วันอาสาฬหบูชา มีเหตุการณ์สำคัญในทางพระพุทธศาสนาอยู่ 3 ประการคือ
1.. เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนา โดยแสดงพระปฐมเทศนา คือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร
2. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระอริยสงฆ์สาวกขึ้นในโลก คือ พระโกณฑัญญะ เมื่อได้ฟังพระปฐมเทศนาจบ ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้ทูลขออุปสมบท และพระพุทธเจ้าได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีเอหิภิกษุอุปสัมปทา ในวันนั้น
3. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสังฆรัตนะ ขึ้นในโลกอย่างสมบูรณ์
ในการแสดงธรรมเทศนา ในโอกาสวันอาสาฬหบูชา เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 ณ สวนโมกขพลาราม ท่านพุทธทาสภิกขุ เรียก วันอาสาฬหบูชาว่า เป็นวันแห่งชัยชนะของมนุษย์ เพราะ เป็นวันที่มนุษย์มีชัยชนะเหนือความทุกข์และกิเลส
“ ก่อนหน้านี้ มนุษย์ยังอยู่ในความมืด หรือว่าโลกยังอยู่ในความมืด ไม่มีแสงสว่างที่แท้จริง ที่จะทำให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จนกระทั่ง มีบุคคลคนหนึ่งคือพระพุทธเจ้า ได้ประกาศสิ่งที่ควรจะเรียกได้ว่าเป็นแสงสว่างแก่มนุษย์ ที่จะช่วยให้เรารู้จักความจริง เกี่ยวกับชีวิตจิตใจ เกี่ยวกับความสุข ความทุกข์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ความดับทุกข์
กล่าวได้ว่า พระธรรมได้ปรากฏเป็นแสงสว่างขึ้นมาในโลก ในวันเพ็ญ เดือน แปด เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน วันนี้จึงเป็นวันสำคัญสำหรับมนุษย์ คือ เป็นวันแห่งชัยชนะของมนุษย์เหนือความมืด กิเลสและความทุกข์ “
การแสดงปฐมเทศนา ในครั้งนั้น ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี พระธรรมที่แสดงคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เมื่อเทศนาจบ โกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม มีความเห็นแจ้งชัดว่า
“สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งใดสิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา”
ท่านพุทธทาส อธิบายว่า “ ดวงตาเห็นธรรมมีความสำคัญอยู่ที่ว่า เป็นการเห็นสิ่งทั้งหลายเหล่าใดที่มีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ย่อมจะมีความดับเป็นธรรมดาดังนี้ สรุปความแล้วก็คือว่า ถ้าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นก็จะเห็นโลกนี้ว่าไม่มีอะไรนอกไปกว่าการเกิด ๆ ดับ ๆ โลกนี้มีแต่การเกิด ๆ ดับ ๆ อยู่ทุกขณะ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ไม่เป็นการเกิดดับ
คนโดยมากหรือตัวผู้มองทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนแต่มองเห็นโลกนี้เป็นของเที่ยงแท้ถาวร อยากจะมีนั่นมีนี่เป็นของตัว แล้วก็ยึดมั่นถือมั่นสิ่งนั้นสิ่งนี้ ด้วยความยึดมั่นต่าง ๆ นานา ไม่มองเห็นว่าโลกนี้ไม่มีอะไรอื่น นอกจากการเกิดดับ”
เมื่อได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว โกณฑัญญะ จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ประทานอุปสมบทให้ ด้วยวิธีที่เรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยกล่าวคำว่า เธอจงเป็นภิกษุมาเกิด พระโกณฑัญญะจึงเป็น พระภิกษุรูปแรก หรือ ปฐมสาวก ในพุทธศาสนา
คำว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คือ พระสูตร หรือคำสอนของพระพุทธเจ้าว่าด้วย การหมุนวงล้อธรรม ขับเคลื่อนพระศาสนา เป็นพระสูตรที่ว่าด้วยมัชฌิมาปฏิปทา คือทางสายกลาง ซึ่งเว้นที่สุดทั้ง ๒ อย่าง และว่าด้วย อริยสัจ ๔ คือ ความจริงอันประเสริฐทั้ง ๔ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้
พระสูตรที่ว่าด้วยมัชฌิมาปฏิปาทา มีความโดยย่อว่า ที่สุด 2 อย่างที่บรรพชิตไม่ควรประพฤติปฏิบัติคือ
1. การประกอบตนให้อยู่ในความสุขด้วยกาม ซึ่งเป็นธรรมอันเลวเป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
2. การประกอบการทรมานตนให้เกิดความลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
มัชฌิมาปฏิปาทา คือ การเดินทางสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ที่สุดทั้งสองอย่างนั้น
อริยสัจสี่ คือความจริงอันประเสริฐที่พระองค์ค้นพบ มี 4 ประการ ได้แก่
1.. ความทุกข์ ได้แก่ ความเกิด ความแก่ ความตาย ความได้พบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น ว่าโดยย่อ อุปาทานในขันธ์ 5 เป็นทุกข์
2. สาเหตุแห่งทุกข์ ได้แก่ ตัณหาความทะยานอยาก อันทำให้เกิดอีกความกำหนัด เพลิดเพลินในอารมณ์ คือกามตัณหา ความทะยานอยากในกาม ภวตัณหา ความทะยานในภพ วิภวตัณหา ความทะยานอยากในความไม่มีภพ
3.ความดับทุกข์ โดยการดับตัณหาด้วยอริยมรรค คือ วิราคะ สละ ดับ ปล่อยไป ไม่พัวพัน
4. หนทางปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ การเจรจาชอบ การกระทำชอบ การเลี้ยงชีพชอบ ความพยายามชอบ การระลึกชอบ และการตั้งจิตมั่นชอบ



