xs
xsm
sm
md
lg

“เดอะ สแตนดาร์ด” อ้าง “เยอรมนี-สิงคโปร์” ปลอดภัยโควิด-19 ไทยร่วง Tier 3 ชาวเน็ตขยี้ตาทำไมตัวเลขสวนทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักข่าวคนรุ่นใหม่ “เดอะ สแตนดาร์ด” นำเสนอข่าวประเทศที่ปลอดภัยที่สุดจากโควิด-19 อ้าง “เยอรมนี-จีน-สิงคโปร์” ปลอดภัยที่สุด แต่ไทยลงไปอยู่อันดับ Tier 3 ชาวเน็ตขยี้ตา เทียบตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม และผู้เสียชีวิต สวนทางกันสิ้นเชิง กังขาน่าเชื่อหรือไม่ มีเจตนาอะไร?

วันนี้ (12 มิ.ย.) เฟซบุ๊กเพจ “THE STANDARD” ของสำนักข่าวเดอะ สแตนดาร์ด ที่มี นายวงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เป็นผู้ก่อตั้ง ร่วมกับ นายวินิจ เลิศรัตนชัย อดีตนักจัดรายการวิทยุ และ นายนิติพัฒน์ สุขสวย ได้โพสต์อินโฟกราฟิก อันดับประเทศที่ปลอดภัยจากโควิด-19 มากที่สุด หลังระบาดมานานกว่า 5 เดือน โดยระบุว่า ผลการจัดอันดับประเทศที่ปลอดภัยที่สุดจากโควิด-19 โดย Deep Knowledge Group ที่เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศและดินแดนถึง 200 แห่งทั่วโลก ซึ่งไม่ได้พิจารณาแต่ในเฉพาะยอดผู้ติดเชื้อสะสม หรือยอดผู้เสียชีวิต แต่ยังพิจารณาถึงความเข้มงวดเกี่ยวกับมาตรการกักตัว การติดตาม และตรวจหาการติดเชื้อ ความพร้อมทางด้านสาธารณสุข ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการวิกฤตของรัฐบาล รวมถึงความสามารถในการฟื้นฟูประเทศ

การจัดอันดับดังกล่าวจะแบ่งประเทศออกเป็น 4 กลุ่ม โดย Tier 1 คือ ประเทศที่รับมือกับโควิด-19 ได้ดี สถานการณ์โดยรวมเป็นที่น่าพอใจ และเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และมาตรการคุมเข้มทางสังคม เพื่อกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง จนไล่เลียงไปถึง Tier 4 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในละตินอเมริกาและแอฟริกาที่ยังคงมีข้อจำกัดทางด้านสาธารณสุขอยู่มาก รัฐบาลยังมีช่องโหว่ในการรับมือกับโควิด-19 การติดตามกลุ่มเสี่ยงและตรวจหาเชื้อยังอยู่ในเกณฑ์ที่น้อย บางประเทศมีวิกฤตซ้อนทับจึงทำให้สถานการณ์โควิด-19 ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยสวิตเซอร์แลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ปลอดภัยจากโควิด-19 มากที่สุดในเวลานี้ หลังการแพร่ระบาดผ่านมานานกว่า 5 เดือน ตามมาด้วย เยอรมนี อิสราเอล สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 47 อยู่ใน Tier 3 ร่วมกับ อิตาลี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รวมถึงบราซิล ส่วน รวันดา และ ซูดานใต้ รั้ง 2 อันดับสุดท้ายในการจัดอันดับในครั้งนี้



อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับดังกล่าว สวนทางกับตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมและผู้เสียชีวิต โดยพบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 86 ส่วนประเทศที่อยู่ใน Tier1 พบว่า เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับ 9 ของโลก 186,795 ราย เสียชีวิต 8,851 ราย จีน ซึ่งเป็นประเทศต้นตอการระบาด มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 18 ของโลก 83,064 ราย เสียชีวิต 4,634 ราย สิงคโปร์ มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 30 ของโลก 39,387 ราย เสียชีวิต 25 ราย สวิตเซอร์แลนด์ มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 34 ของโลก 31,044 ราย เสียชีวิต 1,937 ราย อิสราเอล มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 45 ของโลก 18,569 ราย เสียชีวิต 300 ราย ญี่ปุ่น มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 46 ของโลก 17,292 ราย เสียชีวิต 920 ราย ออสเตรีย มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 47 ของโลก 17,034 ราย เสียชีวิต 674 ราย เกาหลีใต้ มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 56 ของโลก 12,003 ราย เสียชีวิต 277 ราย ออสเตรเลีย มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 68 ของโลก 7,289 ราย เสียชีวิต 102 ราย ถึงกระนั้น ยังมีประเทศนิวซีแลนด์ มีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 107 ของโลก 1,504 ราย เสียชีวิต 22 ราย ไต้หวันมีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 149 ของโลก 443 ราย เสียชีวิต 7 ราย และเวียดนามมีผู้ติดเชื้อสะสมอันดับที่ 155 ของโลก 332 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

ขณะที่่ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 47 อยู่ใน Tier 3 ร่วมกับอิตาลี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รวมถึงบราซิล ทั้งๆ ที่ประเทศเหล่านั้น ทั้งปริมาณผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากและต่อเนื่อง ดันไปอยู่กลุ่มแรก ทั้งที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมและผู้เสียชีวิตนั้นไม่เคยโกหกใคร จึงเห็นว่าผลการจัดอันดับน่าเชื่อถือหรือไม่ ขณะที่สถาบันจัดอันดับที่ชื่อว่า Deep Knowledge Group ไม่เป็นที่คุ้นชื่อมาก่อน ใช้ทฤษฎีอะไรวิเคราะห์ และวิเคราะห์จากปัจจัยไหนบ้าง แตกต่างจากการจัดอันดับโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงตั้งข้อสังเกตว่า สำนักข่าวดังกล่าวมีการกลั่นกรองก่อนที่จะนำเสนอข่าวหรือไม่ และมีเจตนาอย่างไร?












กำลังโหลดความคิดเห็น...