รมว.คมนาคม เผย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นโยบายเร่งด่วน แต่ต้องใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี รอ BTS ติดตั้งระบบตั๋วร่วม มั่นใจ รายได้เอกชนเพิ่มแน่ กว่า 10% ลั่น คำพูดเป็นสัญญา แม้ไม่อยู่ในคำแถลงนโยบาย
วันนี้ (6 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ว่า เป็นนโยบายเร่งด่วน เนื่องจากต้องใช้เวลาเจรจา เนื่องจากมีหลายหน่วยงาน และรถไฟฟ้ามีหลายสี แต่ละสีมีระยะสัมปทานที่แตกต่างกัน ขั้นตอนการเจรจาใช้เวลา เมื่อเรามีระบบที่จะให้ราคา 20 บาทตลอดสาย ผู้ประกอบการจะต้องมีระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในระบบตั๋วร่วม กรณีนี้ ทาง รฟม.มีอยู่แล้ว แต่ BTS ไม่มี ฉะนั้น ก็ต้องเจรจากับ BTS ให้ติดตั้งระบบนี้ ต้องใช้งบประมาณพันล้านบาท
ดังนั้น ต้องเจรจาให้ BTS ช่วยติดตั้งให้ แต่ถึงมีเงินก็ใช่จะติดตั้งได้เลยต้องใช้เวลา หากรัฐบาลเพื่อไทยทำนโยบายนี้จะทำให้รายได้ของรถไฟฟ้าและผู้ประกอบการมีเพิ่มขึ้น และก็ต้องเจรจา เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น จะให้อะไรคืนกับรัฐ ยืนยันนโยบายนี้มีแน่นอน
เมื่อถามว่า จะใช้เวลา 2-3 ปี ได้หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่น่าจะเกิน 2 ปี
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีในคำแถลงนโยบายรัฐบาลหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า คำแถลงนโยบายจะพูดถึงระบบโลจิสติกส์ ทำเพื่อประชาชน นโยบายนี้ก็มีส่วนอยู่ เพราะเรามีความตั้งใจที่จะทำ แต่คงไม่ได้ไปเขียนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท เพราะเป็นส่วนย่อยของนโยบายใหญ่
เมื่อถามว่า เพื่อจะถูกมองไม่ทำตามสัญญาหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตนมั่นใจสามารถตอบได้ ชี้ไปแล้ว
เมื่อถามว่า หากไม่บรรจุไว้ อาจถูกมองว่าเพื่อไทยบิดพลิ้วหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า จากการชี้แจงและคำพูดของตน ก็เป็นส่วนหนึ่งของคำสัญญา
เมื่อถามว่า ระหว่างที่ยังไม่สามารถทำได่ 100% จะปรับลดราคาแบบขั้นบันไดได้หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง เพราะตั๋วร่วมไม่ใช่จะใช้ได้ทันที
เมื่อถามว่า BTS มีสัญญาณตอบรับที่ดีหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เชื่อว่า ถ้าเราเป็นเอกชน ถ้าเราลดราคาลง จากผลการศึกษามีตัวเลขเพิ่มขึ้น 10 กว่า% รายได้ก็เพิ่มขึ้นแน่นอน เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นเชื่อว่าเขาต้องตอบรับ
เมื่อถามว่า งบประมาณที่จะอุดหนุนให้เอกชน จำนวนเท่าไหร่ นายสุริยะ กล่าวว่า เมื่อวานได้ศึกษาโดยกรมขนส่งทางรางได้ทำตัวเลขขึ้นมา ขณะเดียวกัน ตนให้ไปปรึกษากับนักวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ โดยสัปดาห์หน้า จะมานั่งคุยกันเรื่องตัวเลขดังกล่าว