xs
xsm
sm
md
lg

“แรมโบ้” จวก “จิรายุ” บิดเบือนใส่ร้ายรัฐบาลเพื่อเอาใจนายใหญ่ แฉนิสัยเดิมๆ คนพรรคนี้ไม่เคยเปลี่ยน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แรมโบ้” ซัด “จิรายุ” อย่าเล่นการเมืองแบบบิดเบี้ยว ใส่ความนายกฯ-รัฐบาล ผลักภาระให้ประชาชนช่วงโควิด ทั้งที่ได้ทำทุกอย่างแล้ว แฉซ้ำพรรคเพื่อไทยไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่สมัยเป็นไทยรักไทย แต่ละคนต้องแข่งกันทำคะแนนเพื่อเอาใจนายใหญ่ ใครด่าเก่งปั้นน้ำเป็นตัวเก่ง ยิ่งได้ดิบได้ดี

วันนี้ (22 ก.ค.) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อ้างว่า รัฐบาลผลักภาระให้ประชาชนช่วงโควิด-19 พร้อมจี้นายกฯ สั่งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแบ่งเบาภาระประชาชน โดยนายเสกสกล ยืนยันถึงความจำเป็นที่จะต้องประกาศการล็อกดาวน์อย่างน้อย 14 วัน โดยคณะแพทย์ที่ปรึกษาได้ประเมินแล้วว่าสถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้นและสถานการณ์อาจจะร้ายแรงขึ้นจนยากต่อการควบคุม ทั้งนี้จากการประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ให้ประชาชนได้เตรียมตัวแล้ว 1-2 วัน และจากการล็อกดาวน์นั้นนายกฯ ยังได้พยายามหามาตรการเยียวยาต่างๆ ทั้งการชดเชยการหยุดงาน การจ่ายเงินพิเศษเพิ่ม ซึ่งการประชุม ครม.ที่ผ่านมา ชอบมาตรการเยียวยาให้กับนายจ้าง ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ลูกจ้างแรงงาน มาตรา 33 ที่ตกงาน ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40 แล้ว

ขณะเดียวกัน มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาของประชาชนและธุรกิจทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 2 เดือน รวมถึงมาตรการลดภาระค่าน้ำประปา ลงร้อยละ 10 เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ระยะเวลา 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย. 64)

ส่วนการมาตรการช่วยค่าเทอมลดภาระผู้ปกครอง นายกฯ ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยจะขอความร่วมมือให้ลดหรือชะลอการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้ปกครองในโรงเรียนเอกชน และจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่สถานศึกษาเพื่อรองรับการเรียนแบบออนไลน์ นอกจากนี้จะช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างงาน โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เห็นชอบในสัปดาห์หน้า

“ผมยืนยันว่า นายกฯ ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน และไม่เคยคิดผลักภาระให้กับประชาชน ก่อนที่นายจิรายุจะมากล่าวหานายกฯ ว่าใจดำอำมหิต ให้ย้อนดูตัวเองและพรรคเพื่อไทยด้วยว่ามีความอำมหิตหรือไม่ เพราะขณะนี้ประเทศเกิดวิกฤตอย่างมาก นายกฯ ทีมแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างหนัก แต่ นายจิรายุ และพรรคเพื่อไทย กลับออกมาพูดทำลายขวัญและกำลังใจ และยังทำให้เกิดความสับสนกับประชาชน เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองตนเองเท่านั้น”

“คนที่ดีแต่ปาก เห็นความทุกข์ของประชาชนเป็นเรื่องสนุกทางการเมือง วันๆ สมองคิดแต่แต่งเรื่องสร้างเรื่องบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสี ด่าทอคนอื่นตลอดเวลา ยังเป็นพฤติกรรมเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่สมัยผมเคยเป็น ส.ส.อยู่ในพรรคไทยรักไทย ในปี 2544 จนเป็นพรรคเพื่อไทย ในปัจจุบันปี 2564 ผ่านมาแล้ว 20 ปี พรรคเพื่อไทยก็ยังไม่เคยปรับวิธีคิดการเมืองแบบสร้างสรรค์ เลยสักนิด ยังเล่นการเมืองแบบถอยหลังลงคลอง ไม่มีการปฎิรูปภายในพรรคให้ดีขึ้น มีแต่ทะเลาะกันเละตุ้มเป๊ะ แกนนำแตกแยกลาออกไปมากมาย เป็นเพราะมัวแต่ไปเสียเวลายึดโยงกับนายใหญ่คนแดนไกลสั่งการ ไม่เป็นตัวของตัวเอง
ทุกคนในพรรคต้องทำตามใบสั่งนายใหญ่สั่งการมา ขัดใจนายใหญ่ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นอนาคตจะไม่รุ่ง จะเสียอนาคต

“ทุกคนต้องแข่งขันทำคะแนนเพื่อที่จะได้ใจจากนายใหญ่ จะได้มีอนาคตที่ดี ใครด่าเก่ง ใครปั้นน้ำเป็นตัวเก่ง หาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีบิดเบือนเก่ง หรือปั่นกระแสยุยงให้คนออกมาล้มรัฐบาลนี้ได้ยิ่งดี หรือถ้าล้มรัฐบาลนี้ได้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลมีอำนาจอีกรอบ จะมีรางวัลสมนาคุณได้บำเหน็จความดีความชอบ คนที่เชื่อฟังนายใหญ่ทำงานเข้าตาเอาใจเก่งประจบสอพลอเก่ง คนนั้น จะได้รับรางวัลก้อนใหญ่อาจเป็นถึงเสนาบดี รัฐมนตรี ตามที่ปรารถนา ผมอยากถามว่า ภายในพรรคเพื่อไทยยังเป็นเช่นนี้อยู่เหมือนตอนที่ผมเป็น ส.ส.พรรคไทยรักไทยหรือไม่

“หมากเกมนี้มีรางวัลใหญ่เดิมพัน บรรดาลิ่วล้อสมุนนายใหญ่ทั้งหลายจึงดาหน้าออกมาถล่มรัฐบาลและนายกฯ กันเป็นลูกระนาด รางวัลใหญ่รออยู่ข้างหน้าหวังเข้าตานายใหญ่ เกมแข่งขันล่ารางวัลจึงเกิดขึ้น สมุนนายใหญ่หลายๆ คน จึงช่วยกันรุมถล่มนายกฯ และรัฐบาลให้เละตุ้มเปะไปเลย บีบทุกทางจนนายกฯทนไม่ไหวจะได้ยุบสภาหรือลาออก หวังแต่อยากกลับมามีอำนาจเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง โดยไม่สนใจใยดีว่า สิ่งที่กระทำหรือสิ่งที่พูดทำลายโจมตีคนอื่นนั้น จะเกิดผลกระทบและความเสียหายต่อประเทศชาติ ประชาชนหรือไม่ ประชาชนจะเดือดร้อนแสนสาหัสอย่างไร ช่างมันฉันไม่แคร์ ประชาชนจะเป็นจะตายอย่างไรข้าฯ ไม่สนอย่างนั้นใช่ไหม ขอเพียงได้ช่วยให้นายใหญ่ล้างแค้นเอาคืน ที่ต้องระเหเร่ร่อนไปอยู่แดนไกลอย่างนั้นใช่ไหม ถ้า ส.ส.พรรคเพื่อไทยยังคิดและยังทำตัวเป็นพนักงานหรือลูกจ้างบริษัทฟังแต่บัญชานายใหญ่เช่นนี้ โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน ผมก็ขอทำนายไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า ความวิบัติเสื่อมสลายของพรรคเพื่อไทย ใกล้เข้ามาทุกขณะ ถึงวันนั้นต่อให้ร้อยนายใหญ่ก็ไม่มีทางช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยได้ จะสิ้นสภาพความเป็นสถาบันพรรคการเมืองที่ดีในสายตาประชาชน ในที่สุดพลังของประชาชนจะเป็นผู้พิพากษาตัดสินพรรคเพื่อไทย ให้ถึงจุดจบพังพินาศลงไปอย่างสาสมกับที่เล่นการเมืองบนความเดือดร้อน บนความทุกข์ของประชาชนเหมือนกับที่พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน โดนถูกยุบพรรคมาแล้ว พรรคเพื่อไทยต้องการมีจุดจบเหมือนอดีตเช่นนั้นใช่ไหม ถ้าพรรคเพื่อไทยมีความคิดเป็นเช่นนั้นจริง ก็ขอให้หยุดพฤติกรรมนั้นเสีย ตนเตือนมาด้วยความหวังดี” นายเสกสกล กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...