xs
xsm
sm
md
lg

ม็อบการเมือง-หิวแสง ไปไม่ถึงไหน !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา
เห็นกันไปแล้วสำหรับความ “พยายามป่วน” ของสารพัดม็อบที่รวมกลุ่มกันเข้ามา ไม่ต่างจากการ “รับจ๊อบ” ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด เพราะเมื่อเห็นหน้าเห็นตาบรรดาแกนนำแต่ละคนที่ผสมปนเปลงมาเดินบนถนน และมีการรูปแบบม็อบแบบใหม่ คิดค้นวิธีจัดเป็น “ขบวนรถ” ขับขี่ไปยังจุดสำคัญเพื่อแสดงสัญลักษณ์ มีการเปิดไฟหน้า บีบแตร แสดงความหมายว่าต้องการ “ขับไล่บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พ้นจากนายกรัฐมนตรี

กลุ่มที่รวมตัวกันวันเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนฯ” ที่มี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เป็นแกนนำ กลุ่มประชาชนคนไทย ที่นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ กลุ่มราษฎร ที่ชูสัญลักษณ์ “สามนิ้ว” รวมไปถึงกลุ่มที่มี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ได้ยินชื่อเรียกว่า “บก.ลายจุด” อะไรนั่น หลากหลายกลุ่มดังกล่าวรวมตัวกันแบบ “รวมการเฉพาะกิจ”กันโดยเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวเป็นแบบใช้ขบวนรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เปิดไฟหน้าบีบแตรรถดังกล่าว เป้าหมายของพวกเขาก็เหมือนเดิมคือ “ไล่ประยุทธ์” ให้ออกไป

อย่างไรก็ดี ภาพที่ออกมามันเป็น “ภาพการเมืองชัดๆ” เพราะไม่ว่าจะเป็นลักษณะมวลชน รวมไปถึงแกนนำ หรือแม้กระทั่งคนที่ไป “แอบ” อยู่ข้างหลังม็อบก็ล้วนแล้วแต่ “ขาประจำ” การเมืองที่ไม่ต่างจากพวก “ฝ่ายแค้น” ที่ค้าน หรือ “ด่าหยาบคายทุกเรื่อง”

ซึ่งไม่ต้องแปลกใจที่ในม็อบที่เรียกว่า “สมบัติทัวร์” อะไรนั่น นอกจากจะมี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่เคลื่อนไหวเป็นจุดเด่น หลังจากมีความพยายามสร้างสีสันเรียกความสนใจ เช่น มีพวกพริตตี้สาวประเภทสอง เดินอยู่กลางถนนชูป้ายข้อความขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และยังมีการเดินสายไปกดดันพรรคร่วมรัฐบาลหลัก เช่น ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และการทำกิจกรรมที่หน้าพรรคพลังประชารัฐ

แม้ว่าพิจารณาจากรายงานข่าวดูแล้ว “น่าสนุก” แต่คำถามก็คือมันมี “แก่นสาร” แค่ไหน สร้างอารมณ์ร่วมให้กับสังคมได้มากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญ การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีมวลชนเข้าร่วมมากแค่ไหน เนื่องจากมีรายงานว่ามีมวลชนแค่หลักสิบ หลักร้อยเท่านั้น ซึ่งอาจแย้งกลับมาว่าเป็นเพราะสภาพอากาศไม่อำนวย มีฝนตกโปรยปรายตลอดเวลา รวมไปถึงเป็นช่วงโรคระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้หลายคนไม่กล้าออกมาเกรงไม่ปลอดภัย

แต่ก็นั่นแหละหากพิจารณากันตามสภาพความเป็นจริงเท่าที่เห็นในการเคลื่อนไหวที่ว่ามันก็ไม่ต่างจาก “ม็อบทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” และมวลชนที่เข้าร่วมก็ล้วนแล้วแต่เป็นพวก “คนเสื้อแดงดั้งเดิม” และเมื่อพิจารณาจากทั้งแกนนำและมวลชนแล้วมันก็ไม่ต่างกับ “ม็อบลูกน้องแม้ว” ที่ช่วยไม่ได้ว่าจะต้องถูกมองว่าเป็นม็อบที่มีเป้าหมายทางการเมือง เพื่อให้สองพี่น้องคือ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ประโยชน์

เมื่อเป็นแบบนี้มันก็กลายเป็น “ภาพหลอน” ของคนจำนวนมาก ว่า มีเจตนา “ไล่ประยุทธ์เพื่อเอาทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” กลับมา อย่างนั้นหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าทำให้หลายคนต้อง “ตั้งสติ” ได้คิดว่าจะเอากันแบบนั้นหรือไม่

แน่นอนว่า นาทีนี้คนในสังคมจำนวนไม่น้อยกำลังต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากการจัดการกับปัญหาโรคระบาดที่พวกเขามองว่า “ไม่เด็ดขาด” หรือ ล้มเหลวทั้งในเรื่องของการจัดหาวัคซีนที่หลากหลายตามความต้องการอย่างรวดเร็วทันการณ์ การไม่เอาจริงเอาจังจัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกบรรดาข้าราชการ และนักการเมือง พ่อค้าที่ร่วมมือกันทุจริตฝ่าฝืนกฎหมายทั้งในเรื่องการค้าหัวแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย เรื่องบ่อน ซ่อง ที่ถูกมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เด็ดขาดจัดการกับคนพวกนี้ จนทำให้สถานการณ์บานปลาย และยังพาลมาถึงข้อกล่าวหาที่มีการชี้หน้าว่า เขาไม่จริงใจในการ “ปฏิรูป” ตามที่สัญญาเอาไว้

ทุกอย่างกำลังสรุปรวมมาที่ “บิ๊กตู่” หรือ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อยู่ในอำนาจมานานกว่า 7 ปี และกำลังเข้าสู่ปีที่ 8 ที่ “เสียเวลาเปล่า” อะไรประมาณนั้น เสียงวิจารณ์ เสียงตำหนิเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อหันกลับไปมองฝ่ายตรงข้ามผ่านม็อบที่กำลังเคลื่อนไหวนอกสภาฯที่มีสารพัดชื่อ สารพัดกลุ่ม บางกลุ่มเหิมเกริมถึงขนาดมีเจตนาชัดเจนว่าต้องการ “ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยเฉพาะภาพที่เห็นการเคลื่อนไหวของม็อบที่เรียกว่า “สมบัติทัวร์” อะไรนั่น ที่ได้เห็นภาพของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” และมวลชนคนหน้าเดิม ทำให้เกิด “ภาพหลอน” ทันทีว่า “จะเอากันอย่างนั้น” หรือไม่

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่ได้เห็นทั้งแกนนำและมวลชนที่เข้าร่วมเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม รวมไปถึงการเคลื่อนไหวที่คนพวกนี้จะมีขึ้นอีกหรือไม่ก็ตามที แต่ภาพที่เห็นมันไม่ต่างจากม็อบที่มีเจตนาการเมืองอย่างชัดเจน ขณะที่แกนนำก็ถูกมองว่าไม่ตางจากพวก “หิวแสง” เท่านั้น แต่ไร้พลังในตัวเอง ซึ่งย่อมมองเห็นอนาคตข้างหน้าแล้วมันไม่มีทางไปถึงไหนแน่นอน !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...