xs
xsm
sm
md
lg

"หมอระวี" จ่อยื่นญัตติตั้งกมธ.วิสามัญฯ ขวางกทพ. ฮั้ว บ.BEM ต่อสัมปทานทางด่วน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หน.พลังธรรมใหม่ แถลงจ่อยื่นญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาฯตั้งกมธ.วิสามัญฯ ขวางกทพ. ฮั้ว บ.BEM ต่อสัมปทานทางด่วน 3 โครงการให้อีก 30 ปี แลก 20 คดีค่าโง่ หวั่นทำรัฐสูญงบ 1.37 แสนล. เตรียมเรียกเอกสารสอบหาคนทำผิด



วันนี้ (6มิ.ย.) ที่อาคารทีโอที แจ้งวัฒนะ นพ.ระวี มาศฉมาดล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ แถลงว่า ตนจะยื่นญัตติด่วนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาค่าโง่ทางด่วนที่เกิดจากการบริหารงานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ “BEM” ที่ผิดพลาดจนทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 คดี ซึ่งคาดว่ารัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินร่วม 1.37 แสนล้านบาท หากพ่ายทุกคดี โดยล่าสุด กทพ. ต้องเสียค่าปรับหรือค่าโง่ให้กับบริษัท BEM สองคดี คือ คดีทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอิน จำนวน 4.3 พันล้านบาท และคดีที่กทพ.ไม่อนุมัติให้ขึ้นค่าทางด่วนตามสัญญา 1.9 พันล้านบาท โดยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง

นอกจากนี้ บอร์ดกทพ.ยังได้มีการเจรจาลดวงเงินค่าโง่ที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท BEM จาก 1.37 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท และมีมติขยายอายุสัมปทาน 3 โครงการ โครงการละ 30 ปี เป็นข้อแลกเปลี่ยน ประกอบด้วย ทางด่วนศรีรัช ทางด่วนศรีรัช ส่วนดี และทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด ซึ่งการต่ออายุสัมปทานดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างอัยการตรวจสอบร่างสัญญาก่อนที่จะลงนาม

“เราเห็นว่าข้อตกลงกทพ.อาจทำให้รัฐเสียโอกาส เพราะหากเปิดให้มีการทำประมูล รัฐอาจได้เงินประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่หากให้ BEM ต่อสัมปทานออกไป 30 ปี เพื่อแลกกับคดี เรามองว่าเป็นความต้องการกลบเกลื่อนค่าโง่จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของกทพ.และรัฐบาลในอดีตหรือไม่ เพราะการทำงานให้เกิดค่าโง่ 4.3 พันล้าน ไม่ควรจะเอามาเป็นข้ออ้างแลกเปลี่ยนกับอายุสัมปทานหรือรายได้ในอนาคตที่จะเข้าสู่ภาครัฐ เพื่อปกปิด ปล่อยผ่านการบริหารงานที่ผิดพลาดของกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง มันคุ้มกันหรือไม่” นพ.ระวี กล่าว

นพ.ระวี กล่าวอีกว่า เหตุที่ต้องยื่นเป็นญัตติด่วน เพราะต้องการใช้อำนาจทางกฏหมายของกมธ.ขอข้อมูลต่างๆจากกพท. เช่น สัญญาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ20คดี เพราะอยากรู้ว่าทำไมถึงทำสัญญาเสียเปรียบ ตารางรายได้เปรียบเทียบระหว่างเปิดประมูลใหม่กับต่อสัมปทาน เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ตนทราบจะมีการโยนเรื่องไปให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่เป็นผู้ตัดสิน ดังนั้น จึงมีเวลาท้วงติงเพื่อทวงผลประโยชน์กลับคืนมาให้ประเทศชาติ และหากผลการตรวจสอบของกมธ.พบข้อผิดพลาด หรือความไม่โปร่งใสจากการทำงานของกทพ.และรัฐบาลไม่ว่าชุดใด ก็จะเรียกร้องทวงความรับผิดชอบด้วย




กำลังโหลดความคิดเห็น...