xs
xsm
sm
md
lg

ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย? “คลั่ง-ยิงกราด” ถอดบทเรียนแล้วต้องทำให้ได้จริง ** ปชป.กระเพื่อมแรง หลัง “จุรินทร์” กระทุ้ง “ลุงตู่” ขอปรับ ครม.บรรดา ส.ส.5 สมัย ก็ขยับทวงสิทธิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ - พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ - จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ - รังสิมา รอดรัศมี
ข่าวปนคน คนปนข่าว

** ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย? “คลั่ง-ยิงกราด” ถอดบทเรียนแล้วต้องทำให้ได้จริง

วันที่ 6 ต.ค. 2565 นับเป็นวันวิปโยคที่ชาวไทยตกตะลึง และเศร้าสะเทือนใจอย่างมาก จากเหตุการณ์กราดยิงที่ “ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” ของ อบต.อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู โดยผู้เสียชีวิตเป็นเด็กๆ และผู้ใหญ่รวมกว่า 38 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และ เจ้าหน้าที่บุคลากรทางแพทย์ และผู้เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือคลี่คลายเหตุการณ์คราวนี้

“พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า คนร้ายซึ่งเป็นอดีตตำรวจถูกไล่ออกจากราชการ และมีกำหนดที่จะขึ้นศาลในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่า คงเกิดความเครียดจนทำให้หลอน เกิดการคลุ้มคลั่งเข้าไปก่อเหตุในศูนย์เด็กเล็ก และตามที่ต่างๆ ก่อนจะปลิดชีวิตตัวเองพร้อมลูกและภรรยา ในบ้านพัก

เจ้าหน้าที่จะจัดตั้งศูนย์อำนวยการดูแลในเรื่องต่างๆ เช่น การดูแลจิตใจครอบครัวของเหยื่อ การประสานงานเรื่องการจัดพิธีศพ การรวมรวมหลักฐานต่างๆ เป็นต้น ในฐานะ ผบ.ตร. ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้จะเป็นบทเรียน และจะถอดบทเรียนนี้มาใช้ในการปฏิบัติงาน และจะเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก

ตามประวัติของคนร้ายผู้ก่อเหตุ

ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ (ตร.นอกราชการ) นั้น อดีตเคยเป็น ผบ.หมู่ (ป.) สภ.นาวัง ปัจจุบันอายุ 34 ปี บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ เมื่อปี 2555 ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ยานนาวา ต่อมาย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.นาวัง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562
ว่ากันว่า หลังจากย้ายมาที่ สภ.นาวัง เริ่มมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนร่างกายซูบผอม มีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งเพื่อนข้าราชการตำรวจต่างทราบดี และไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

เมื่อออกปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เจ้าตัวได้ยอมรับว่าได้เสพสารเสพติดตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม แล้ว
กระทั่ง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 “ส.ต.อ.ปัญญา” ถูกจับกุมพร้อมยาเสพติด และให้การรับสารภาพ ก่อนจะถูกไล่ออกจากราชการในเวลาต่อมา

ขณะที่การก่อเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า อดีตตำรวจนายนี้ใช้อาวุธหลากหลาย ทั้งปืนยาวลูกซอง ปืนสั้น และมีดฟัน โดยที่ผ่านมา มีอาการหลอนยาจากการเสพยาบ้า ยาไอซ์ หลังก่อเหตุ คนร้ายได้ขับรถออกมามุ่งหน้ากลับบ้าน เจอใคร ก็ขับรถชน และใช้ปืนยิงคนที่ขวางหน้า สาเหตุที่ก่อเหตุที่ศูนย์เด็กเล็ก คาดว่า เพราะเป็นเป้าหมายอ่อนแอที่สุด

เหตุโศกสลดแบบนี้ ครั้งที่แล้วเป็นทหารชั้นผู้น้อยคลั่งยิงกราดที่โคราช คราวนี้ที่ หนองบัวลำภู อดีตตำรวจชั้นผู้น้อย ก่อเหตุ และมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง

นี่จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนัก เก็บเหตุการณ์มาเรียนรู้ ถอดบทเรียน เพื่อมิให้มีเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดแบบนี้เกิดขึ้นอีก

อย่างน้อยๆ ความปลอดภัยของโรงเรียน ของเด็กๆ เรื่องยาเสพติดที่ตลอดที่ผ่านมาเป็นปัญหาสังคมเมื่อเกิดเรื่องนี้ก็ยิ่งตอกย้ำให้รัฐบาลจัดการเป็น “วาระแห่งชาติ” ให้หมดสิ้น แม้จะยากแต่ก็ต้องทำและเมื่อเกิดเหตุแล้ว การดูแลแลจิตใจและเยียวยาผู้ประสบภัย ก็ต้องทำอย่างเต็มที่

ถอดบทเรียนกันแล้วก็หวังว่าจะต้องนำมาปฏิบัติทำให้ได้จริงเสียที.







** ปชป.กระเพื่อมแรง หลัง “จุรินทร์” กระทุ้ง “ลุงตู่” ขอปรับ ครม. บรรดา ส.ส. 5 สมัย ก็ขยับทวงสิทธิ

ฝนจะตก น้ำจะท่วม ประชาชนจะเดือดร้อนอย่างไรก็ว่ากันไป สำหรับประชาธิปัตย์แล้ว สิ่งสำคัญตอนนี้คือ ต้องปรับ ครม.ก่อน ขืนปล่อยว่างไว้อย่างนี้ เวลาเลือกตั้งก็เสียเปรียบตายชัก !!

“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงออกมากระทุ้ง “ลุงตู่”  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอปรับ ครม. เพราะตำแหน่ง รมช.มหาดไทย นั้นว่างอยู่หลังจาก “นิพนธ์ บุญญามณี” ลาออก เพราะเจอคดีเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง ของ อบจ.สงขลา

เมื่อมีสัญญาณปรับ ครม. ภายในพรรคก็เกิดแรงกระเพื่อมจนกระฉอกออกมานอกพรรค!!

เพราะบรรดา ส.ส.แก่พรรษา ประเภทที่เป็น ส.ส.มากันคนละ 4-5 สมัย ต่างออกมาเคลื่อนไหว ว่า เมื่อไหร่จะถึงคิวตนเองได้เป็นรัฐมนตรีเสียที เวลาลงพื้นที่จะได้ตอบชาวบ้านได้ เพราะเรื่องอย่างนี้มันมีผลต่อการเลือกตั้งนะจ๊ะ

เก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกตำแหน่งก็เลยถูกเขย่า ไม่ว่าจะเป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ของ “จุติ ไกรฤกษ์” ... รมช.ศึกษาธิการ ของ “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ... รมช.สาธารณสุข ของ “สาธิต ปิตุเตชะ” ... รมช.พาณิชย์ ของ “สินิตย์ เลิศไกร”

จะมียกเว้นก็เพียงเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ ของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรค และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นั่งอยู่ เพราะเป็นที่รู้กันว่าตามมารยาทแล้วไม่ควรไปเขย่าของเขา

สำหรับ ส.ส.ที่อยู่ในข่ายควรจะได้รับการพิจารณา แม้จะไม่ได้ออกหน้ามากระทุ้งเอง แต่ก็มีคนรอบข้างผู้ปรารถนาดีช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ อาทิ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แม่เลี้ยงจากเมืองแพร่ นี่ ส.ส. 7 สมัย เชียวนะ ควรจะได้เป็นรัฐมนตรีไหมล่ะ ... หรืออย่าง “เจ๊โอ๋” รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นี่ 5 สมัย ... “มนตรี ปาน้อยนนท์” ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ 5 สมัย ...นริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง 5 สมัย... “กันตวรรณ ตันเถียร” นี่ก็ ส.ส.พังงา 5 สมัยเหมือนกัน ... ยังมีพวก ส.ส. 4 อีกหลายคน ก็แอบหวังลึกๆ อยู่เหมือนกัน

ก็เพราะกฎ กติกา มารยาท ของพรรคประชาธิปัตย์ ให้น้ำหนักกับระบบอาวุโสเป็นหลัก ... หากเป็นหน้าใหม่ พรรษาน้อย ก็ต้องเข้าข่ายนายทุนพรรค เปย์หนัก ถึงพอจะเห็นหน้าเห็นหลัง ... จึงห้ามกันไม่ได้ที่เวลาจะมีการปรับครม. ก็ต้องมีคนออกความเคลื่อนไหว แม้จะรู้ว่าวาระรัฐบาลเหลืออีกไม่กี่เดือนก็ตาม

ลงมาเล่นการเมืองก็หวังได้เป็น ส.ส. ได้เป็น ส.ส.แล้ว ก็หวังเป็นรัฐมนตรี คิดอย่างนี้กันทั้งนั้น

ล่าสุด “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงพยายามออกมา “สยบความเคลื่อนไหว” โดยบอกว่า พรรคจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณาหาคนมานั่ง รมช.มหาดไทย ที่ว่างอยู่ตำแหน่งเพียงเดียวเท่านั้น ไม่ใช่รื้อทั้ง 7 ตำแหน่ง

ก็ต้องติดตามดูผลการประชุมในวันที่ 12 ต.ค. จะจบลงแค่ตำแหน่งเดียวจริงหรือไม่ ...ก็รู้ๆ กันอยู่ เรื่องชิงเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น เวลามันกระเพื่อมแล้วมันนิ่งยาก !!


กำลังโหลดความคิดเห็น