xs
xsm
sm
md
lg

ออร่าแหวกดรามาวัคซีน “ดร.ม่านฟ้า” กับบทบาท “นางฟ้าผู้สูงวัย” ที่มาถูกที่ถูกเวลา **“เนตร นาคสุข” จะดิ้นไปได้อีกสักกี่น้ำ เมื่อประธาน ก.อ.คนใหม่ ขีดเส้นต้องสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ออร่าแหวกดรามาวัคซีน “ดร.ม่านฟ้า” กับบทบาท “นางฟ้าผู้สูงวัย” ที่มาถูกที่ถูกเวลา

เรียกว่า เป็นภาพกิจกรรมที่ใครๆ ในโลกโซเชียลฯ ต่างจดจ้องและตั้งคำถามถึง “สตรี” ที่อยู่แวดล้อมกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ประกอบด้วย “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข และผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขว่า เป็นใคร ?

ต่อมาจึงทราบว่า สตรีชุดสีชมพู แผ่แสงออร่าสะดุดตานั่นก็คือ “ดร.ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา” ในฐานะอุปนายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ ร่วมกดปุ่มปล่อยขบวนรถเคลื่อนที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นอกสถานที่ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุ ภายใต้กิจกรรม “สูงวัยสู้ภัยโควิด-19” โดยมี “อนุทิน” เป็นประธาน โดยการฉีดวัคซีนจะเริ่มฉีดที่แรก ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยด๊อกเตอร์ซีเนียร์ส และจะกระจายไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร
แม้ว่า “ดร.ม่านฟ้า” จะห่างหายจากพื้นที่สื่อไปพักใหญ่ๆ แต่หากบอกกันแค่นี้ก็คงพอจำกันได้ว่า ดร.ม่านฟ้า เคยตกเป็นข่าวในหลายๆ สื่อ ในบทบาท “ไฮโซม่านฟ้า” ที่เคยขับรถหรูนำเพชรเจิดจ้าหลายกะรัตมาตั้งโต๊ะแถลงต่อกรณีถูกชาวเน็ตไปตั้งกระทู้จับผิดความเป็นไฮโซของเธอ พร้อมๆ กับเป็นอดีตคนรัก เจ้าของฉายา “เด็จพี่” อดีตนักการเมือง พระเอกละครจักรๆ วงศ์ๆ ชื่อดัง “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์”

ดร.ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา
แล้ว “ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา” เธอคือใคร ? มาจากไหน ?
ก็ต้องบอกว่า โปรไฟล์ไม่ธรรมดา!!
เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2532 จบการศึกษาจากสาขาวิชาธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ ม.เกษมบัณฑิต, วิชาการสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก
บทบาทการทำงานเธอได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านความงาม ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MARFELLA นอกจากนี้ ก็ยังเคยเป็นประธานสหกรณ์ ที่สหกรณ์รถบริการภูเก็ต คอลเซ็นเตอร์ จำกัด, กรรมการผู้จัดการ ที่บริษัท สไมค์ แลนด์ แฟคตอรี่ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท นภัสสร 555 จำกัด อีกด้วย
ว่ากันถึงความสวยความงาม “ม่านฟ้า” มีดีกรีทั้ง ดาวคณะศิลปศาสตร์, นางนพมาศ ปี 2554 เจ้าตัวได้เข้าร่วมประกวดเวที “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2011” ผ่านเข้ารอบ 44 คนสุดท้าย จากนั้นจึงไปคว้าตำแหน่ง รองอันดับ 1 ในการประกวดมิสไทยแลนด์ บีช อินเตอร์เนชั่นแนล 2011 มาครอง และในปีเดียวกัน เธอก็ได้สมัครเข้าร่วมประกวดสาวงามเวที“ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011” จนได้เข้ารอบ 30 คน

ดร.ม่านฟ้า กับ อนุทิน ชาญวีรกูล
จากเวทีนางงามก็มีโอกาสสัมผัสงานเดินแบบ แวะเข้าสู่วงการบันเทิงซึ่งเคยเป็นหนึ่งในอดีตนักแสดง “น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์” ทางช่อง 3 แล้วก็เข้าแวดวงดนตรี เคยคว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดร้องเพลง โครงการ Singing Camp Contest ปี 2548 ที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการเป็นผู้จัด ไปจนถึงเคยมีข่าวว่าได้เซ็นสัญญาเพื่อเข้าเป็นศิลปินนักร้องลูกทุ่งกับค่าย “ยู พี แอล” มาแล้ว
เรียกว่า “ม่านฟ้า” ในอดีตผ่านมาทุกวงการ วันนี้เป็น “ดร.ม่านฟ้า” กับบทบาทใหม่ที่ชาวเน็ตตั้งฉายา “นางฟ้าของผู้สูงอายุ” ก็นับเป็นว่า เป็นภาพลักษณ์ที่แตกต่างออกไปของเธอที่อาจจะไม่คุ้นตากันมากนัก
การแหวกดรามาวัคซีน ภายใต้กิจกรรม “สูงวัยสู้ภัยโควิด-19” นอกจาก “ดร.ม่านฟ้า” ทำถูกที่ถูกเวลา มีซีนออกสื่อมาให้ชาวเน็ตได้พูดถึง ก็อย่างที่เธอว่า...กลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะที่อยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีผู้สูงอายุทั้งที่ช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่ง ตลอดไปจนถึงกลุ่มติดเตียง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสสัมผัส ติดเชื้อง่าย และมีอาการรุนแรงอาจเสียชีวิตได้
ดังนั้น การจัดหน่วยเคลื่อนที่บริการฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสถานดูแล รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง จึงเป็นสิ่งที่ควรแก่การยกย่อง...งานนี้ก็ขอปรบมือให้รัวๆ




**“เนตร นาคสุข” จะดิ้นไปได้อีกสักกี่น้ำ เมื่อ “พชร ยุติธรรมดำรง” ประธาน ก.อ.คนใหม่ ขีดเส้นต้องสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้


สิงห์ชัย ทนินซ้อน - พชร ยุติธรรมดำรง
ถึงวันนี้ “องค์กรอัยการ” ได้มีความเปลี่ยนแปลงในระดับบน โดย “พชร ยุติธรรมดำรง” ได้รับเลือกตั้งจากอัยการทั่วประเทศกว่า 3,000 คน ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) แทน “อรรถพล ใหญ่สว่าง” อดีตประธาน ก.อ.ที่หมดวาระลง
และในการประชุม ก.อ.เมื่อวานนี้ (9 มิ.ย) ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ “สิงห์ชัย ทนินซ้อน” รองอัยการสูงสุด ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด คนใหม่แทน “วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์” ที่หมดวาระ เนื่องจากมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์
สำหรับภารกิจเร่งด่วนหลังจากมีการ “ผลัดผู้นำ” ใหม่ ทั้งประธาน ก.อ. และอัยการสูงสุด คงไม่มีเรื่องใดเกินไปกว่าการกู้ภาพลักษณ์ขององค์กรที่ “เน่าเฟะ” ในสายตาประชาชน เพราะก่อนหน้านี้สังคมเห็นว่าเป็นองค์กรที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่สามารถเป็นที่พึ่งหวังในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน
โดยเฉพาะกรณี “เนตร นาคสุข” รองอัยการสูงสุดในขณะนั้น สั่งไม่ฟ้อง “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ที่ขับรถสปอร์ตหรู ชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต อย่างค้านความรู้สึกของประชาชน เนื่องจากมีความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างหลายประการ ทั้งการส่งกลับไปแก้สำนวนการสอบสวนใหม่ พยานอวตาร เรื่องสารเสพติดในร่างกาย “บอส” ผลการคำนวณความเร็วรถให้ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด...
เรื่องนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักว่า ถ้าเป็นคดีของเศรษฐีมีเงิน ก็สามารถ “เป่าคดี” ไม่ให้ไปถึงมือศาลได้ จน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ต้องตั้งคณะกรรมการ ชุด “วิชา มหาคุณ” ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง และนำไปสู่การรื้อคดีใหม่ มีการกลับมาสั่งฟ้องคดี “บอส” อีกครั้งและตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกับการปฏิบัติหน้าที่ของ “เนตร นาคสุข”
เวลาผ่านไป...ผลการสอบ “เนตร นาคสุข” ก็ยังไม่มีบทสรุป หนำซ้ำยังมีการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการสอบไปแล้วถึง 2 ชุด ซึ่งชุดปัจจุบันนี้เป็นชุดที่ 3 แล้ว

เนตร นาคสุข - วรยุทธ อยู่วิทยา
ในการประชุม ก.อ.เมื่อวานนี้ “พชร ยุติธรรมดำรง” ในฐานะประธาน ก.อ.ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง “เนตร นาคสุข” เร่งสุปผล ขีดเส้นต้องได้ข้อยุติภายในเดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้ หาก “เนตร” ไม่ให้ความร่วมมือในการมาให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการ ก็ให้ถือว่าขาดราชการ เพราะขณะนี้ยังถือว่าเป็นข้าราชการอยู่ และถ้าขาดราชการเกิน 15 วัน ก็ต้องมีการพิจารณาโทษอีกต่างหาก
รวมทั้งให้ไปสืบหาตัว “อัยการ ช.ช้าง” ที่ตามผลสอบชุด “วิชา มหาคุณ” ระบุว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถขณะที่ชน หากพบก็ต้องแยกออกมาดำเนินคดีด้วย
ยังมีกรณีของ “ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม” อธิบดีอัยการคดีอาญาธนบุรี ที่ศาลมีคำพิพากษาความผิดในคดีเมาสุราขับรถชน ก็ต้องนำมาพิจารณาโดยละเอียดว่าความผิดในลักษณะนี้ เป็นเรื่องที่ผิดวินัยด้วยหรือไม่
สำหรับกรณี “เนตร นาคสุข” กับ “คดีบอส” นั้น ประธาน ก.อ.คนใหม่เห็นว่าไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไรเลย ทั้งในข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย อีกทั้งเรื่องความเร็วขณะชน ก็มีการยอมรับว่าคำนวณไม่ถูกต้อง และเป็นการชนขณะที่รถความเร็วสูง จนสุดท้ายมีการตั้งกรรมการขึ้นมาใหม่ แล้วมีความเห็นสั่งฟ้อง ... แม้การใช้ดุลพินิจของอัยการ จะมีความเป็นอิสระ มีกฎหมายคุ้มครองในการสั่งคดี แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐาน ของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ถูกต้อง ถ้าเอาข้อเท็จจริงที่บิดเบือน นำฐานะหน้าที่ความเป็นอัยการไปร่วมสมคบคิดกับเขาด้วย อย่างน้อยก็เป็นความผิดเรื่องการไม่ดำรงตนในเกียรติศักดิ์ของความเป็นข้าราชการอัยการ !!

องค์กรอัยการในยุคผลัดเปลี่ยนผู้นำใหม่ ที่มีความตั้งใจจะเรียกศรัทธา ความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อเป็นหนึ่งในเสาหลักของกระบวนการยุติธรรมกลับคืนมาให้ได้ดังนี้แล้ว ... “เนตร นาคสุข” จะดิ้น ยื้อเวลาไปได้อีกสักกี่น้ำ...ต้องติดตาม !!




กำลังโหลดความคิดเห็น...