xs
xsm
sm
md
lg

ไม่เห็นด้วย! “ลูกกอล์ฟ” แจงยิบ ที่มา จม.เปิดผนึก ถึง ลูกสาวนายกฯ “คำผกา” ด่าทุเรศ “พท.” ลงท้ายหงายเงิบมั้ย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ ลูกกอล์ฟ คณาธิป สุนทรรักษ์ ไม่เห็นด้วย เขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง “ลูกสาวนายกฯ” ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
เทเพื่อนที่รัก!? “ลูกกอล์ฟ” แจงยิบความจริง ไม่เคยเห็นด้วย เขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง “ลูกสาวนายกฯ” “แขก คำผกา” หัวร้อนพิลึก! ด่า "เพื่อไทย" ทุเรศ! โหวตผ่านโยกงบให้งบกลางช่วยผู้อดอยากช่วงโควิด สุดท้ายหงายเงิบ

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (3 ส.ค. 64) เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH โพสต์ประเด็น เทเพื่อนแล้ว!? “ลูกกอล์ฟ” เผยความจริง ไม่เคยเห็นด้วย เขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง “ลูกสาวนายกฯ”

โดยระบุว่า จากกรณีที่กลุ่มนิเทศจุฬาฯ รุ่น 40 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของลูกสาว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมส่งจดหมาย ฝากให้ น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยข้อความในจดหมายเปิดผนึก ระบุถึงพลอยเพลิน ว่าจำได้มั้ย เสียงกลองสันฯ ละครคณะ การฝึกงานต่างจังหวัด โซฟาหน้าสตูดิโอเอ็มซี และมิตรภาพ 17 ปี ได้ผูกใจพวกเราไว้ในฐานะ “นิเทศจุฬาฯ รุ่น 40” มากแค่ไหน

สิ่งที่อยากบอกพลอยเพลิน คือ พวกเราพบและประสบความทุกข์ยากมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของนายรัฐมนตรี ซึ่งเป็น “พ่อของเพื่อน” และพวกเราได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมขอร้องให้พลอยเพลิน ฟังเสียงของพวกเราด้วย ฟังแล้วไตร่ตรองในฐานะของคนที่มองเห็นคุณค่าความเป็นคน ลองยื่น “กำไลหินใจเย็น” เส้นเดิมส่งให้พ่ออีกครั้ง แล้วขอให้พ่อลาออก พวกเราเชื่อมั่นว่า เสียงของพลอยเพลินสำคัญต่อพ่อเสมอ พร้อมทั้งปิดท้ายด้วยการลงชื่อเพื่อนร่วมรุ่นจำนวน 88 คนนั้น

ล่าสุด ลูกกอล์ฟ คณาธิป สุนทรรักษ์ ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น “นิเทศจุฬาฯรุ่น 40” ได้เคลื่อนไหว โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก LG and Friends ระบุว่า

“ความในใจและความจริงเรื่องจดหมายสำคัญ แม้ลูกกอล์ฟจะดูเหมือนเป็นคนเปิดเรื่องการเขียนจดหมาย แต่ “ความคิดริเริ่ม” ไม่ได้มาจากลูกกอล์ฟ

เหตุการณ์ครั้งนี้ มีหลายอย่างที่สอนลูกกอล์ฟ ว่า แม้เสียงลูกกอล์ฟจะดังแค่ไหนในสังคม เมื่ออยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่โตมาด้วยกัน เสียงของเราเท่ากัน

ภาพ น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
ความจริงข้อแรก ลูกกอล์ฟเป็นคน “ไม่เห็นด้วย” กับการเขียนจดหมายมาโดยตลอด ความคิดนี้เกิดขึ้นจากเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามเสนอแนวคิดมาเป็นปี ว่าต้องทักเพื่อนไป แล้วโดนเพื่อนในรุ่นคนอื่น รวมถึงลูกกอล์ฟ ตำหนิ และด่ามาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมา รุ่นเรา เคารพความเป็นส่วนตัวของเพื่อนเรา เคารพแค่ไหน? ลองดูจากข้อมูลที่แทบหาไม่ได้เกี่ยวกับเพื่อนเรา ตั้งแต่รัฐประหาร เพราะพวกเรา “เงียบ” มาตลอด เงียบจนสังคมไม่มีข้อมูล เงียบจนสำนักข่าวไม่มีรูปใหม่ๆ ไปลง นั่นคือ ระดับความเคารพในความเป็นส่วนตัวของเพื่อน ที่เรามอบให้เสมอมา

ความจริงข้อสอง ลูกกอล์ฟเสนอให้เขียนจดหมายแบบ “ปิดผนึก” และพร้อมรับแรงปะทะคนเดียว แต่เพื่อนในที่ประชุม โหวตให้เปิดผนึก เพราะต้องการยืนเคียงข้างกัน และพร้อมรับแรงปะทะร่วมกัน ลูกกอล์ฟจะไม่มีวันลืม 88 รายชื่อเพื่อนในจดหมาย (สาเหตุที่เขียนเปิดผนึกได้แจ้งไปก่อนหน้าแล้ว)

ความจริงข้อสาม ระหว่างการประชุม ลูกกอล์ฟโหวตแพ้บ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง font เรื่องฤกษ์ และอีกหลายๆ เรื่อง รวมถึงหลายๆ ข้อความที่โดนโหวตทิ้งไป ขั้นตอนทั้งหมด มันเป็นตัวแทนของประชาธิปไตยมากๆ

ความจริงข้อสี่ แม่ของเพื่อนคนหนึ่ง ได้ทำการดูดวงให้ลูกกอล์ฟ (ปกติลูกกอล์ฟไม่ดูดวง) แล้วบอกลูกกอล์ฟว่า ชีวิตลูกกอล์ฟดีมาก แบบมากก แทบทุกมิติ แต่ให้ “ระวังเรื่องเพื่อน” เพราะพวกเขาจะนำปัญหามาให้แก้เสมอ ตอนฟังก็แอบคิดในใจว่า “จริงด้วย” ถ้าไม่มีเพื่อนพวกนี้ คงไม่ปวดหัวขนาดนี้ แต่ถ้าวันนี้ ลูกกอล์ฟเลือกจะไม่ฟังเสียงเพื่อน ชื่อเพจลูกกอล์ฟก็ไม่ควรเป็น LG and Friends

ความจริงข้อที่ห้า คนริเริ่ม เขียนจดหมาย ชื่อ สิงห์ และ บีม และเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง คนเหล่านี้โดนเพื่อนด่ามาตลอดหลายปี วันนี้พวกมันคงยิ้มแก้มแตก และนอนไม่หลับไปหลายวัน “สิ่งที่คนในสังคมที่ไม่เห็นด้วย กำลังทำกับพวกเรา ไม่ว่าจะด่า วิจารณ์ โต้แย้ง ถกเถียง “มันคือสิ่งที่เราเคยทำกับ สิงห์ และ บีม” มาแล้วทั้งสิ้น ไม่ใช่เรื่องใหม่

ภาพ กลุ่มนิเทศจุฬาฯ รุ่น 40 ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
ความจริงข้อที่หก จดหมายฉบับนี้ เขียนจากคนที่เป็นไข่แดง (สนิทมาก) ไข่ขาว (สนิทพอควร) และรับฟังความเห็นจากเปลือกไข่ (ไม่ค่อยสนิท) นอกจากนี้ พวกเราที่เป็น ไข่แดง ไข่ขาว และเปลือกไข่ เข้าใจดีว่า ท่านที่อยู่นอกเปลือกไข่ อาจจะไม่ได้เข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนของพวกเรา พวกท่านจะด่าพวกเรา จะวิจารณ์พวกเรา จะเขียนจดหมายออกมาโต้ จะทำอะไร ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน

วันนี้ลูกกอล์ฟได้พูดความจริงแล้ว รูปที่พวกท่านเห็นอยู่นี้ เป็นรูปที่มีความหมายทางใจกับกลุ่มเพื่อนนิเทศจุฬาฯ รุ่น 40 ที่มีชื่อในจดหมายมากที่สุด มันคือรูปตอนงานกีฬาฯ เฟรชชี่ (2547) ที่พวกเราได้รางวัลชนะเลิศ พวกท่านอาจจะไม่รู้ว่าคนใต้หน้ากากคือใคร แต่พวกเรามากมาย จำได้ไม่มีวันลืม

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับจดหมายต่อจากนี้ ไม่ต้องถามลูกกอล์ฟ ให้ติดต่อเมล
40soodza4ever@gmail.com เท่านั้น เมลนี้ใช้ได้จริงๆ มีคนในรุ่นมากมายพร้อมคุยกับคุณ ลูกกอล์ฟรับแรงปะทะแทนเพื่อนมามากพอแล้ว ขอบคุณค่ะ”

ภาพ “แขก คำผกา” ด่าเพื่อไทย ทุเรศ! ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
ขณะเดียวกัน THE TRUTH ยังโพสต์ประเด็น ใครกันแน่ทุเรศ? “แขก คำผกา” หัวร้อนพิลึก! ซัด “เพื่อไทย” โหวตผ่านงบกลางไปช่วยคนขาดอาหารแคลนช่วงโควิด ลั่น ทุเรศ!

เนื้อหาระบุว่า จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (2 ส.ค. 64) การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 นัดสุดท้าย โดยมี นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะรองประธานกมธ.งบฯ คนที่ 5 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาแปรญัตติงบ จำนวน 16,300 ล้านบาท ที่ กมธ.ตัดลดงบจากหน่วยงานต่างๆ จากจำนวนงบประมาณรายจ่ายปี 2565 ที่เสนอขอทั้งหมด 3.1 ล้านล้านบาท

โดยที่ประชุม กมธ.ลงมติเสียงข้างมากด้วยคะแนน 35-7 ให้แปรงบ 16,300 ล้านบาท ไปไว้ที่งบกลางทั้งหมด โดยเสียงคัดค้าน 7 เสียง ประกอบด้วย กมธ.จากพรรคก้าวไกล 6 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน ได้แก่

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส. กรุงเทพมหานคร
นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ

ขณะที่ กมธ.จากพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง กมธ.พรรคเพื่อไทย ลงมติเห็นชอบให้แปรงบ 16,300 ล้านบาท ไปไว้ที่งบกลาง...

ล่าสุด ลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำผกา ได้โพสต์ทวิตเตอร์ กรณีที่พรรคเพื่อไทยลงมติเห็นชอบ ให้แปรงบ 16,300 ล้านบาท ไปไว้ที่งบกลาง โดยระบุว่า

“ขอถามพรรคเพื่อไทยในกรรมาธิการงบประมาณ ว่า ทำไมโหวตผ่านงบกลางตีเช็คเปล่าให้ประยุทธ์? ก้าวไกล 6 เสียง ทวี สอดส่อง ประชาชาติ 1 เสียง โหวตค้าน ส่วนเพื่อไทยโหวตเห็นชอบซะงั้น เรื่องนี้ ทุเรศนะคะ พรรคต้องมีคำตอบ!”

ภาพ โพสต์ของ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH
ในขณะที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ทวิตเตอร์กรณีดังกล่าว ว่า

พรรคเพื่อไทย เติมงบกลาง จำนวน 16,000.-ลบ. ช่วยคนอดอยาก ขาดแคลนอาหาร และช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่ป่วยเป็นโควิด #ไม่สร้างภาพ #ไม่เล่นการเมือง #พรรคเพื่อไทย #หัวใจคือประชาชน #ไม่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น #โควิด19 #ชีวิตคนต้องมาก่อน #คนจริงไม่ขายตัว

ต่อมา นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า ในประเด็นเรื่อง #เพื่อไทย ยกมือโยกเติม #งบกลาง 16,000 ล้าน ให้ประยุทธ์ ขอให้ข้อมูลดังนี้ครับ

1. ตาม รธน. ไม่สามารถแปรญัตติงบไปลงหน่วยงานอื่นได้ ทำได้แค่ตัดงบ 2. การจะโยกไปไหน กมธ. มีหน้าที่แค่เห็นด้วย หรือไม่ กับข้อเสนอรัฐบาล 3. รัฐบาลเสนอโยกไปเติมงบกลางเพื่อรับมือ #โควิด19 โดยเฉพาะ

แน่นอน, ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ กรณีจดหมายเปิดผนึกถึง “ลูกนายกฯ” นั้น มีคนคิดริเริ่มไม่กี่คน และโน้มน้าวเพื่อนร่วมรุ่นมาเป็นปี ถูกเพื่อนด่ามาเป็นปี ก่อนที่กระแสไล่ “ประยุทธ์” จะช่วยให้สำเร็จ แต่กระนั้นก็ใช่ว่า ทุกคนจะเห็นด้วย อย่างน้อย “ลูกกอล์ฟ” ก็ช่วยยืนยัน ว่ามีคนไม่เห็นด้วย แต่แพ้โหวตเท่านั้นเอง

และไม่ต้องเดา ก็พอจะรู้ว่า คนที่ริเริ่มต้องมีแนวความคิดไม่ต่างจากม็อบไล่ “ประยุทธ์” หรือไม่ก็เป็นเครือข่าย 3 นิ้ว จุฬาฯ นั่นเอง และไม่แปลกใจ หากพวกเขาจะใช้วิธีนี้เป็นอีกทาง เพื่อสร้างความกดดันให้กับ พล.อ.ประยุทธ์

แต่ถามว่า เหมาะสมหรือไม่ นี่ต่างหากที่ทำให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ ไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะแยกแยะ อะไรควรไม่ควร อะไรผิด-ถูก, อะไรคือ กาลเทศะ และการบ้านกับการเมือง ถ้าเอาทุกอย่างมาปนกันหมด ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้จะหาความสงบสุขได้อย่างไร ไม่รบราฆ่าฟันกันตายหมดหรือ?

ลองคิดดู เพื่อนที่รักกันมาหลายปี เขาผิดอะไร เกี่ยวอะไรกับการทำงานของพ่อ หรือการเมือง ทำไมต้องเอาเขามารับแรงกดดันที่ต้องไปบอกพ่อให้ “ลาออก” แล้วจะให้พ่อเชื่อลูก โดยเอาสายสัมพันธ์มาเป็นแรงกดดันบีบคั้น

อย่างนี้เป็นใครก็เลือกพ่อมากกว่าเพื่อน? เท่ากับเพื่อนกำลังทำลายมิตรภาพความเป็นเพื่อนกับลูกนายกฯ เพียงเพราะเกมการเมือง ที่อาจถูกใครบางคนบงการหรือไม่ คุ้มหรือไม่คุ้ม คนระดับปัญญาชนจุฬาฯน่าจะคิดได้?

เพราะอย่าลืม คนที่ริเริ่มเคลื่อนไหวเรื่องนี้ก็ไม่เชื่ออยู่แล้วว่า “ประยุทธ์” จะลาออก เพราะลูกขอ แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือ การสร้างประเด็นข่าว สร้างกระแสผสมโรงกระแสที่ร้อนแรงอยู่แล้ว ในทำนอง แม้แต่เพื่อนลูกสาวนายกฯ ก็ยังเหลืออดเหลือทน เขียนจดหมายเปิดผนึกไล่นายกฯ แค่นั้นที่พวกเขาต้องการแลกกับความเป็นเพื่อน มันโหดร้ายต่อจิตใจเพื่อนแค่ไหน??? คิดหรือไม่???

ส่วนประเด็น “แขก คำผกา” ก็ตามสไตล์ หัวร้อนก่อนฟังเหตุผล ด่าไว้ก่อนสอนก็ไม่รู้ เพียงแค่โกรธที่มีการโอนงบให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะต่อต้าน “ประยุทธ์” อคติทุกอย่างที่ช่วย “ประยุทธ์” แม้มีส่วนช่วยประชาชน แต่ไม่ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับงบประมาณให้ดีเสียก่อน สุดท้ายคำชี้แจงจากพวกเดียวกัน ทำเอาแทบมุดแผ่นดินหนี

อีกอย่าง ทำไมไม่ฉุกคิด หรือ สอบถามก่อนว่า มันแปลกหรือไม่ ที่พรรคเพื่อไทยทำอย่างนั้น เพราะมันเข้าทางนายกฯ มันมีกฎหมายให้ กมธ.ทำได้แค่ไหน ก่อนที่จะทวิตเตอร์อะไรออกมา อย่างนี้แฟนคลับ ก็คงไปไม่เป็นเหมือนกัน

ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า “อคติ” กำลังเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ทุกวงการ โดยเฉพาะการเมือง จนลืมสิ้นที่จะคิดไตร่ตรองหาเหตุผลอันสมควร ตรวจสอบความถูกต้องของเรื่องราว ข้อมูล ข้อกฎหมาย ความเป็นเหตุเป็นผล อะไรถูกอะไรควร

คนไทยมาถึงจุดนี้กันแล้วจริงๆ หรือ???


กำลังโหลดความคิดเห็น