่าง 5 สถานีปัญหา จาก 13 สถานี คือ รังสิต หลักหก หลักสี่ ทุ่งสองห้อง และตลิ่งชัน เพื่อนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการและจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ
น.ส.สารี กล่าวว่า สภาผู้บริโภคร่วมกับกรมขนส่งทางราง สำรวจปัญหาการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงซึ่งพบว่ามีปัญหาการเชื่อมต่อหลายสถานี โดยเฉพาะไม่มีรถสาธารณะบริการและความสะดวกของผู้พิการ ซึ่งหลังจากนี้จะนำข้อมูลการสำรวจเพื่อเสนอตั้งคณะทำงานร่วมแก้ไขปัญหาสายสีแดงเชื่อมต่อการเดินทางให้ผู้บริโภคอย่างไร้รอยต่อเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารรถไฟฟ้ามากขึ้น
สำหรับปัญหาหลักของการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง 4 ปัญหา ที่ทำให้ผู้โดยสารขาดความสะดวกสบายในการเดินทางประกอบด้วย 1 ปัญหาระบบเชื่อมต่อการเดินทางบริเวณสถานี ที่มีรถโดยสารสาธารณะไม่เพียงพอ 2.ป้ายรถเมล์ฝั่งถนนวิภาวดี หลายสถานีอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า 3. พื้นที่จอดรับ-ส่งผู้โดยสารสำหรับรถโดยสารสาธารณะ รถแท็กซี่ พื้นที่จอดรถยนต์ส่วนบุคคล ยังขาดการจัดระเบียบ โดยพบว่า บางสถานีใช้ทางเดินคนพิการเป็นจุดจอดรถจักรยานยนต์ 4.ป้ายบอกข้อมูลการเชื่อมต่อรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีเพียงสถานีกลางบางซื่อ ที่บอกจุดเชื่อมต่อ ขณะที่สถานีรถไฟฟ้าอื่น ไม่มีป้ายข้อมูลบอกจุดเชื่อมรถสาธารณะเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง 5 ทางเดินผู้พิการชำรุด เป็นจุดจอดรถ บางสถานีผู้พิการเดินทางไม่ได
ด้านนายพิเชฐ กล่าวว่า วันนี้ได้รับความร่วมมือจากสภาผู้บริโภค เครือข่ายผู้พิการ มาร่วมกันเช็คอีกทีว่าการเข้าถึงสถานี และการเดินทางเชื่อมต่อสะดวกมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่พบว่าการเชื่อมต่อทางกายภาพมีอุปสรรคเล็กน้อย รถเมล์ รถสองแถวที่จะเชื่อมที่สถานีรังสิตไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ ซึ่งจะได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ส่วนทางลาด-ลิฟท์ ที่ถูกมองว่าไม่เอื้อต่อผู้พิการก็จะต้องมีการแก้ไขทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยก่อนเปิดเราเคยมาตรวจเช็คแล้วครั้งหนึ่ง แต่ระยะเวลาผ่านไปอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเช่น มีการก่อสร้าง หรือแก้ไขปรับปรุงในบางจุด ก็ต้องมาดูกันอีกรอบซึ่งเรื่องนี้จะแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือน
นายพิเชฐ ยังกล่าวด้วยว่าปัจจุบัน รถไฟฟ้าสายสีแดงได้รับจากตอบรับจากผู้โดยสารมาก ช่วงปีที่ผ่านมาก่อนมีมาตรการ 20 บาทตลอดสายประชาชนใช้บริการมากขึ้นถึงร้อยละ 43.9ถือว่าได้รับความนิยมมาก ปัจจุบันเราแทบไม่ได้ใช้เงินอุดหนุนแล้วเพราะผู้โดยสารมากขึ้นทำให้มีรายได้มากขึ้นวันปกติมีผู้ใช้บริการอยู่ที่ 45,000 - 50,000 คน ยิ่งช่วงที่มีปัญหา PM 2.5 และเปิดให้ใช้บริการฟรีมียอดผู้ใช้วันละ 70,000-80,000คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลการสำรวจของสภาองค์กรผู้บริโภค เมื่อวันที่ 14 ม.ค.68 พบว่า การเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงนับจากการให้บริการปี2564 ยังมีปัญหาการเชื่อมต่อรถโดยสารสาธารณะที่ไม่เพียงพอ ป้ายรถเมล์บางสถานีห่างจากสถานีรถไฟฟ้าทำให้ผู้โดยสารไม่สะดวก และบางสถานีมีปัญหาเรื่องของทางเดินคนพิการ อาทิ สถานีทุ่งสองห้อง ไม่มีป้ายบอกข้อมูลการเดินทางไปป้ายรถเมล์ หากเดินทางออกที่ 5 (ลิฟท์) เมื่อลงมาแล้วต้องลงถนนวิภาวดี ต้องเดินเลาะริมถนนไม่มีฟุตบาทเพื่อไปป้ายรถเมล์ ระยะมากกว่า 500 เมตร เสี่ยงโดนรถชน นอกจากนี้ยังไม่มีทางให้สำหรับวีลแชร์ออกไปถนนวิภาวดีเพราะมีแบริเออร์กั้น ขณะที่ทางลง 6 ระยะทางไปป้ายรอรถเมล์ใกล้กว่ามาก แต่ไม่มีลิฟท์และบันไดเลื่อน แต่เลยไปอีกไม่เกิน 500 เมตร จะมีป้ายรอรถเมล์สร้างใหม่ แต่ไม่ได้ถูกใช้งาน เพราะไม่มีจุดเชื่อมต่อกับใคร
สถานีหลักสี่ มีปัญหาการเชื่อมต่อกับสายสีชมพู โดยพบว่า ทางออกที่ 7 มีอุปสรรคในการเดินทางเชื่อมต่อกับสายสีชมพู เพราะต้องลงและต้องขึ้นใหม่ มีอุปสรรคต่อผู้พิการวีลแชร์ เพราะฟุตบาทแคบ มีสิ่งกีดขวางทางสัญจร สถานีหลักหก (มหาวิทยาลัยรังสิต) ไม่มีรถสาธารณะให้บริการ ทางเดินคนพิการกลายเป็นจุดจอดรถจักรยานยนต์ มีสิ่งกีดขวางบนทางเท้าสำหรับการเดินทางของผู้พิการ ขณะที่ระยะทางเดินออกประตู 5 เพื่อขึ้นรถสองแถวค่อนข้างไกล
สถานีรังสิต (ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) - ไม่มีรถโดยสารสาธารณะเพื่อเดินทางไปห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มีรถเมล์ส 522 ยกเลิก และรถสองแถวแดงและเขียว ราคาค่าโดยสารรถสองแถวสีเขียว สีแดง ที่วิ่งจากจุดสถานีรถไฟฟฟ้ารังสิตไปยัง ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค และหมู่บ้านย่านคลอง 1-5 ราคาประมาณ 10 บาทตลอดเวลา ขณะที่ ราคาวินมอเตอร์ไซด์ เริ่มต้นที่ 25 บาท โดย ราคาจะปรับตามระยะทาง สถานีรังสิตฝั่งประตู 2-3 ซึ่งเป็นฝั่งที่ติดถนนไฟฉายผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเดินทางไปยัง ปทุมธานี หรือหมู่บ้านในย่านปทุมธานี แต่ไม่มีรถประจำทางมีเพียงวินมอเตอร์ไซด์ให้บริการ ด้วยราคาเริ่มต้น 25 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง สถานีตลิ่งชัน เป็นสถานีต้นทาง-ปลายทางที่ไม่มีรถโดยสารสาธารณะให้บริการ
นอกจากนี้ทีมงานสภาผู้บริโภคยังสำรวจพบ 1.สถานีจตุจักร มีปัญหาชื่อสถานีที่ไม่ตรงสถานที่และไม่เชื่อมต่อกับชุมชนหลักทำให้มีผู้ใช้บริการน้อย 2. สถานีวัดเสมียนนารี มีปัญหาไม่เชื่อมกับป้ายรถเมล์ มีระยะทางไกล ขณะที่มีทางที่ติดป้ายรถเมล์แต่ป้ายนั้นไม่ได้เปิดใช้งาน 3. สถานีบางเขน ฝั่งมหาวิทยาลัยเกษตรไม่มีป้ายรถเมล์ ขณะที่ไม่มีจุดเชื่อมต่อไปยังถนนงามวงศ์วานขาเข้าให้กับผู้บริโภค ทำให้ต้องเดินข้ามถนนที่เสี่ยงต่ออันตราย 4. สถานีดอนเมือง จุดเชื่อมต่อสกายวอร์คไปดอนเมืองระยะทางไกล และยังพบว่า การไม่เชื่อมต่อกับรถสาธารณะทำให้ผู้เดินทางยังคงมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง แม้ว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่ผู้โดยสารยังมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อเชื่อมต่อไปยังปลายทางเป้าหมายที่ต้องการ โดยผู้โดยสารรายหนึ่ง ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานโรงงานอุตสาหกรรมย่านปทุมธานี เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นประจำจากสถานีบางเขน ไปจนถึงสถานีรังสิต จากนั้นต้องขึ้น วินมอเตอร์ไซด์ เพื่อไปต่อรถโดยสารสองแถวไปยังโรงงาน รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางวันละ เกือบ 170 บาท
“คิดว่าเดินทางสะดวกดี ใช้เวลาไม่นานมากเหมือนแต่ก่อน จากเดิมนั่งรถเมล์จากบางเขน ใช้เวลานาน มีรถไฟฟ้าสายสีแดงก็สะดวกดี แต่ค่าใช้จ่ายยังสูงแม้ว่าจะค่าโดยสาร 20บาทตลอดสาย แต่ก็ต้องต่อวิน และสองแถว รวมค่าดินทางไปกลับก็ประมาณ 170 บาท”
ขณะที่ผู้โดยสารอีกรายกล่าวว่า อยากให้มีรถเมล์จากสถานีรังสิตเข้าหมู่บ้าน ตามซอยมากขึ้นเพราะตอนนี้มีสองแถว 2 สี แต่หยุดให้บริการแค่ 18.00 น ทำให้ถ้ามาไม่ทันต้องนั่งแท็กซี่และมอเตอร์ไซด์ เข้าบ้าน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง
ผู้โดยสารอีกราย กล่าวว่าเดินทางจากสถานีรังสิต มายังสถานีจตุจักร ฝั่งถนนกำแพงเพชร ต้องจ่ายค่าเดินทางสูง โดยต้องจ่ายค่าวินมอเตอร์ไซด์จากบ้านแถลงคลอง 2 มาที่สถานีรังสิต เพื่อเดินทางไปที่ สถานีจตุจักรและเดินทางไปด้วยมอเตอร์ไซด์ไปทำงานย่านกระทรวงพลังงานเสียค่าใช้จ่ายในการค่าเดินทางทั้งหมดประมาณ 150 บาท
“อยากให้มีบริการรถเมล์รถสาธารณะที่ต่อไปถึงและใกล้ๆบ้าน เพราะค่าโดยสารไม่แพงเพื่อให้สามารถเดินทางเข้ามาเมืองได้ ส่วนในเรื่องเวลา คิดว่าสะดวกขึ้นมากกว่านั่งรถเมล์จากรังสิต มาทำงานกระทรวงพลังงาน ”