xs
xsm
sm
md
lg

มท. แจ้ง 7.2 แสนโรงเรียนสังกัดอปท. เรียนทางไกล-ดิจิทัล เปิด 1 ก.ค.ไม่มีปิดเทอมแรก ไฟเขียว อปท.หนุน/ให้ยืมอุปกรณ์จำเป็น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




มท. แจ้ง 7.2 แสนโรงเรียนสังกัด "อบต. เทศบาล อบจ." ให้เรียนผ่านระบบทางไกล-ดิจิทัล รับเปิดภาคเรียน 1 ก.ค.นี้ ย้ำ"เทอมแรกไม่มีปิดภาคเรียน" เว้นแต่โรงเรียนจัดการครบตามหลักสูตรแล้ว ส่วนภาคเรียนที่ 2 เปิด 1 ธ.ค.-ปิด 1 - 15 พ.ค.ปีหน้า พร้อมไฟเขียว อปท.ต้นสังกัด สนับสนุน/ให้ยืม อุปกรณ์/เทคโนโลยีที่จำเป็น ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ส่วนการเรียนการสอนทางไกลฯ ให้กำหนดรูปแบบให้เหมาะสมกับเนื้อหาสาระเหมือนกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเน้นวิธีการเว้นระยะห่างทางสังคม


วันนี้ ( 30 เม.ย.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ให้แจ้ง สถานศึกษาในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ทั่วประเทศ สังกัด "อบต. เทศบาล อบจ." 7.2 แสนแห่ง เตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนเพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563


โดยจะดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งได้กำหนดวันเปิดภาคเรียนไว้ตามแผนของกระทรวงศึกษาธิการ คือ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563


กำหนดวันเปิดและปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 ให้สถานศึกษาพิจารณาตามความเหมาะสมคล้องกับหลักสูตรของสถานศึกษา (ยกเว้นการเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 ต้องเป็นไปตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563


โดยอาจเปิดและปิดภาคเรียน ดังนี้ ภาคเรียนที่ 1 วันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยไม่มีวันจดภาคเรียนเว้นแต่โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนครบตามหลักสูตรแล้ว และภาคเรียนที่ 2 วันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 ธันวาคม 2563 วันปิดภาคเรียน วันที่ 1 - 15 พฤษภาคม 2564


สำหรับ การรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 ในกรณีสถานศึกษาในสังกัด ยังดำเนินการรับสมัครไม่แล้วเสร็จ ให้กำหนดวันเวลา และจัดหาวิธีการที่เหมาะสม โดยใช้ระบบเทคโนโลยีบริหารจัดการ ด้วยการรับสมัครออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ LINE หรือ E-mail ของสถานศึกษา Google Forms ไปรษณีย์ หรือวิธีอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่


การจัดส่งเอกสารหลักฐานผู้สมัครต้องตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง หากสถานศึกษา ตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานที่ได้รับไม่ตรงหรือเป็นเท็จ ให้ถือว่าเป็นโมฆะและมีความผิดตามกฎหมาย และให้ประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัคร คัดเลือกหรือสอบคัดเลือก จับฉลาก ประกาศผล รายงานตัว และการมอบตัว ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบหลายข่องทางอย่างทั่วถึง


กรณีสถานศึกษาจัดสอบคัดเลือก ให้จัดห้องสอบและอาคาร วิธีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จัดห้องสอบไม่เกินห้องละ 20 คน หรือใช้อาคารอเนกประสงค์/ห้องประชุมใหญ่ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตร โดยแผนผังอาคารสอบชัดเจน โดยจัดสถานที่รอก่อนเข้าสอบ ห้องสอบหรือสนามสอบรอง ตามแนวปฏิบัติ ของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด


นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อม และให้สำรวจการเรียนการสอนผ่านระบบทางไกล ของนักเรียน ผู้ปกครองและครู เช่น การใช้อุปกรณ์การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ของอปท. การใช้ช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลจาก กสทช. รวมทั้งการใช้ช่องรายการผ่านระบบของสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เป็นต้น


ทั้งนี้ อปท.ต้นสังกัด สามารถสนับสนุนอุปกรณ์ที่มีความจำเป็น สำหรับจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนในลักษณะการให้ยืม การสนับสนุนการศึกษา ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การจัดการเรียนการสอนทางไกลฯ จะต้องกำหนดรูปแบบให้เหมาะสมกับเนื้อหาสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรของสถานศึกษาและช่วงวัยเรียนของนักเรียน


"ให้มีการการทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกล ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล โดยการเผยแพร่สัญญาณจาก DLTV ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล และระบบออนไลน์โดยครูต้นแบบ ด้วยเครื่องมือการเรียนรู้ตามความเหมาะสมและบริบทของสถานศึกษา"


ขณะเดียวกันยังให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าถึงแหล่งข้อมูลหรือเว็บไซต์ที่สถานศึกษาเลือกใช้เทคโนโลยีการศึกษาทางไกล ทั้งนี้ สถ. ได้ตั้งกลุ่ม โอแพนแชท (OpenChat) เพื่อให้ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการใข้เทคโนโลยีการศึกษาทางไกลแล้ว


ทั้งนี้ ให้อปท. รายงานผลการดำเนินการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาสำหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2563.


กำลังโหลดความคิดเห็น...