xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายแม้วส่อวืด-คสช.เข้มไม่ยอมให้ขยับจนนาทีสุดท้าย !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทย 360 องศา



ต้องบอกว่าผิดความคาดหมายไปบ้างเหมือนกัน สำหรับท่าทีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตอนแรกยังนึกว่าพอใกล้จะถึงวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วันที่ 7 สิงหาคม 2559 น่าจะมีการผ่อนคลายกฎระเบียบอันเข้มงวดลงมาบ้าง อย่างน้อยก็น่าจะได้เห็นในช่วงสักสองสามสัปดาห์ก่อนวันหย่อนบัตร แต่เวลานี้เท่าที่ดูตามรูปการณ์แล้ว น่าจะเข้มยาวไปเลย

การสั่งให้ยุติการออกอากาศของพีซทีวีเป็นเวลา 30 วัน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2559 เป็นเรื่องที่น่าติดตามอยู่เหมือนกัน แม้ว่าจะคาดเดาไม่ออกว่าจะถึงขั้นมีคำสั่งปิดทีวีกันในช่วงเวลาแบบนี้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว พีซทีวี ไม่ถือว่าเป็นสื่อ แต่เป็นเพียงกระบอกเสียงการประชาสัมพันธ์ของคนในพรรคเพื่อไทย เผยแพร่กิจกรรมของคนเสื้อแดงเท่านั้น ดังนั้น การสั่งปิดหรือการยุติการออกอากาศแบบ “ฟ้าผ่า” แบบนี้ต้องถือว่า นี่คือ การ “สั่งถอดปลั๊กปิดไฟ” กันดื้อ ๆ แบบไม่ต้องสนใจใคร

ขณะเดียวกัน ยังคาดว่าจะมีดาบสองตามมาติด ๆ นั่นคือ การที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (กสท.) กำลังมีการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตให้สถานีพีซทีวีเป็นการถาวรอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวแบบนี้แน่นอนว่า ย่อมเรียกเสียงโวยวายออกมาจากพวกทีมงาน “ระดับผู้บริหาร” ใหญ่ยักษ์ เช่น จตุพร พรหมพันธุ์ ธิดา ถาวรเศรษฐ เหวง โตจิราการ เป็นต้น อ้างว่า เป็นการใช้อำนาจตามใจชอบ ละเมิดเสรีภาพ สารพัด

ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนพวกนี้จะแสดงอาการแบบนั้นออกมา ไม่โวยวายสิแปลก แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาถึงที่มาที่ไปด้วยว่าทำไมถึงต้องปิด และมีการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตเป็นการถาวรตามมา เป็นเพราะมีการใช้ทีวีช่องนี้ยุยงปลุกปั่น บิดเบือนเนื่อหาในร่างรัฐธรรมนูญหรือเปล่า รวมไปถึงเป็นช่องเผยแพร่กิจกรรมของคนผิดกฎหมายอย่าง ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวของเขาหรือไม่ เชื่อว่า หลายคนคงทราบกันดี

หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าในช่วงหลัง ๆ ทางเครือข่ายของ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบคนของพรรคเพื่อไทย และมวลชนเสื้อแดงต่างเริ่มเคลื่อนไหวต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โจมตีหนักขึ้น รวมไปถึงการณรงค์ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรณรงค์ให้โหวตคว่ำร่างกันอย่างเปิดเผย ความหมายเหมือนกับการท้าทาย

การจัดตั้งศูนย์ปราบโกงการลงประชามติก็เช่นเดียวกันก็มีเจตนาแอบแฝงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติรู้ทันรีบสกัดเด็ดขาดสั่งปิดศูนย์ทันที ไม่ยอมให้ผุดแตกหน่อออกมาได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวก็ถือว่าผิดคาดเหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าจะสั่งถอดปลั๊กปิดไฟทันที ตอนแรกเข้าใจว่าน่าจะปล่อยให้ทำกิจกรรมป่วนสักระยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยอ้างเหตุผลแล้วสั่งปิด แต่เมื่อปิดฉับแบบนี้ก็เป็นสัญญาณว่าไม่ยอมให้ขยับเป็นอันขาด เนื่องจากเกรงว่าจะบานปลายเอาไม่อยู่ ประกอบกับคงมีข้อมูลจาก “งานข่าว” ที่ได้กลิ่นไม่ดีบางอย่างแตะจมูก จึงต้องรีบตัดไฟเสียก่อน

ขณะเดียวกัน ที่น่าสนใจก็คือ การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการลงนามจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการลงประขามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ มันก็ยิ่งเห็นชัดว่าต้องการคุมไม่ให้กระดิกเลยทีเดียว

แม้ว่าจะรู้ดีว่าคำสั่งควบคุมแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการระงับการออกอากาศของพีซทีวี และจะตามมาด้วยการเพิกถอนใบอนุญาต รวมไปถึงการห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองทุกรูปแบบจะต้องนำมาซึ่งการถูกโจมตีวิพากวิจารณ์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะจากพวกประเทศตะวันตก และองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็ตาม เพราะเครือข่ายพวกนี้ย่อมต้องไปฟ้องฟูมฟายแน่นอน แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่าทั้งรัฐบาล และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เตรียมการรับมือเอาไว้แล้ว อย่างน้อยที่เห็นก็คือการส่งตัวแทนไปชี้แจงกับยูเอ็นแบบทันท่วงที เนื้อหาสำคัญคือการยืนยันโรดแมปการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในปี 2560 ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการลงประชามติหรือไม่ก็ตาม ขณะเดียวกัน เมื่อมีการกล่าวหา คสช. ว่า เผด็จการอย่างไรก็ตอบโต้ไปแบบนั้น นั่นคือ เปิดโปงให้ทราบว่าใครจ้องป่วนอย่างไร ไม่ยอมตั้งรับอยู่กับที่

อย่างไรก็ดี ท่าทีอันเข้มข้นของรัฐบาล และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คราวนี้ ต้องบอกว่าเหนือความคาดหมายเหมือนกัน ตอนแรกเชื่อว่าเมื่อใกล้ถึงวันลงประชามติประมาณสักสามสัปดาห์ คงจะผ่อนคลายบรรยากาศด้วยการเปิดทางให้พรรคการเมืองได้เปิดเวทีแสดงความเห็นในร่างรัฐธรรมนูญกันบ้าง ตามที่มีการเปรยออกมาจากปากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อผลออกมาอย่างที่เห็นมันก็ต้องประเมินกันใหม่

ความหมายก็คือว่า ทางฝ่าย คสช. ไม่ยอมเสี่ยงให้ฝ่ายตรงข้ามได้ขยับเขยื้อนได้เลย เพราะกลัวว่าจะป่วนจนเอาไม่อยู่ ต้องคุมเข้มไปจนถึงนาทีสุดท้าย ขณะเดียวกัน พอประเมินได้ว่า “งานข่าว” ที่รายงานเข้ามาว่าน่าจะเอาแน่ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีเดิมพันสูง ชี้เป็นชี้ตายพร้อมที่จะเล่นเกมแรง !!
กำลังโหลดความคิดเห็น