xs
xsm
sm
md
lg

“โรม” จี้ ส.ว.โหวตให้ไม่ต้องรอถึง 10 เดือน ยัน 8 พรรคจับมือแน่นหากไร้พรรค 2 ลุงเข้าแทรก ลุยแก้ 112

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“รังสิมันต์ โรม” ชี้ ถ้า สว.โหวตให้ ไม่จำเป็นต้องรอถึง 10 เดือน ยันยืนหลังตรงยังจับมือกัน 8 พรรคร่วมฯ ตราบใดที่ไม่มี พปชร.- รทสช. และยังจะเดินหน้าแก้ ม.112 ต่อไป

วันนี้ (27 ก.ค.) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Rangsiman Rome-รังสิมันต์ โรม” ถึงกรณีที่มีข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงการรอระยะเวลา 10 เดือน ให้ ส.ว.ชุดปัจจุบันหมดอำนาจลง ไม่ให้มีสิทธิโหวตนายกรัฐมนตรีได้ว่า [ทางออกหมายเลข 272 : จะต้องรออีก 10 เดือนหรือไม่ ส.ว.มีหน้าที่ต้องตัดสินใจ]

ผมเห็นข้อถกเถียงในสังคมต่อสถานการณ์การเลือกนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ ที่ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว.มีส่วนร่วมลงมติเลือกด้วย ซึ่งยังเหลือเวลาอีกประมาณ 10 เดือนที่ ส.ว.จะมีอำนาจนี้ว่าตกลงแล้วเราควรจะ “รอ” ไปจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาแล้วค่อยเลือกนายกฯ โดย ส.ส.เท่านั้น หรือจะ “ยอม” ให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุดไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะประกอบด้วยพรรคใดบ้างก็ตาม

ก่อนอื่นผมขอทำความเข้าใจให้เป็นที่ชัดเจนก่อนว่าแม้ว่า ส.ว. 250 คน เมื่ออยู่ครบ 5 ปีแล้ว จะยังต้องอยู่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมี ส.ว.ชุดใหม่ก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่า ส.ว.จะยังคงมีอำนาจเลือกนายกฯ ติดอยู่กับตัวด้วย เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เขียนไว้ชัดยิ่งกว่าชัดว่าอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ มีแค่ “ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้” เท่านั้น ซึ่ง ส.ว.ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเมื่อ 11 พ.ค. 2562 และมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกสุดเมื่อ 22 พ.ค. 2562 ดังนั้นอำนาจเลือกนายกฯ ของ ส.ว.ไม่มีทางเกินไปกว่าเดือนพฤษภาคม 2567 แน่ๆ (และหากยังมีความพยายามตีความบิดพลิ้วให้มีอำนาจนานไปกว่านั้นอีก ก็ต้องถือเสมือนว่าเป็นการทำรัฐประหารแล้ว)

อย่างไรก็ตาม ผมขอย้ำอย่างหนักแน่นว่าประชาชนไม่มีความจำเป็นต้อง “รอ” จนถึง 10 เดือนกว่าจะได้รัฐบาลเลย และไม่จำเป็นต้อง “ยอม” เพื่อให้ได้รัฐบาลที่เรารู้ดีอยู่แก่ใจลึกๆ ว่ามีสิ่งไม่พึงปรารถนาแฝงอยู่มาปกครองประเทศโดยเร็วด้วย

ผมและพรรคก้าวไกล ขอยืนยันอีกครั้งว่า การรวมตัวของ 8 พรรคการเมือง 312 เสียง (ซึ่งมีพรรค ก.ก. รวมอยู่ด้วย) เป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยครบถ้วนแล้วทุกประการ ที่จะจัดตั้งเป็นรัฐบาลของประชาชนได้ และยืนยันที่จะอยู่ร่วมกับ 8 พรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ตราบเท่าที่

1. “มีลุงไม่มีเรา” ไม่ดึงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เข้ามาเป็นรัฐบาลด้วย

2. พรรคก้าวไกล จะเดินหน้านโยบายแก้มาตรา 112 ต่อไป ซึ่งทั้ง 2 ข้อสงวนของเรานี้ มิได้ทำให้ 8 พรรคร่วมเสียความชอบธรรมทางประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย

และเมื่อทั้ง 8 พรรคยืนอยู่บนจุดที่ถูกต้องในอ้อมกอดของประชาชน นั่นเท่ากับว่า พวกเราได้ทำหน้าที่ในส่วนของพวกเราอย่างเต็มกำลังแล้วที่จะไม่ให้ประชาชนต้องรอต่อไปอีก 10 เดือน ส่วนที่เหลือจึงเป็นหน้าที่ของ ส.ว.แล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อ

การที่ ส.ว. ที่มาจากการเลือกของคณะรัฐประหารมีอำนาจเลือกนายกฯ ด้วยนั้น ไม่ใช่สิ่งปกติในระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน แต่ ส.ว. แต่ละท่านต่างเลือกได้ที่จะไม่หลงอยู่กับอำนาจนั้น เลือกได้ว่าจะใช้อำนาจนั้นเพื่อพาประเทศออกจากความผิดปรกติเสียตั้งแต่ตอนนี้ หาใช่ยื้อมันต่อไปอีก 10 เดือน เลือกได้แม้กระทั่งจะ “ปิดสวิตช์” ตัวเองอย่างแท้จริงด้วยการร่วมแก้รัฐธรรมนูญยกเลิกมาตรา 272 นี่ไม่ใช่ทางเลือกที่เหลือบ่ากว่าแรงเลยสำหรับ ส.ว. ที่ยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่ในตัวเอง

ผมและพรรคก้าวไกล ขอยืนหลังตรงและจับมืออีก 7 พรรคร่วมไว้อย่างแนบแน่น รอฟังการตัดสินใจของ ส.ว. ทุกท่าน หวังว่าจะไม่ทำให้ประชาชนต้องรอนานถึง 10 เดือนนะครับ