xs
xsm
sm
md
lg

แก๊งหนุน 3 สารพิษแห้ว! ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้อง “เครือข่ายแม่กลอง” ชี้มติแบนยังไม่ส่งผลกระทบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กลุ่มผู้สนับสนุนให้มีการใช้ 3 สารเคมีการเกษตรต่อไป(แฟ้มภาพ)
ศาลปกครองสูงสุดยืนไม่รับฟ้อง “เครือข่ายอาสาคนรักเเม่กลอง” ขอยกเลิกการเเบน 3 สารเคมีอันตรายป้องกันศัตรูพืช ชี้เป็นแค่มติ ยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายที่ทำให้เกิดผลกระทบ

วันนี้ (15 พ.ค.) ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้องของ น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และเกษตรกรจากหลากหลายอาชีพรวม 1,091 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง หรือมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย และคณะกรรมการขับเคลื่อนฯที่ให้ระงับการผลิต จำหน่าย นำเข้า ครอบครอง หรือการใช้สารเคมีป้องกันศัตรูพืช 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสเสีย และให้กลับไปเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เช่นเดิม

โดยศาลเห็นว่า การที่กรมวิชาการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตราย 3 ชนิด ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาให้ความเห็นเพื่อขอให้มีการเปลี่ยนชนิดของวัตถุอันตรายดังกล่าว จากชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 และในการประชุมครั้งที่ 41-9/2562 เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 62 ได้มีมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามที่กรมวิชาการเกษตรเสนอ เป็นเพียงการเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะให้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย แก้ไขเปลี่ยนชนิดของวัตถุอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสเสียจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น ยังไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะตราบใดที่ รมว.อุตสาหกรรมยังไม่ได้มีการออกประกาศเรื่องดังกล่าวแล้วนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย ย่อมมีผลให้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดยังคงเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 อยู่เช่นเดิม มติดังกล่าวจึงยังไม่ได้ไปกระทบกระเทือนสิทธิ หรือหน้าที่ของบุคคลใด หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย จนมิอาจหลีกเลี่ยงให้แก่ผู้ใดได้ น.ส.อัญชุลี กับเกษตรกรทั้ง 1,091 คนจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี

ส่วนที่ขอให้ศาลปกครองสูงสุดสั่งศาลปกครองชั้นต้นให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาเพื่อให้สามารถใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดได้ต่อไปก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในเนื้อคดีนั้น เห็นว่าในชั้นนี้มีปัญหาให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาเพียงว่า การที่ศาลปกครองชั้นต้นไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ศาลปกครองสูงสุดจึงยังไม่อาจไม่สั่ง หรือพิพากษาให้เป็นไปตามคำขอได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...