xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ตรวจฯ แนะนำหน้ากากลิขสิทธิ์ค้างส่งออกมาขาย ชี้ แอลกอฮอล์-เจล ราคาใกล้ปกติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปธ.ผู้ตรวจฯ ประชุมฝ่ายเกี่ยวข้องแก้ปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย ชง ศบค.นำของลิขสิทธิ์ค้างส่งออกจำหน่าย ส่วนแอลกอฮอล์-เจล เชื่อไม่นานราคาลดลง หลังปลดล็อกเอทานอล ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่ระบบการผลิตแล้วกว่า 5 ล้านลิตร

วันนี้ (27 มี.ค.) พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ประชุมร่วมกับผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร โรงพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และ เจลแอลกอฮอล์ หลังการประชุม พล.อ.วิทวัส และผู้แทนกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงสรุปว่า ในส่วนของหน้ากากอนามัย ปัจจุบันโรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.ได้เพิ่มกำลังการผลิต โดยพยายามกระจายให้ทั่วถึงบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ปริมาณที่โรงพยาบาลได้รับการจัดสรรดีขึ้น และแม้ขณะนี้ทางผู้ประกอบการจะระบุว่าวัตถุดิบในการผลิต เช่น ฟิลเตอร์ มีราคาสูงขึ้นถึง 10 เท่าตัว แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาอุดหนุนในส่วนนี้ ก็ทำให้ยังไม่มีปัญหาเรื่องราคา ส่วนหน้ากากอนามัย ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. และหน้ากากนำเข้าที่ขณะนี้ยอดการนำเข้าสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือน ก.พ. กรมศุลกากร ยืนยันมีการนำเข้าถึงกว่า 70 ตัน ก็จะถูกควบคุมราคาโดยประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะกำหนดราคาเป็นช่วงๆ เช่น ถ้านำเข้าจากท่าเรือ ไปถึงจุดค้าปลีกจะบวกกำไรได้ไม่เกิน 60% ดังนั้น ก็จะเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาการส่งออก ที่จะจัดตั้งขึ้นโดย ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ “ศบค.” พิจารณาหามาตรการในการนำหน้ากากอนามัย ซึ่งมีลิขสิทธิ์และผลิตตามคำสั่งซื้อของต่างประเทศที่ค้างสต๊อกรอการส่งออกอยู่ในโรงงานการผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศ นำออกมาใช้ภายในประเทศ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน

ขณะที่ส่วนของแอลกอฮอล์ จากการที่กรมสรรพาสามิตได้มีการยกเว้นภาษี และให้มีการนำเอทานอล มาใช้ในการผลิตเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงการประกาศให้เจลแอลกอฮอล์ จัดอยู่ในหมวดเครื่องสำอาง ทำให้มีปริมาณแอลกอฮอล์เข้าสู่ระบบการผลิตแล้ว 5 ล้านลิตร และอยู่ระหว่างรอการขนส่ง 30 ล้านลิตร ก็เชื่อว่าจะทำให้ราคาของแอลกอฮอล์และเจลล้างมือที่สูงอยู่ในขณะนี้ปรับตัวลดลงในเวลาไม่นานนับจากนี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางผู้ผลิตแอลกอฮอล์ อย่างบริษัท ศิริบัญชา ก็ได้มีการออกมาระบุว่า ไม่มีปรับราคาขึ้น เมื่อต้นทางไม่ได้มีการปรับขึ้น ราคาขายปลีกก็ไม่ควรที่จะสูงเกินไป ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์มีการตรวจจับในทุกวัน โดยยอดจับกุม ณ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. อยู่ที่ 210 ราย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่ขายเกินราคาทางออนไลน์ ดังนั้น หากประชาชนพบว่ามีการขายเกินราคาสามารถแจ้งสายตรวจกระทรวงพาณิชย์ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ เพราะกฎหมายกำหนดเป็นความผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท


















กำลังโหลดความคิดเห็น...