xs
xsm
sm
md
lg

เร่งประเมิน “อสม.ดูแลคนชรา” โครงการเงินกู้พันล้าน หลัง ครม.ให้ถัวเฉลี่ย เพิ่มค่าจ้างคนละ 9.5 พัน ลุ้น! ได้ไปต่อ แม้ สตง.เคยชง “ยุติ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เร่งประเมิน “อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น” โครงการเงินกู้พันล้าน เน้นถามคนชรา/ญาติ ก่อนพิจารณาให้ไปต่อ ตามข้อเสนอ มท. ชงใช้งบท้องถิ่นปี 65 หลัง ครม.ปรับโครงการ สั่ง “ถัวเฉลี่ย” เพิ่มค่าตอบแทนคนละไม่เกิน 9,500 บาท แม้ สตง.เคยส่งหนังสือ จี้ “สภาพัฒน์-มท.” ยุติใช้เงิน เหตุโครงการไม่สัมฤทธิ์ ค่าตอบแทนต่ำเกินไป ไม่จูงใจดูแลคนชราระยะยาว หวั่น “ผู้สูงอายุ” ไม่ได้รับการดูแลต่อเนื่อง

วันนี้ (12 ต.ค. 64) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ ให้ติดตามและประเมินผล “โครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มี ภาวะพึ่งพิง” ตามแผนงานหรือโครงการเพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนพื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ ภายใต้กรอบวงเงิน 1,080,490,000 บาท

ที่เปิดรับสมัคร 15,548 อัตรา มีค่าตอบแทน 5,000 บาท/เดือน โดยตัวเลขเมื่อเดือน พ.ย. 2563 มีผู้สมัครร่วมโครงการทั่วประเทศเพียง 12,205 ราย

สถ.ให้จังหวัดทำรายละเอียด เพื่อทำแบบประเมินโครงการ ที่ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ให้ผู้รับบริการ/ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง/ญาติหรือผู้ดูแล รวมถึงตัวอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น ประเมินโครงการนี้

ทั้งนี้ ยังสั่งการให้จังหวัด เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่ายโครงการนี้ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 พ.ย. 2564 ตามที่ ครม.อนุมัติให้เปลี่ยนแปลง

เมื่อต้นเดือน ก.ย. 2564 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นตาม สถ.ให้เปลี่ยนแปลงโครงการ โดยได้จัดสรรงบประมาณให้จังหวัด ไปเพื่อดำเนินการโครงการ 2 กิจกรรม ได้แก่ การจัดฝึกอบรมอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นฯ และการจ่ายค่าตอบแทนตามแนวทางที่กำหนด

“ครม.อนุมัติ เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่ให้เบิกจ่าย ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย. 2564 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมโครงการฯ ที่ต้องสามารถถัวจ่ายได้ทุกรายการในอัตราคนละไม่เกิน 9,500 บาท โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม”

สำหรับโครงการนี้ เมื่อต้นเดือน เม.ย. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแจ้งให้ อปท.ทั่วประเทศ รับทราบและปฏิบัติตามแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่ “อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น ของ อปท.”

หนังสือฉบับดังกล่าว ระบุว่า เพื่อให้ “อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น” ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน ให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงอย่างต่อเนื่อง

“มหาดไทย กำหนดแนวทางในการตั้งงบประมาณของ อปท. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง เช่น ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย และวัสดุ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อให้ อปท.สามารถนำเงินรายได้ของตนเองไปตั้งงบประมาณเป็นค่าใช้จ่าย”

โดยเฉพาะ “ค่าตอบแทน” ให้พิจารณาตั้งงบประมาณรายจ่ายในหมวดค่าตอบแทน ประเภทค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติราชการอันเป็นประโยชน์ แก่ อปท.

ทั้งนี้ ให้พิจารณาตามความจำเป็นและฐานะการคลัง โดยให้ถือปฏิบัติตาม หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0819.2/ว 6290 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2562 และเป็นไปตาม หนังสือสั่งการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด เช่นเดียวกับค่าวัสดุและอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม

กระทรวงมหาดไทย ยังมีหนังสือถึงเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อเสนอ “ทบทวนโครงการนี้” เพื่อต่ออายุ ในปีงบประมาณ 2565

กลางปีที่ผ่านมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยมีหนังสือถึงคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดย สตง.มองว่า วงเงินที่จัดสรรอาจเป็นค่าตอบแทนที่ต่ำเกินไปที่จะจูงใจให้อาสาสมัครทำงานต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้ผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลหรืออยู่ในภาวะพึ่งพิงไม่ได้รับการดูแลต่อเนื่องได้

“สตง.มีข้อเสนอว่าในการกำกับดูแลการดำเนินการในโครงการที่ได้รับการจัดสรรเงินกู้ฯ หากเป็นโครงการที่ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีความพร้อมในการดำเนินการ หรือว่ามีเหตุผลชี้ชัดว่าหากดำเนินการไปแล้วจะไม่สัมฤทธิ์ผลก็ให้ ครม.สามารถสั่งยุติโครงการได้ทันที เพื่อนำเงินกู้ที่เหลือไปใช้จ่ายในโครงการที่มีความพร้อมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

สตง. ยังมีหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อประสานขอให้รายงานข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน อสม.ดูแลคนชราทั่วประเทศ และจำนวนอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นที่ยื่นหนังสือลาออกเป็นรายเดือน ภายหลังพบว่า โครงการนี้ มีการเบิกจ่ายพลาดเป้าหมาย 126.47 ล้านบาท

โดยเฉพาะจำนวนผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการพบว่าต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากเริ่มจ้าง อสม.บริบาลท้องถิ่น และมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมากยื่นหนังสือขอลาออกเพื่อไปประกอบอาชีพอื่น ทำให้อัตราค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับภาระงาน


กำลังโหลดความคิดเห็น...