มหาดไทย สั่งล้อมคอก “เงินอุดหนุน” อาหารกลางวันช่วงโควิด หลัง สตง.พบ “สถาบันการศึกษา-อปท.” หัวหมอ! ไม่ใช้เงินตามวัตถุประสงค์ ไม่ได้ทำอาหาร ให้ผู้ปกครองมารับหรือจัดส่งถึงบ้าน แถมยังไม่จ่ายเงินสดให้กับผู้ปกครองไปจัดหาอาหารเอง ล่วงเวลาสิ้นปีงบฯ จนตกเป็นรายได้สะสมของสถานศึกษา แถมมี อปท.บางแห่ง ไม่ได้ผลักส่งเงินอุดหนุนให้โรงเรียน จนเงินตกเป็นรายได้สะสม เข้า อปท.แทน
วันนี้ (30 มิ.ย.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ภายหลังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคหลายแห่ง โดยเฉพาะ สตง.เขต 10 จ.พิษณุโลก ได้ตรวจสอบการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน ช่วงโควิด-19
พบว่า สถานศึกษา สังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางแห่ง ไม่ได้ใช้จ่ายเงินอุดหนุนทั่วไป รายการเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนอาหารกลางวัน ตามวัตถุประสงค์ของงบประมาณในช่วงที่เกิดโควิด-19
“บางแห่งไม่ได้ประกอบอาหาร ให้ผู้ปกครองมารับที่สถานศึกษา หรือจัดส่งให้ที่บ้าน และไม่ได้จ่ายเป็นเงิน ให้กับผู้ปกครองไปจัดหาอาหารให้นักเรียนรับประทานที่บ้าน”
ดังนั้น สิ้นปีงบประมาณ เงินดังกล่าว จึงต้องตกเป็นรายได้สะสมของสถานศึกษา และมี อปท.บางแห่ง ไม่ได้ผลักส่งเงินอุดหนุนทั่วไปฯ ให้กับสถานศึกษาดำเนินการ ในลักษณะดังกล่าว เงินจึงตกเป็นรายได้สะสมของอปท.เช่นเดียวกัน
ล่าสุด นายสุทธพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งถึงสถานศึกษา สังกัด อปท. และผู้บริหาร อปท.ต้นสังกัด ผ่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด
โดยให้ติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองดังกล่าว ปีการศึกษา 2563-2564
ให้ปฎิบัติตามข้อเสนอแนะ ของ สตง. ที่ขอความร่วมมือ กรณีที่ อปท.และ/หรือสถานศึกษาในสังกัด จะจ่ายเงินอุดหนุนทั่วไป รายการเงินอุดหนุนฯ ช่วงโควิด-19 ย้อนหลังให้กับผู้ปกครองนักเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563-ปัจจุบัน สามารถดำเนินการได้
ทั้งนี้ หากสถานศึกษาไม่ได้ประกอบอาหาร หรือไม่ได้จ่ายเงินให้ผู้ปกครองไปประกอบอาหาร เงินจึงตกเป็นรายได้สะสมของสถานศึกษา ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายได้และการจ่ายเงิน ของสถานศึกษาสังกัด อปท. พ.ศ. 2562
“หากมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ผู้บริหารท้องถิ่น อาจอนุมัติให้ใช้จ่ายจากเงินรายได้สะสมได้ตามความจำเป็น โดยความเห็นขอบของคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก”
ส่วน กรณี อปท.ไม่ได้ดำเนินการเบิกหักผลักส่งเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เงินจึงตกเป็นเงินสะสมของ อปท.
และการที่ อปท.จะนำเงินสะสมไปจ่ายเป็นค่าอาหารกลางวัน หาก อปท. เห็นว่ามีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าอาหารกลางวันจากเงินสะสม ก็อาจขอทำความตกลงกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามข้อ 89 แห่งระเบียบดังกล่าวได้
ซึ่งปลัด มท. ได้มอบอำนาจ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 แล้ว
กลางปี 2563 สถ.มีหนังสือซักซ้อม ลงวันที่ 30 เมษายน 2563 ถึง อปท.ทั่วประเทศ ดำเนินการ เบิกจ่ายงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองเพื่อนำไปจัดหาอาหารกลางวันให้นักเรียนรับประทานที่บ้าน
“โดยสำรวจความต้องการของผู้ปกครองและประกอบอาหารกลางวันให้ผู้ปกครองมารับที่สถานศึกษาหรือจัดส่ง ให้ที่บ้านหรือจ่ายเงินสดให้ผู้ปกครอง แล้วแต่กรณี จนกว่าจะเข้าสู'ภาวะปกติ หรือมีการสั่งการให้ปฏิบัติ เป็นอย่างอื่น”
ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนและการสนับสนุนอาหารกลางวันในโรงเรียน รองรับสถานการณ์โรคโควิด-19
“คราวนั้น โดยภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ให้นักเรียนบริโภคนมชนิดยู เอช ที ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.- 30 มิ.ย. 63 กรณีที่จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ให้นักเรียนบริโภคนมชนิดยู เอช ที จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
สำหรับกรณีที่ไม่สามารถจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนที่โรงเรียนได้ จะจ่ายค่าอาหารกลางวันให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนในอัตรา 20 บาท ต่อคนต่อวัน เพื่อนำไปจัดหาอาหารกลางวันให้นักเรียนรับประทานที่บ้าน
โดยหวังเพื่อให้นักเรียนได้ดื่มนมและบริโภคอาหารกลางวันที่มีคุณภาพถูกหลักอนามัยอย่างต่อเนื่องและครบถ้วน
สำหรับกรณีการเข้าตรวจสอบ ของ สตง. พบว่า เมื่อปี 2563 ต่อเนื่อง 64 มีตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนในหลายจงหวัด ต่างคาใจและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรณีที่ช่วงสถานการณ์โควิดระบาดลูกหลานไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียน แต่ใช้วิธีเรียนออนไลน์ หรือรับงานมาทำที่บ้านตามนโนบายของกระทรวงศึกษาธิการ
ช่วงที่โรงเรียนปิด เงินที่รัฐอุดหนุนในโครงการอาหารกลางวันเด็กหัวละ 20 บาทต่อวัน ทางโรงเรียนก็ไม่ได้ทำอาหารกลางวันให้เด็กกิน ทางโรงเรียนจึงเปลี่ยนนำเงินอุดหนุนโครงการดังกล่าว จ่ายเป็นเงินสด โดยครูเอามาให้เพื่อแบ่งเบาภาระค่าอาหารให้กับผู้ปกครองแทน
“คาใจและสงสัย เช่น ได้รับเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันของเดือนสิงหาคม 2564 เพียงคนละ 120 บาท ซึ่งหากตีเป็นวันตามจำนวนเงินที่ได้รับอุดหนุนหัวละ 20 บาทต่อวัน 1 เดือนมี 4 สัปดาห์ควรจะได้รับคนละ 400 บาท”
พอสอบถามทางสถาบันการศึกษา ก็มีการเรียกประชุมชี้แจงผู้ปกครองนักเรียน โดยทางโรงเรียนอ้างว่า ที่จ่ายไม่เต็มเพราะต้องหักเงินไปจ่ายค่าอาหารกลางวันของเดือนก่อนด้วย ประกอบกับได้รับเงินอุดหนุนจากทาง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ยังไม่ครบ เป็นต้น
โดยที่ผ่านมา การจัดการอาหารกลางวัน ทำโดย 3 วิธี คือ 1. ครูซื้อและจ้างคนทำอาหาร 2. ครูซื้อและจ้างเหมาทำอาหาร 3. ครูเหมาทำกันเอง แต่ช่วงโควิดทางโรงเรียนจึงได้จ่ายเป็นเงินสดให้กับผู้ปกครองเด็กแทน เพราะเด็กไม่ได้มาเรียนที่โรงเรียน แต่ไม่สามารถจ่ายให้ได้เต็มตามจำนวน
เพราะต้องหักไปจ่ายค่าอาหารกลางวันของเดือนที่แล้ว ประกอบกับเงินที่ทาง อบต.ยังไม่ได้จัดสรรให้


