xs
xsm
sm
md
lg

ส่อง“ว่าที่บิ๊กเหล่าทัพ” ในวันที่ใกล้เปลี่ยนหัว

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร
ข่าวปนคน คนปนข่าว

นับถอยหลังโบกมือลาโรดแมป ระยะที่ 1 เขยิบนับหนึ่งเข้าสู่ โรดแมประยะที่ 2 เท่ากับว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านับจากวันนี้ประเทศไทยกำลังจะมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดที่ 61 กันแล้ว

ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่า บรรดาหัวหน้า รองหัวหน้า และที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะสลัดเครื่องแบบมาบริหารราชการแผ่นดินกันด้วยตัวเองเลย

โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ลือกันหนาหู จนไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาดนอกเสียจากจะมีบิ๊กเซอร์ไพร์สแบบสายฟ้าแลบ แผ่นดินไหวว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เตรียมจะเปลี่ยนบรรยากาศ จากกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) มานั่งทำงานกันอยู่ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลแทน

ส่วนที่หลายฝ่ายยังสงสัยว่า แล้ว“บิ๊กตู่”จะนั่งเก้าอี้ทีเดียว 3 ตัว คือ หัวหน้าคสช. นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ทบ. เลยหรือไม่ ดูตามสภาพความเป็นจริงแล้ว ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะหากทำแฮตทริกจริงๆ ย่อมส่งผลกระทบกับการเลื่อนตำแหน่งของน้องๆในกองทัพอยู่มากทีเดียว

อย่างตำแหน่ง ผบ.ทบ. ซึ่งหากมีการต่ออายุราชการให้ตัวเองขึ้นมา ก็เหมือนใจดำกับผู้ที่สุกงอมเตรียมจะพาสชั้นขึ้นมาตามอายุงานถือเป็นการปิดโอกาสคนอื่นเปล่าๆ

ขณะเดียวกัน เมื่อพลิกไปดูปฏิทินตามโรดแมประยะที่ 2 ที่กำหนดไว้ว่า จะมีนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลในเดือนกันยายน ซึ่งตรงพอดิบพอดีกับที่ “บิ๊กตู่”เกษียณอายุราชการ ความเป็นไปได้ที่จะไม่ยอมปลดระวางในตำแหน่ง ผบ.ทบ. จึงมีน้อยมาก

โอกาสจะนั่งเก้าอี้แค่ 2 ตัว คือ หัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรี จึงเป็นไปได้แบบสูงลิ่ว

ขณะที่บรรดารองหัวหน้าคสช. คนอื่นๆ ก็ไม่น่าจะนั่งแช่ต่อ คงจะปลดระวางไปพร้อมๆ กับ“บิ๊กตู่”แล้วผันตัวเองไปทำงานด้านบริหารเต็มตัวในครม.ไม่ว่าจะเป็น “บิ๊กเจี๊ยบ”พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) “บิ๊กเข้” พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ “บิ๊กจิน”พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)

“บิ๊กจิน”เองก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยัน เมื่อช่วงวันสองวันก่อนถึงเรื่องนี้ว่า คงไม่ต่ออายุราชการอีกแล้ว “ตอนนี้มีคำสั่งโปรดเกล้าฯ ให้ออกจากราชการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.นี้ และวันที่ 1 ต.ค. ก็จะเป็นนายทหารนอกราชการแล้ว”

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย สำหรับว่าที่ผู้บัญชาเหล่าทัพต่างๆ ที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้แทน เพราะอย่างน้อยต้องเป็นคนที่ไว้วางใจได้ เนื่องจากจะต้องคุมกองกำลัง และทำงานประสานกับ คสช. และรัฐบาล อยู่ตลอดในช่วงหลังเดือนกันยายน

เมื่อเช็กแถวตรวจรายชื่อกันขณะนี้ ก็เริ่มมีการคาดการณ์ถึงว่าที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ เหล่านี้กันแล้ว โดยในตำแหน่ง ผบ.ทบ. คงจะไม่น่าพลิกไปจาก 2 รายต่อไปนี้ ที่อายุงานและคุณสมบัติกำลังขึ้นหม้อคือ ในราย “บิ๊กโด่ง”พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช. น้องรักแห่งค่ายบูรพาพยัคฆ์ ที่มีข่าวว่าถูกวางตัวให้สืบทอดตำแหน่งจาก “บิ๊กตู่”มาเนิ่นนานแล้ว กับอีกรายหนึ่งคือ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ที่ระยะหลัง มาแรงเหลือเกิน

แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่า สุดท้ายแล้วใครจะเข้าวินเป็นเบอร์หนึ่งกองทัพบก เพราะแต่เดิมหลายฝ่ายคิดว่า “บิ๊กโด่ง”นั้นนอนมาแน่นอน ทว่าตั้งแต่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศขึ้นมา ก็ไม่มีใครกล้าละสายตาจาก “บิ๊กต๊อก”ได้เลย เนื่องจากได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบงานสำคัญๆ หลายอย่าง อีกทั้งยังเคยได้รับคำชมจาก “ป๋าเปรม”พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า “แม่ทัพคนเก่งมาแล้ว” ไม่เว้นแม้แต่ “บิ๊กตู่”ที่พูดถึง ผู้ช่วยผบ.ทบ.คนนี้ว่า “คนตัวเล็กใจใหญ่”

แต่กระนั้นก็มีการประเมินกันว่า หากมีคนใดคนหนึ่งพลาดหวังจากเก้าอี้ ผบ.ทบ. อีกคนก็ย่อมจะรับตำแหน่งปลอบใจที่ไม่น้อยหน้ากัน ซึ่งดูจากความเป็นไปได้ ปัจจุบัน “บิ๊กโด่ง”นั่งอยู่ในตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นอัตราจอมพล หากปิ๋วจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ยังสลับไปนั่งเป็น ผบ.สส. ได้ ในขณะที่“บิ๊กต๊อก”หากพลาดหวัง ก็ยังสามารถโยกไปนั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมได้ ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหา

ด้านเหล่าทัพอื่นๆ ในส่วนของตำแหน่ง ผบ.สส. คนใหม่นั้น ก็น่าจับตาไม่แพ้กัน ตัวเต็งๆ น่าจะหนีไม่พ้นสองแคนดิเดตนี้ อย่าง “บิ๊กบี้”พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 13 (ตท.13) ที่ปัจจุบันถูก คสช. มอบหมายให้ดูแลงานสำคัญ อย่างเรื่องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ซึ่งยังเหลืออายุราชการถึงปี 2558 กับ “บิ๊กตี๋”พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รอง ผบ.สส. ซึ่งเป็นคนที่นั่งปรากฏอยู่หน้าจอพร้อมกับ ผบ.เหล่าทัพคนอื่นๆ ในวันเข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม โดยว่ากันว่า ได้รับแรงเชียร์จาก “บิ๊กเจี๊ยบ”เพื่อนรักนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) ดันให้ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง แห่งกองทัพไทย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกเหนือจากนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ “บิ๊กตู่”อาจจะเสนอชื่อคนอื่นเข้าไปเสียบแทนได้เหมือนกัน เพราะมีความไม่แน่นอน คือความแน่นอน

ขณะที่กองทัพเรือ ดูแล้วผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก “บิ๊กเข้”น่าจะมีชิงกันแค่ 2 รายคือ พล.ร.อ.ไกรสรณ์ จันทสุวานิชย์ รอง ผบ.ทร ซึ่ง เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 13 (ตท.13) เพื่อนซี้ของ “บิ๊กเข้”กับ “บิ๊กจุ๊”พล.ร.อ.ทวี วุฒิพงศ์พิพัฒน์ เสนาธิการทหารเรือ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 15 (ตท.15) ที่ผ่านมามักได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสำคัญๆ บ่อยครั้ง จัดเป็นนายทหารที่ขยันขันแข็งทีเดียว

ด้านกองทัพอากาศ เรียกว่า เต็งหนึ่งจ๋าที่ “บิ๊กจิน”จะส่งไม้ต่อ น่าจะหนีไม่พ้น “บิ๊กตู่” พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง เสนาธิการทหารอากาศ ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 (ตท.14) ที่สำคัญยังเป็นน้องรักของ“บิ๊กจิน”อีกด้วย ดูแล้วมีภาษีดีกว่าเพื่อน หากไม่พลิกโผ น่าจะแต่งตัวรอได้

นอกจากท็อปบู๊ตแล้ว ในส่วนของยุทธจักรสีกากี ก็เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ต้องติดตามไปพร้อมๆ กันโดยขณะนี้หากมองตามเนื้อผ้า เหลือแคนดิเดตแค่ 2 คนแล้ว หลังคสช.ออกคำสั่งแก้ระเบียบใหม่คือ“บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กับ “บิ๊กเอก” พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ด้านปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งปัจจุบันคู่นี้กำลังปั่นโปรไฟล์ เร่งทำผลงานกันรายวันเพื่อสะสมแต้ม

แต่ไม่น่าจะพลาดจากชื่อ "บิ๊กอ๊อด" เขียนชื่อแปะข้างฝารอไว้ได้เลย

นี่คือเค้าลางหน้าตาของบรรดาว่าที่บิ๊กเหล่าทัพ ที่กำลังจะเข้ามาคุมกองกำลังในประเทศ.
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา
พล.ร.อ.ไกรสรณ์ จันทสุวานิชย์
พล.ร.อ.ทวี วุฒิพงศ์พิพัฒน์
พล.อ.อ.ตรีทศ  สนแจ้ง
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
กำลังโหลดความคิดเห็น