xs
xsm
sm
md
lg

“สุวินัย” ชู พุทธะอิสระ คนจริง! เยี่ยงนักรบโพธิสัตว์ “แก้วสรร” เผย อุทธรณ์พิทักษ์ รธน. “คำ ผกา” ได้ที เหน็บลุงตู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ แกนนำ กปปส. ขณะเดินทางไปรับฟังคำตัดสินของศาล จากแฟ้ม
“สุวินัย” ยก หลวงปู่พุทธะอิสระ แบบอย่าง พระนักรบโพธิสัตว์ตัวจริง อดีตบิ๊กข่าวกรอง “ซูฮก” แกนนำ กปปส. ไม่หนีหางจุกตูด ทิ้งลูกน้องติดคุก “แก้วสรร” เผย พร้อมอุทธรณ์ พิทักษ์รัฐธรรมนูญ “คำ ผกา” ได้ที เหน็บ “ลุงตู่” ตามเกม

ภาพ รศ.สุวินัย ภรณวลัย จากแฟ้ม
น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (25 ก.พ. 64) เฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai ของ รศ.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“คนจริง ย่อมไม่มีวันเสียใจในสิ่งที่ตัดสินใจเลือกทำในวันนั้น

สำหรับหลวงปู่พุทธะอิสระ ผู้เป็นคุรุของผม การที่ท่านเสียสละตัวเองเช่นนี้ จนต้องถูกจองจำ เพราะได้ทำ “กิจของโพธิสัตว์” เพื่อบ้านเมืองในช่วง กปปส. ...ผมถือว่าหลวงปู่ท่านได้โอกาสไปพักผ่อนชั่วคราวต่างหาก

ภาพ อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ ขณะนำมวลชนชุมนุมเคลื่อนไหว จากแฟ้ม
วันนี้ ผมซาบซึ้งใจในความอุทิศตัวเองของหลวงปู่ มากกว่ารู้สึกสะเทือนใจนะ หลวงปู่พุทธะอิสระ คือ #แบบอย่างของพระนักรบโพธิสัตว์แห่งวิถีชัมบาลาตัวจริง ของจริงโดยแท้

ผมคนหนึ่งละ ที่จะไม่ยอมให้ความเสียสละของแกนนำ กปปส.ทุกท่าน สูญเปล่าอย่างแน่นอน ... คอยดูไปเถิด

คนจริง ต้องมีจิตปณิธานทั่วสี่ทิศ และไม่มีวันเสียใจกับสิ่งที่ได้ตัดสินใจเลือกกระทำไปแล้วในวันนั้นเป็นอันขาด”

ภาพ นายนันทิวัฒน์ สามารถ จากแฟ้ม
ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ของ นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“หัวใจสิงห์ มั่นใจว่า แกนนำ กปปส. ทุกคน รู้ตัวดีว่า การตัดสินใจทิ้งทุกสิ่ง ออกเดินนำหน้ามวลชนต่อสู้กับอำนาจเถื่อน สุดท้ายจะพบกับอะไร

แกนนำทุกคนมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ให้มันจบที่ศาล เชิดหน้าเดินเข้าคุก ไม่ฟูมฟาย ไม่ก้มหน้า ไม่วิ่งหนี หางจุกตูดเหมือนxxx หลบสบายอยู่เมืองนอก ปล่อยมวลชนและลูกน้องติดคุก

นับถือน้ำใจบรรดาแกนนำ ที่ยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่ออนาคต ไม่มีเขาวันนั้น ไม่มีลุงตู่ในวันนี้

ขอให้มวลชนคนไทยผนึกกำลังกันไว้ มั่นคงในอุดมการณ์ ต่อต้านการทุจริต เราจะไม่ลืมเขาเหล่านั้น แม้วันนี้จะล้มลง ยังคงลุกขึ้นได้ใหม่

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นายแก้วสรร อติโพธิ เสนอ บทความเรื่อง รายงานจากศาลอาญา คดี กปปส. ผ่าน www.thaipost.net

เนื้อหาระบุว่า ถาม อาจารย์หลุดเข้าไปเป็นจำเลยใน คดี กปปส.ได้อย่างไร ทำแค่ขึ้นเวทีเท่านั้น

ตอบ ทฤษฎีของดีเอสไอและอัยการภายใต้บัญชาการทางการเมืองขณะนั้น ใช้ทฤษฎีเหมาเข่ง ใครมีการกระทำเป็น พันธมิตร, กปปส. ต้องหาทางจับขึ้นศาลให้หมดขนาดนักดนตรีขึ้นเวทีพันธมิตรที่สุวรรณภูมิ ยังโดนฟ้องสนับสนุนก่อการร้ายเลย ผมเองโดนสนับสนุนแกนนำ กปปส.กระทำผิด เพราะปราศรัยทำให้ลุงกำนันสุเทพมีกำลังใจ

ถาม ศาลท่านตัดสินอย่างไรในปัญหานี้
ตอบ เมื่อศาลไม่ยอมเหมาเข่งตามที่ฟ้อง ผมก็ต้องรับผิดในส่วนการขึ้นเวทีของผมเท่านั้นก็เลยหลุดคดีไป ส่วนแกนนำเองก็รับผิดต่างกรรมกันไปเฉพาะส่วนที่ตนทำ คุณถึงเห็นโทษไม่เท่ากันซักคนต่างกันไป ก็ถูกต้องแล้วครับที่ศาลท่านปฏิเสธทฤษฎีเหมาเข่งแบบนี้ พนักงานสอบสวนกับอัยการช่วยจำไว้ด้วย คดีม็อบสามนิ้ว ต้องอย่าทำอย่างนี้อีก

ถาม อาจารย์รู้สึกไหมครับว่า ทำเพื่อชาติไล่ความชั่วออกจากบ้านเมืองแล้ว ทำไมถึงติดคุกกันอย่างนี้

ตอบ ผมสงสารเพื่อนจำเลยที่เป็นแกนนำมากๆ ส่วนตัวผมเองไม่ดีใจอะไรที่ศาลยกฟ้อง เพราะรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีอะไรให้ลงโทษผมได้ ผมทำแค่ปราศรัยด้วยเหตุด้วยผลเท่านั้น ในส่วนความคิดทางกฎหมายนั้น ผมยังเชื่อว่า คดีพลิกในชั้นอุทธรณ์ได้ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นด้วยกับ “สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญของ กปปส.” ในรัฐธรรมนูญ 2550 ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 69 ว่า

มาตรา 69 บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้

ถาม เห็นในคำพิพากษาก็รับไว้แล้วมิใช่หรือว่า เรากำลังใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบ และสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

ตอบ ท่านขึ้นต้นไว้ก่อนเลยสั้นๆ ว่า เรามีสิทธิ แต่หลังจากนั้นท่านยืนยันทุกครั้งที่วินิจฉัยความผิดแต่ละกระทงว่า “จะนำสิทธิพื้นฐานมายกเว้นการกระทำผิดกฎหมายไม่ได้” ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้ความผิดตามกฎหมายต่างๆ มันแห่เข้ามาเอาผิดแกนนำได้ ทั้ง ก่อความวุ่นวาย ขัดขวางเลือกตั้ง บุกรุกสถานที่ราชการ ยุยงเจ้าหน้าที่รัฐหยุดงาน มีที่หลุดไป 2 ข้อหาคือ กบฏ กับ ก่อการร้าย นั่นก็หลุดไปเพราะท่านเห็นว่า ไม่เข้าองค์ประกอบ มิใช่เพราะมีอำนาจกระทำตามสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

ถาม แล้วอย่างนี้จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญากันอย่างไร

ตอบ ก็ต้องอุทธรณ์ทั้งสองปัญหาครับ ว่า

1. อุทธรณ์ว่า การกระทำของเราไม่เข้าองค์ประกอบความผิด เช่นว่า เข้ากระทรวงคลังไปชักชวนเจ้าหน้าที่ให้หยุดงานเท่านั้น มิใช่การบุกรุกแย่งการครอบครอง ฯลฯ นี่ก็ต่อสู้กันไปตามเนื้อพยานหลักฐาน

2. อุทธรณ์ว่า เราไม่ผิด เพราะเรามีอำนาจกระทำได้ ตาม มาตรา 69 เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้เอาสิทธิพื้นฐานมายกเว้นความผิดอย่างที่ศาลต้นเข้าใจ แต่เรายืนยันเลยว่า เรามีอำนาจป้องกันรัฐธรรมนูญ เหมือนใช้สิทธิป้องกันตัวเอาปืนยิงนักเลงที่จะแทงลูกเราเลยทีเดียว ข้อต่อสู้นี้คดีอื่นไม่มีเหมือนอย่างเรา

ถาม คดีอื่น นี่คดีไหนครับ
ตอบ คดี นปช. ขับไล่รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ก็ไม่มีสิทธินี้ เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นภัยอะไรต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีพันธมิตรขณะลุกฮือขึ้นขับไล่ระบอบทักษิณนั้น ภัยจากระบอบทักษิณก็ยังไม่ชัดและประชิดรัฐธรรมนูญเหมือนคดี กปปส. ยิ่งคดีม็อบสามนิ้วด้วยแล้ว สถาบันกษัตริย์ยิ่งไม่เป็นภัยอะไรเลย

ถาม ยุค กปปส. ระบอบทักษิณ เป็นภัยสุกงอมแล้วหรือ
ตอบ ถูกยุบพรรคมาแล้ว 2 หน, คดีทุจริตศาลลงโทษแล้วหลายคดี, โยกย้ายญาติมิตรลูกน้องเข้ายึดตำแหน่งสำคัญจนศาลตัดสินเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง, พยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อครองอำนาจเบ็ดเสร็จ 2 ครั้ง, หนีคดีไปต่างประเทศ แต่ส่งน้องสาวมาเป็นหุ่นเชิดยึดครองการเมืองไทยโดยมิชอบ, เป็นเผด็จการรัฐสภาใช้เสียงข้างมากนิรโทษคดีคอร์รัปชันให้ตนเอง ฯลฯ

เหล่านี้มันชัดในสายตา กปปส.แล้ว ว่า ระบอบทักษิณ เป็นเหมือนงูเห่าที่หลุดเข้ามาในห้องนอน ต้องตีต้องไล่ออกไปให้ได้ เมื่อศาลมาลงโทษเรา เราจึงไม่เห็นด้วยว่า เราจะผิดฐานทรมานสัตว์ไปได้อย่างไร

ถาม ข้อต่อสู้ว่า กปปส.กำลังไล่งูเห่านี่ใช่ไหม ที่จะเป็นข้ออุทธรณ์สำคัญ

ตอบ ครับ ถ้าศาลสูงรับว่า เรามีสิทธินี้อยู่จริง เราก็มีสิทธิต่อต้านโดยสงบ ซึ่งอาวุธสำคัญของการต่อต้านโดยสงบ ก็คือ การหยุดงาน ดังนั้น การที่เราเข้าไปชวนข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่หยุดงาน จึงไม่ผิด ทั้งบุกรุกและยุยงปลุกปั่น การขัดขวางเลือกตั้งโดยสงบก็ไม่ผิด จะเหลือที่น่าสงสัยว่า เกินขอบเขตสันติวิธี อยู่ไม่กี่กระทงเท่านั้น ซึ่งก็ลงโทษต่ำกว่ากฎหมายได้ เหมือนกับป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ที่ยังผิดแต่ลดโทษได้

ถาม จะอุทธรณ์กันเมื่อใด
ตอบ ก็ต้องโดยเร็วที่สุด รอลุงกำนันได้ประกันตัวก่อน

ถาม ทำไมลุงกำนันกับพวก 8 คน ไม่ได้ประกัน เหมือนอีก 6 คนที่ได้ประกัน

ตอบ ข้อนี้ผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับ ถ้าเป็นคดีใหญ่โทษหนัก เช่น ราชายาเสพติด แล้วศาลต้นขอให้สั่งประกันโดยศาลสูง ดังนี้ ผมเคยเห็นและพอเข้าใจเหตุผลได้ แต่ศาลอาญาเป็นศาลต้นศาลหลักของประเทศ ลุงกำนันก็โทษ 5 ปี เท่านั้น ทำไมศาลอาญาไม่สั่งเสียเอง ผมก็ไม่ทราบเหตุผลของท่าน

ถาม แล้วเมื่อใดศาลอุทธรณ์จะสั่งคำขอประกัน ต้องรอเรายื่นอุทธรณ์คดีก่อนหรือ
ตอบ ไม่ต้องรอครับ วันสองวันนี้ก็สั่งได้แล้ว

ถาม มีคนคิดกันว่า ศาลเหี้ยมกับ กปปส. เพื่อขู่คดี 3 นิ้ว นะครับ
ตอบ อย่าไปคิดอย่างนั้น คิดไปได้ก็จริง แต่มันไม่มีความน่าจะเป็นให้เห็นเลยครับ

ภาพ “คำ ผกา” ลักขณา ปันวิชัย จากแฟ้ม
ด้าน “คำ ผกา” ลักขณา ปันวิชัย ทวีตข้อความ ผ่านทวิตเตอร์เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ระบุว่า

“เมื่อไหร่ประยุทธ์จะติดคุกข้อหาก่อการรัฐประหาร ล้มล้างรัฐธรรมนูญ

ถ้า แกนนำ กปปส. ติดคุก ทำไม ประยุทธ์และพวกจึงลอยนวล! คิดสิ สลิ่ม คิด!!!”https://twitter.com/kamphaka/status/1364607006254923777?s=19

รวมทั้ง นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมแชร์โพสต์เก่าเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับ กปปส.ระบุว่า กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ

นอกจากนี้ ยังได้โพสต์อีกว่า...กปปส.ตัวเดียวเท่านั้นที่ทำประเทศชาติวุ่นวายถึงตอนนี้!!!!!(จากสยามรัฐ)

แน่นอน, สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ ก็คือ การทำความผิดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการชุมนุมทางการเมือง (ม็อบ) นั้น แต่ละม็อบ ไม่เหมือนกัน

ไม่เหมือนกัน ทั้งสถานการณ์ขณะนั้น ข้อเรียกร้องในการชุมนุม รวมทั้งการเคลื่อนไหวในระหว่างต่อสู้เรียกร้อง

ในเมื่อความผิดไม่เหมือนกัน โทษก็ไม่เหมือนกันตามไปด้วย และอยู่ที่การทำสำนวน และการฟ้องศาล ซึ่งสุดท้าย คนที่ตัดสินก็คือ ศาลยุติธรรมนั่นเอง

ที่ต้องย้ำเรื่องนี้ ก็เพราะมีการสร้างความสับสน จับแพะชนแกะ โยงผลของการทำผิด คำพิพากษาของศาล ที่ต่างกัน ไปสู่ประเด็นต่อสู้ทางการเมือง ซึ่งความจริง ทุกอย่างอยู่ที่ตัวบทกฎหมาย และดุลพินิจของศาล ซึ่งเรื่องนี้ อ.แก้วสรร ได้อธิบายบ้างแล้ว

ยิ่งถ้ามีความพยายาม นำเอาการทำความผิดของ แกนนำ กปปส. ซึ่งถูกตัดสินโดยศาลชั้นต้น มาโยงกับการทำผิดของ ม็อบ 3 นิ้วด้วยแล้ว ยิ่งต้องถือเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ทุกม็อบอ้าง การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มีใบอนุญาตให้ทำผิดกฎหมายอื่นได้ตามอำเภอใจ ซึ่งดูเหมือน นี่คือ สิ่งที่ทุกม็อบเจอเหมือนกันหมด เพียงแต่รูปคดีแตกต่างกัน และจะมีความผิดจริงหรือไม่ ต้องไปต่อสู้ที่ศาลนั่นเอง

และถ้าไม่หนีคดี ก็ไม่มีใครประณามหยามหมิ่นเอาได้เหมือนใครบางคน!


กำลังโหลดความคิดเห็น...