xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.ชี้ทีม ศก.ใหม่ดีหรือไม่อยู่ที่นโยบาย จี้นำเงินเข้าระบบ ทบทวนรถไฟไทย-จีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

กรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง พรรคประชาธิปัตย์(แฟ้มภาพ)
“กรณ์” รับถูกเวลา ครม.ปรับทีมเศรษฐกิจ ดีหรือไม่อยู่ที่นโยบาย มีความหวังปฏิรูป สรสก. ปล่อยกู้ทำได้แค่ระดับหนึ่ง ย้อนทีม ศก.เดิมช้า-กระตุ้นพลาดเป้า-น่ากังวลทุกด้าน แนะนำเงินเข้าระบบเร็วที่สุด ลงทุนภายในประเทศให้คุ้ม ชี้รถไฟความเร็วสูงอาเซียนควรร่วมกันทำ “สามารถ” จี้ รมว.คมนาคมแก้ปัญหา ร.ฟ.ท. เร่งขับเคลื่อนโครงการให้เป็นรูปธรรม ทบทวนสร้างรถไฟไทย-จีน วางคนให้เหมาะกับงาน

วันนี้ (24 ส.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องถูกเวลาที่จะปรับ ส่วนจะดีขึ้นหรือไม่อยู่ที่นโยบายโดยไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคล เพราะคิดว่าทราบปัญหาอยู่แล้วเนื่องจากเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลมาโดยตลอดจึงน่าจะทำงานได้เลย บางอย่างตนจึงมีความหวังมากขึ้น เช่น การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะการตั้งซูเปอร์บอร์ดเป็นความคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

นายกรณ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นแผนเศรษฐกิจในภาพรวม ส่วนที่มีการระบุถึงการปล่อยกู้ให้ประชาชนและเอสเอ็มอีนั้น ต้องคำนึงด้วยว่าโมเดลปล่อยกู้ทำได้แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้นเพราะหนี้ครัวเรือนสูงอยู่แล้ว ทั้งนี้ จุดอ่อนในการบริหารเศรษฐกิจที่ผ่านมาค่อนข้างล่าช้าในระบบราชการ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ เปิดตัวแล้วไม่มีการสื่อสารทำความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล แม้แต่พนักงานธนาคารเองข้อมูลก็คลาดเคลื่อน ระบบไม่พร้อม การวางเป้าหมายไว้ที่ 5 ปี 3 ล้านคนซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนั้น แต่ควรเป็น 30 ล้าน จึงต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนรับทราบสิทธิว่าสามารถเป็นสมาชิกกองทุนได้ตั้งแต่อายุ 15-60 ปี ควรมีการกระตุ้นผ่านสถานศึกษาซึ่งเฉพาะเยาวชนส่วนนี้ก็มีจำนวนหลายล้านคนแล้ว

นอกจากนี้ ที่หวังว่าโครงการใหญ่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก็พลาดเป้า เช่น รถไฟทางคู่เพิ่งจัดสรรงบประมาณปีนี้และการเบิกจ่ายเป็นศูนย์ จึงต้องรอดูการทำงานของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในระดับชาติมา และมีความรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยหวังผลว่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะในขณะนี้เศรษฐกิจไม่มีอะไรที่ไม่น่ากังวลเลย น่ากังวลทุกด้านทั้งกำลังซื้อภายในประเทศ การส่งออก และผลกระทบจากรายได้ของรัฐที่มีการคาดการณ์จากการเก็บภาษีที่ขณะนี้รายได้ต่ำกว่าเป้าถึงกว่าสองแสนล้านบาทเท่ากับกว่า 10% ของประมาณการรายได้เดิม จะทำให้การขาดดุลย์งบประมาณจะเพิ่มขึ้นจาก 2.5 แสนล้านกว่าเท่าตัวแต่เงินไม่ได้เข้าสู่ระบบ ทำให้รัฐบาลต้องกู้เพิ่มเติมซึ่งจะส่งผลต่อหนี้สาธารณะด้วย รัฐจึงต้องนำเงินเข้าระบบให้เร็วที่สุด การลงทุนประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่ซื้อหัวรถจักรต่างประเทศเป็นงบลงทุนแต่ไม่ได้ให้ประโยชน์กับเศรษฐกิจภายในประเทศ ตนจึงเห็นว่ารัฐบาลควรลงทุนภายในประเทศแทนการซื้อของจากต่างประเทศ และอยากให้ประเมินทุกโครงการให้ดีว่าคุ้มค่าหรือไม่

“โดยเฉพาะเรื่องรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนว่าแหล่งเงินจะมาอย่างไร ถ้ากู้ 100% ตนไม่เห็นด้วย ในขณะนี้ลาวก็ยังไม่ดำเนินโครงการดังนั้นแม้ไทยจะทำโครงการนี้ก็ไม่สามารถเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้านได้ จึงเป็นเรื่องที่อาเซียนควรทำร่วมกันมากกว่าต่างคนต่างทำ จะทำให้ระดับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น แต่ถ้าต่างคนต่างทำก็ไม่มีประสิทธิภาพ” นายกรณ์กล่าว

ด้านนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวฝากไปถึงรมต.คมนาคมคนใหม่ให้ เร่งแก้ปัญหาในการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการพัฒนาระบบราง โดยจะต้องแก้ไขปรับปรุงให้การประมูลโครงการเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เคยเป็นประธานบอร์ด ร.ฟ.ท.มาก่อนรับตำแหน่งนี้ น่าจะรู้ดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ ร.ฟ.ท. ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.มีทั้งประธานบอร์ดและผู้ว่าฯ คนใหม่ แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เวลานี้คุณออมสินมีอำนาจมากขึ้นก็ควรเร่งปรับปรุงให้ ร.ฟ.ท.ดีขึ้นได้

นอกจากนี้ ควรเร่งขับเคลื่อนโครงการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โครงการที่อยากให้สำเร็จโดยเร็ว เช่น รถไฟทางคู่ ขนาดราง 1 เมตร จำนวน 6 เส้นทาง รถเมล์ NGV 3,183 คัน มอเตอร์เวย์ 3 สาย และรถไฟฟ้าหลายสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และทบทวนการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน โดยพิจาณาว่าควรก่อสร้างหรือไม่ สร้างแล้วไทยจะได้รับประโยชน์หรือไม่ หากเห็นว่าเราจะได้รับประโยชน์ด้วย ก็ควรทบทวนสัดส่วนการลงทุนระหว่างไทย-จีนให้เหมาะสมกับประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะได้รับ ไม่ใช่ปล่อยให้ดำเนินการไปอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือฝ่ายไทยลงทุนสูงถึงประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ฝ่ายจีนลงทุนเพียงแค่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คุณอาคม รมว.คมนาคม มีตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพ่วงอยู่ด้วย น่าจะรู้ดีว่าโครงการใดควรจะทำหรือไม่

“และควรจัดวางตัวบุคลากรให้เหมาะสมกับงาน เวลานี้ทั้งสองท่านมีโอกาสดีที่จะเลือกคนมาทำงานเพื่อให้งานลุล่วงไปด้วยดี ดังนั้นจะต้องรู้จักคนที่จะนำมาใช้งาน อย่าใช้เฉพาะคนสนิท หรือคนที่วิ่งเต้นด้วยสารพัดวิธีเท่านั้น บุคลากรในที่นี้ผมหมายถึงข้าราชการรวมทั้งผู้บริหารและกรรมการในรัฐวิสาหกิจด้วย โดยเฉพาะปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานบอร์ด ร.ฟ.ท.”


กำลังโหลดความคิดเห็น